Site Loader
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.

(สรุปเนื้อหา)
มุมมองจาก “ประชาชาติ” โดยคุณอารีเพ็ญ อุตรสินธ์ ว่าที่รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ ต่อ “การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมกับอนาคตสังคมและการเมืองไทย”
เสวนาวิชาการสาธารณะ จัดโดย คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. และเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม และมีผลในทางปฏิบัติ (Free, Fair & Fruitful Election) หรือ FFFE
14 ตุลาคม 2561 ณ ห้องประชุม LT1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
/////////////////////////////

วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้กลับมาบ้าน ตนนั้นเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2514 ได้ร่วมขับไล่เผด็จการกับศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ซึ่งตอนนั้นเป็นเผด็จการที่เข้มแข็งมาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว และได้สร้างให้ตนยืนหยัดในเวทีการเมืองในฝายประชาธิปไตยมาตลอด 9 สมัย

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นฉบับที่แย่สุดตั้งแต่ตนเป็นนักการเมืองมา เพราะได้ถูกร่างขึ้นเพื่อการสืบทอดอำนาจ การเรียกร้องให้ยกเลิกตรงนั้นตรงนี้ในรัฐธรรมนูญจึงเป็นไปได้ยาก ทางออกคือ 7 พรรคการเมืองที่มาในวันนี้ต้องจับมือกันต่อสู้เผด็จการ แล้วก็จะเกิดสิ่งที่เหมือนในประเทศมาเลเซียที่ตุนมหาเดร์สามารถล้มอดีตนายกรัฐมนตรีนายิบได้อย่างถล่มทลาย เช่นเดียวกับในประเทศพม่าที่พรรคการเมืองของนางอองซานซูจีได้คะแนนมากถึง 95% ทั้งที่ทหารพม่าเข้มแข็งกว่าทหารไทยมาก

สำหรับพรรคประชาชาติ ไม่เป็นพรรคมุสลิมและไม่ได้เป็นพรรคที่สนใจแต่เรื่องชายแดนภาคใต้ แต่พรรคของเราต้องการสร้างความเข้าใจว่า ไม่ได้มีเพียงเชื้อชาติไทยเท่านั้นที่สร้างประเทศ แต่ประเทศเรามีคนหลากหลายเชื้อชาติมาตั้งแต่ยุคโบราณ การรวบรวมคนเพื่อตั้งอาณาจักรใหม่ของพระเจ้าตากก็มีคนมุสลิม (เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ มาหะมุด) คอยช่วยเหลือสนับสนุนเงินทุนในการสร้างเรือรบ แต่เรื่องราวนี้ไม่เคยมีบรรจุในตำราประวัติศาสตร์ไทย

แน่นอนว่าคนเราต้องภูมิใจในความเป็นชาติและความเป็นสัญชาติไทย แต่เราก็ต้องตระหนักว่าชาติประกอบด้วยคนหลากหลายเชื้อชาติและกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งกะเหรี่ยง ลีซอ ม้ง เซมัง ซาไก มลายู จีน อินเดีย ฯลฯ เราต้องให้เกียรติคนทุกคนทั้งชาวเขา ชาวดอย ชาวนา ล้วนเป็นมนุษย์ด้วยกัน

สังคมพหุวัฒนธรรมต้องควบคู่กับประชาธิปไตย ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จะคลี่คลายในทางที่ดีต้องมีหลักประชาธิปไตย ไม่ใช่เผด็จการ และคนไทยทั้งประเทศจะต้องเข้าใจคำว่า “พหุวัฒนธรรม” ถ้าไม่เข้าใจ “พหุวัฒนธรรม” ก็จะแก้ปัญหาชายแดนใต้ไม่ได

คนชายแดนใต้มีการศึกษาน้อยกว่าและยากจนกว่าคนใน กทม. แต่เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา คนชายแดนใต้กลับโหวตไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างถล่มทลาย ขณะที่คนกรุงเทพฯ ซึ่งฉลาดกว่าและมีฐานะทางเศรษฐกิจดีกว่ากลับโหวตให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน พลังของประชาชนชายแดนใต้ที่สู้ด้วยหัวใจเช่นนี้จะปรากฏอีกครั้งในการเลือกตั้งที่จะถึง ทั้งนี้ ประชาชนชายแดนใต้ไม่โง่ พวกเขาเจ็บแล้วจำ ความยากจนจากยางราคา 3 กิโลร้อยที่เกิดในช่วงรัฐบาลทหารเป็นสิ่งที่คนจดจำและไม่อยากได้รัฐบาลนี้กลับเข้ามาอีก

คนชายแดนใต้รักประชาธิปไตย ในการเลือกตั้งที่ผ่านๆ มาก็ไปออกเสียงใช้สิทธิเลือกตั้งกันกว่า 75% ขณะที่คน กทม.ไปเลือกตั้งแค่ 50% เท่านั้น เช่นเดียวกับเมื่อครั้งอดีตที่มีการประท้วงในปี พ.ศ. 2518 ที่มัสยิดกลางปัตตานี ซึ่งเป็นการประท้วงที่ยาวนานถึง 45 วัน มีคนเข้าร่วมเป็นแสนคน แต่ไม่เคยมีความเสียหายหรือการปิดสถานที่ราชการเหมือนการชุมนุมประท้วงของคนผู้ดีเมื่อ พ.ศ. 2556-2557 ที่ผ่านมา เพราะเราถือว่าประชาธิปไตยคือการเคารพในสิทธิของผู้อื่

สำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ในพื้นที่ชายแดนใต้มีการแข่งขันสูงมาก เริ่มมีการอ้างของบางพรรคว่าเป็นพรรคที่มีอำนาจอย่างแท้จริง หากผู้สมัครไม่ไปร่วมกับพรรคก็จะประสบกับอุปสรรคและความเดือดร้อนต่างๆ อันเป็นการสร้างความหวาดกลัว แต่ตนก็คิดว่าพลังของประชาชนจะทำให้สามารถเอาชนะการข่มขู่คุกคามนี้ได้

Post Author: Prachachat Party

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.