Site Loader
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.

#ประชาชาติ พบปะเครือข่ายสตรีชายแดนใต้ เน้นส่งเสริมบทบาทสตรี จชต.ในการ #ปกป้องสิทธิมนุษยชน
//////////////

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2561 ที่ริเวอร์แรมพ์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ตัวแทน “ประชาชาติ” ได้จัดกิจกรรมการพบปะกับเครือข่ายสตรีในพื้นที่ จ.นราธิวาส จ. ปัตตานี และ จ. ยะลา ทั้งนี้ “ประชาชาติ” ให้ความสำคัญต่อบทบาทและสถานภาพของสตรีเป็นอย่างมาก โดยในข้อบังคับที่เสนอจัดตั้งพรรคต่อนายทะเบียนพรรคการมือง (กกต.) ได้มีกำหนดให้มี “สภาสตรีประชาชาติ” ไว้ด้วย

สำหรับบทบาทสตรีในด้านการเมือง ในหลายประเทศได้บัญญัติไว้ว่าควรมีสตรีร่วมอย่างน้อยร้อยละ 30 สำหรับประเทศไทยในช่วงที่เป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะช่วงปี พ.ศ. 2554 – 2557 มีสตรีที่ทำงานการเมืองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ประมาณร้อยละ 15 แต่ในยุคปัจจุบันที่ปกครองโดยรัฐบาลทหาร หรือ คสช. ปรากฏว่ามีสตรีเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ส.น.ช.) เพียงแค่ประมาณร้อยละ 3 เท่านั้น ถือว่าน้อยที่สุดในบรรดาประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย (จะน้อยที่สุดในโลกหรือไม่นั้น? ทางแอดมินยังไม่ได้ตรวจสอบ)

การพบปะในวันนี้มีเป้าหมายเพียงเพื่อได้ทำความกับรู้จักเครือข่ายสตรีในสามหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ ท่ามกลางเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี มีความเกี่ยวข้องกับสถานะและบทบาทของสตรีเป็นอย่างมาก การแก้ปัญหาความไม่สงบที่ผ่านมามุ่งเน้นไปที่กลุ่มคน 2 กลุ่ม คือ เจ้าหน้าที่รัฐด้านความมั่นคง กับ กลุ่มผู้ที่เห็นต่างจากรัฐ แต่สำหรับกลุ่มคนที่ตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์หรือแม้แต่จากการแก้ปัญหาของรัฐ ยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ทั้งที่คนกลุ่มนี้คือผู้เสียหาย เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ต้องสูญเสียคนที่รักในครอบครัว มีคนในครอบครัวถูกจับกุมคุมขัง มีเด็กกำพร้าที่มาจากเหตุการณ์ความไม่สงบมากกว่า 5,000 คน ที่สำคัญ สตรีจำนวนมากต้องขาดคู่ครอง (กลายเป็นหญิงหม้าย) ต้องรับทุกข์อย่างแสนสาหัสจากการขาดเสาหลักดูแลครอบครัว ต้องดิ้นรนเพื่อปากท้องเพียงลำพัง

จากปัญหาที่เกิดขึ้นนำมาสู่การรวมตัวเป็นเครือข่ายสตรีเพื่อปกป้องการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นกับคนรอบๆ ข้าง ทั้งนี้ สิ่งที่เป็นจุดแข็งทำให้สตรีและผู้ได้รับผลกระทบยังคงดำรงชีวิตอยู่ได้ก็คือ การมีสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจจากศาสนา ทั้งอิสลามและพุทธ ศาสนาทำให้สามารถมีพลังขึ้นมาต่อสู้ฟันฝ่าความทุกข์ยาก

บทบาทสตรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างมาก ตามปกติแล้วมิติที่ผู้หญิงในพื้นที่ชายแดนใต้มีบทบาทเป็นหลักก็คือ มิติด้านการศึกษา ด้านศาสนา ด้านความเป็นอยู่ปากท้อง เศรษฐกิจ อาชีพ การเกษตร กี่ค้าขาย แต่สิ่งหนึ่งที่จะต้องเพิ่มขึ้นมาของสตรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือ บทบาทในการปกป้องสิทธิมนุษยชนของตนและครอบครัว

อนึ่ง บทบาทของสตรีในทุกมิติที่กล่าวมาข้างต้น เกี่ยวข้องกับงานการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความจริงระบอบประชาธิปไตยกับอิสลาม เป็นเรื่องที่นักวิชาการได้ศึกษาถกเถียงกันไว้มากแล้ว อิสลามเริ่มจากการศรัทธาต่อพระองค์อัลลอฮที่เป็นอำนาจสูงสุดที่กำหนดทุกอย่าง แต่ประชาธิปไตยเชื่อว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน เมื่อประชาชนที่เป็นมุสลิมมีศรัทธาต่อพระเจ้า ก็ถือว่าเป็นอำนาจสูงสุดที่กฎหมายและการบริหารการปกครองโดยรัฐจะขัดต่อหลักคำสอนของศาสนาไม่ได้ ที่สำคัญประชาธิปไตยคือการมีส่วนรวมของประชาชน ที่หลักการอิสลามก็คือการ “ซูรอ” ที่ยึดการประชุมของผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนรวมทั้งสตรีและเด็ก

ในที่นี้ เพจ “ประชาชาติ” ขอยกตัวอย่างความเห็นของผู้แทนสตรีที่มาร่วมงานให้เพื่อนๆ ได้รับทราบ ดังนี้

อดีตประธานคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จ.ปัตตานี (คุณรอซีดะห์ ปูซู ) กล่าวว่า “ปัจจุบันเราอยู่ในยุคของการเมือง ที่จะต้องเปลี่ยนสถานการณ์บ้านเมืองของเราให้ดีขึ้น และหากเราจะเปลี่ยนสังคมได้ ก็ต้องยุ่งเกี่ยวกับการเมือง โดยเฉพาะผู้หญิงต้องเป็นผู้นำ เพราะผู้หญิงสามารถเป็นผู้นำได้ และเราต้อ’เห็นประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก” ทั้งนี้ สิ่งที่ผู้หญิงอยากเห็นและอยากให้พรรคการเมืองดำเนินการ ประกอบด้วย 1) “การกระจายการเงินที่เห็นมิติของหญิงชาย” ไม่ใช่นึกถึงแต่เงินสร้างถนนหนทางอย่างเดียว 2) การให้ความสำคัญกับคนที่อยู่ชายขอบ ยากจน และเด็กกำพร้า และ 3) การให้ความสำคัญกับ “พอเพียง มั่นคง ยั่งยืน” ไม่ใช่ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

นอกจากนั้น คุณรอซีดะห์ ยังบอกด้วยว่า อนาคตของกลุ่มผู้หญิงคือ ต้องรวมตัวกัน ทำงานเป็นเครือข่ายในรูป “สภาสตรี” เพื่อสร้างอำนาจการต่อรอง และต้องเป็นกลุ่มที่ทำงานร่วมกันทั้งสตรีชาวมุสลิมและสตรีชาวพุทธ นอกจากนั้น คุณรอซีดะห์ ยังแสดงความกังวลว่า ในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ สามารถกาบัตรเลือกตั้งได้เพียงใบเดียว คำถามคือเราจะเลือกบุคคลหรือเลือกพรรค ถ้าชอบอย่างและไม่ชอบอย่าง เช่น ชอบพรรค แต่ไม่ชอบผู้สมัคร ส.ส. หรือในทางกลับกัน จะทำอย่างไร ควรมีหลักการแบบใด

ขณะที่ผู้แทนสตรีจากอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า อยากให้พรรคการเมืองดูแลเรื่องปากท้องของคนในพื้นที่ ทำอย่างไรให้คนในพื้นที่มีอาชีพโดยไม่ต้องไปทำงานต่างประเทศ อยากให้คนได้ฝึกอาชีพตามความถนัดของตัวเอง อยากให้มีทุนประกอบอาชีพ เพื่อให้ประชาชนได้ลองทำด้วยตัวเอง

ส่วนตัวแทนสตรีอีกท่านจากจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า รู้สึกมีความหวังกับการเกิดขึ้นของ “พรรคประชาชาติ” ตนอยู่ในกลุ่มที่เน้นสร้างสตรีให้มีคุณธรรม จริยธรรม รู้จักหน้าที่ของตัวเอง ทั้งนี้ ก็เพราะลูกหลานของเราที่จบมาแล้วทำงานในหน่วยงานต่างๆ อาทิ เป็นเภสัชกร หรือ พยาบาล มักมีปัญหาเรื่องการปฏิบัติศาสนกิจ เพราะหน้าที่การงานทำให้ปฏิบัติศาสนกิจได้ไม่ครบถ้วน อีกทั้งไมได้รับการยืดหยุ่นจากหน่วยงาน เช่น เมื่อใช้เวลาในการทำละหมาดไปแล้ว ก็ต้องทำงานชดใช้ ทั้งที่การปฏิบัติศาสนกิจเป็นกิจที่สำคัญ และเป็นหน้าที่ขององค์กรที่ต้องให้ความสำคัญกับภารกิจที่พระองค์อัลลอฮทรงกำหนด

ตัวแทนสตรีชาวพุทธได้กล่าวว่า ในกลุ่มชาวพุทธมีการพูดถึงพรรคประชาชาติกันบ้าง แต่การได้รับฟังหรือรับรู้ถึงเป้าหมายและนโยบายพรรคอาจยังไม่ทั่วถึงนัก ในวันนี้ตนจึงมาร่วมงานนี้ เพื่อรับฟังข้อมูล และเห็นด้วยว่าในการทำงานจะต้องรวมกลุ่มสตรีทั้งพุทธและมุสลิม

Post Author: Prachachat Party

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.