"ประชาชาติสร้างคน คนสร้างชาติ"

แก้ปัญหาป่าทับคน! พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ลงพื้นที่รับฟังความเห็น จังหวัดนราธิวาส มุ่งแก้ปัญหาประชาชน-เดินหน้า กมธ.ฯ นิรโทษกรรมผลกระทบจากนโยบายที่ดินและป่าไม้ฯ

แก้ปัญหาป่าทับคน! พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ลงพื้นที่รับฟังความเห็น จังหวัดนราธิวาส มุ่งแก้ปัญหาประชาชน-เดินหน้า กมธ.ฯ นิรโทษกรรมผลกระทบจากนโยบายที่ดินและป่าไม้ฯ

(วันที่ 5 ธันวาคม 2568) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาสอำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ว่า พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราช บัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ รับฟังความเห็นภาคประชาชน โดยมี นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส, นายกูเฮง ยาวอหะซัน อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชาติ จังหวัดนราธิวาส, นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชาติ จังหวัดนราธิวาส, นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ฯลฯ ร่วมประชุมด้วย ทั้งนี้ บรรยากาศของการประชุมฯ ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย และเป็นประโยชน์

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญเรื่องผลกระทบจากนโยบายรัฐที่ทำให้ประชาชนถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกป่า ทั้งที่เป็นที่ดินทำกินดั้งเดิม

[เปิดตัวเลข “ป่าทิพย์” 3 แสนไร่]

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า จังหวัดนราธิวาสมีที่ดินรวมประมาณ 2.8 ล้านไร่ โดยเป็นพื้นที่ที่รัฐประกาศเป็นเขตป่าไม้ประมาณ 9 แสนไร่ แต่จากการตรวจสอบด้วยหลักสากลโดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมที่มีความละเอียดสูง พบความจริงว่า ในพื้นที่ 9 แสนไร่นั้น มีสภาพเป็นป่าที่สมบูรณ์จริงเพียง 6 แสนไร่เท่านั้น

“ส่วนที่เหลืออีก 3 แสนไร่ ไม่มีสภาพเป็นป่า เป็นที่ดินโล่งเตียน หรือเป็นที่ทำกินของชาวบ้าน แต่ในทางกฎหมายกลับยังคงสถานะเป็นป่า หรือที่เราเรียกว่า ‘ป่าทิพย์' ซึ่งปัญหานี้ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นผู้บุกรุก ทั้งที่อยู่มาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่” พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กล่าว

[กฎหมายล้าหลัง ต้นตอปัญหา]

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของกฎหมาย โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ที่นิยามคำว่า “ป่า” ไว้ว่า “ที่ดินที่ยังไม่มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน” ซึ่งหมายความว่าที่ดินแปลงใดที่ยังไม่มีโฉนด หรือเอกสารสิทธิ์ ให้ถือว่าเป็นป่าทั้งหมด นิยามนี้ทำให้แม้แต่พื้นที่กลางเมือง หรือสถานที่ราชการบางแห่ง หากไม่มีเอกสารสิทธิ์ ก็เข้าข่ายบุกรุกป่าได้เช่นกัน

[มติ ครม. ไม่ใช่กฎหมาย ชาวบ้านแพ้คดีรวด]

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาในอดีตที่มักใช้ “มติคณะรัฐมนตรี” (เช่น มติ 30 มิ.ย. 41) มาเป็นเครื่องมือในการผ่อนผัน แต่ในทางปฏิบัติเมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ศาลจะต้องตัดสินตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ไม่ใช่มติ ครม. ซึ่งเป็นเพียงคำสั่งฝ่ายบริหาร ทำให้เมื่อชาวบ้านถูกจับกุมและต่อสู้คดี จึงมีโอกาสแพ้คดีและติดคุกเกือบ 100%

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เสนอแนะว่า การแก้ปัญหาต้องยอมรับความจริงทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้หลักฐานภาพถ่ายทางอากาศและดาวเทียมมาพิสูจน์สิทธิ์ หากพื้นที่ใดประชาชนอยู่มาก่อนการประกาศเขตป่า หรือพื้นที่นั้นไม่มีสภาพป่าจริงตามหลักวิชาการ รัฐต้องเร่งดำเนินการกันเขตออก หรือออกเอกสารสิทธิ์ให้ถูกต้อง เพื่อยุติธรรมปัญหา “ป่าทิพย์” ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีการเปิดเผยความคืบหน้าของการประชุมฯ ว่าจากการที่ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ได้เข้ามารับหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว  ได้มีการประชุมกันอย่างต่อเนื่องมาจนถึงในขณะนี้

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างฯ ได้ประชุมรับฟังความเห็นเพิ่มเพื่อให้ร่างกฎหมายฉบับนี้สามารถอำนวยความยุติธรรมได้สูงสุด เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถเสนอร่างกฎหมายนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 2 และวาระ 3 ในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่จะเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร (สามัญประจำปีครั้งที่ 2)
#ทวีสอดส่อง #แก้ปัญหาป่าทับคน #มุ่งแก้ปัญหาประชาชนจังหวัดนราธิวาส

Picture of โดย  พรรคประชาชาติ

โดย พรรคประชาชาติ