Site Loader
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.

***มาแล้วค่ะ ตอนที่ 2 ***

คำต่อคำจากบทสัมภาษณ์อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในรายการเราพี่น้องกัน Kita Saudara ตอน คลายล็อค… วิกฤติการเมือง ออกอากาศทางช่อง PEACE TV ในวันเสาร์ที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมาโดยมี คุณธงไชย คำวิเศษณ์ รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ

ตอนที่ 1 พรรคประชาชาติ กับ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ การกระจายอำนาจ และการลดความเหลือมล้ำ

ตอนที่ 2 ประชาชาติ กับ การแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
///////////////////////////////////////////////////////////////////

ตอนที่ 2 ประชาชาติ กับ การแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ถาม: ในส่วนของภาคสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พรรคประชาชาติจะแก้ปัญหาอย่างไร

ตอบ: เราต้องเข้าใจปัญหาในพื้นที่อย่างถ่องแท้ว่ารากเหง้ามาจากอะไร แล้วเราพยายามแก้ตรงนั้น ที่สำคัญต้องให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา และเราต้องมีความไว้วางใจกัน เลิกหวาดระแวงว่าประชาชนไม่หวังดี ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 99% มีความต้องการที่จะให้บ้านเมืองสงบ แต่มีเพียงเล็กน้อยที่ก่อปัญหาขึ้น ผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาในทุกพื้นที่ ที่ก็มีคนทั้งดีและไม่ดี แต่เราจะทำอย่างไรให้คนที่ดีๆ ส่วนใหญ่ของประเทศมีส่วนแก้ไขปัญหาร่วมกัน ผมเชื่อว่าปัญหาจะลดลงไป และงบประมาณก็ไม่ต้องใช้จ่ายมากถึงขนาดนี้

แนวโน้มที่ดี คือ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านมหาเธร์ นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ได้มาเยือนประเทศไทย แล้วพูดคุยกับรัฐบาลและกล่าวปาฐกถาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านนายกมาเลเซียคนนี้เป็นมิตรที่ดีกับประเทศไทย หวังดีกับประเทศไทย เขาพูดอย่างชัดเจนว่าประเทศไทยเคยช่วยเหลือเขาในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงหรือคอมมิวนิสต์ จคม. จนกระทั่งสำเร็จ เขายังสำนึกว่าประเทศเรามีบุญคุณกับเขา อะไรที่เขาช่วยได้เขาก็อยากจะช่วย เพราะฉะนั้นปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าเราได้อาศัยความร่วมมือด้วยความเข้าใจกับมาเลเซีย ผมว่าน่าจะแก้ปัญหาได้รวดเร็วขึ้น

นายกมหาเธร์พูดไว้อย่างน่าคิดว่าทุกปัญหามีทางออก แต่เราต้องถามประชาชนด้วยว่าเขาต้องการแก้ไขอย่างไรถึงจะเหมาะสมความต้องการและความเป็นอยู่ของเขา สิ่งหนึ่งที่นายกมหาเธร์สนับสนุน ซึ่งผมเห็นด้วยก็คือ นอกจากการพัฒนาพื้นที่ การดูแลความสงบเรียบร้อยแล้ว ควรมีการเจรจากับผู้ที่มีความเห็นต่าง เราต้องเปิดการเจรจากัน นายกมหาเธร์บอกว่า ในการเจรจา ถ้าแต่ละฝ่ายมีข้อเสนอที่สุดโต่งหรือมีข้อเสนอที่แรงเกินไป ก็ไม่สามารถจะจบได้ จึงต้องพบกันครึ่งทาง ทั้งนี้ ในการเจรจาเราพร้อมรับได้ในข้อเสนอที่ไม่ผิดต่อกฎหมาย ในข้อเสนอที่ไม่ผิดต่อรัฐธรรมนูญ และไม่เกิดความเสียหายต่อแต่ละฝ่าย

เมื่อพบกันก็พร้อมที่จะเสียบางส่วน แต่ไม่ใช่เสียดินแดน หมายความว่ายอมเสียอำนาจบ้าง ไม่อย่างนั้นจะเจรจาไม่ได้ เช่น เขาขอเป็นเขตปกครองพิเศษ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้องมี “เอกราช” แต่อาจเป็น “เขตปกครองพิเศษ” เหมือนอย่างกรุงเทพมหานคร ที่มีการเลือกผู้ว่าฯ มาเพื่อดูแลงบประมาณ ดูแลการพัฒนาคูคลอง ดูแลบ้านเมืองต่างๆ อันที่จริงกรุงเทพฯ ควรจะได้เป็นเขตพิเศษมากขึ้น เช่น ดูแลการจราจรเอง ตำรวจนครบาลควรจะขึ้นตรงกับกรุงเทพฯ ไปเลย ท้องถิ่นจะได้ดูแลการจราจรและสั่งการได้

เพราะฉะนั้นในพื้นที่พิเศษหลายๆ ที่ เขาให้คนในพื้นที่ดูแลตัดสินปัญหาด้วยตัวเอง เช่น ประเทศญี่ปุ่นก็มีการกระจายอำนาจให้ในแต่ละเมืองเลือกผู้บริหารเอง ทั้งๆ ที่เขาก็มีการปกครองประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุขเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่า ระบบของญี่ปุ่นมีความเจริญก้าวหน้า แม้แต่ประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศคอมมิวนิสต์เขาก็ยังกระจายอำนาจ เราจะเห็นว่าในมณฑลยูนาน ในมณฑลไทยจ้วงที่มีคนไทยอยู่ เขาก็ปกครองตนเอง ในมณฑลที่มีคนมุสลิมเยอะก็กระจายอำนาจ ผู้ว่าฯ ก็มาจากการเลือกตั้ง พี่น้องจีนมุสลิมก็ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าหรือที่ซินเจียงก็เช่นเดียวกัน

เพราะฉะนั้น ระบบการกระจายอำนาจเพื่อให้คนในพื้นที่มีสิทธิ มีเสียง และเพื่อให้เขาดูแลพื้นที่ของเขาเอง แต่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน อยู่ภายใต้องค์พระประมุขเดียวกัน เป็นเพียงการกระจายอำนาจออกไปเท่านั้น ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้ความสงบเรียบร้อยเกิดขึ้นโดยที่ไม่ต้องไปใช้อาวุธไม่ต้องใช้วิธีปราบปราม ให้เขาดูแลกันเอง ส่วนกลางก็ดูแลความมั่นคงในภาพรวม การป้องกันประเทศ และการต่างประเทศ

ถาม: เมื่อพูดถึงในแง่สายสัมพันธ์ส่วนตัว สายสัมพันธ์ของกลุ่มคน สายสัมพันธ์ทางชาติพันธุ์กับมาเลเซีย มีส่วนช่วยให้การเจรจาแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ง่ายขึ้นเพียงใดบ้าง

ตอบ: โดยส่วนตัวผมรู้จักกับท่านมหาเธร์ประมาณ 20 กว่าปีมาแล้ว สมัยผมเป็นรัฐมนตรีคมนาคมก็ไปเจรจาเรื่องการสร้างสะพานข้ามแดนที่จังหวัดนราธิวาส แล้วก็ช่วยดูแลการเจรจาสมัยโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา (จคม.) เมื่อท่านพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้วก็ยังติดต่อกันเสมอ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียที่มารับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ที่มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ที่ผมเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย เมื่อท่านลงเลือกตั้งเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาและชนะการเลือกตั้ง ผมก็ไปแสดงความยินดีกับท่านในฐานะที่ท่านเป็นผู้ที่ผมเคารพนับถือ แต่บังเอิญท่านมีภารกิจต้องบินไปเยี่ยมรัฐมนตรีมหาดไทยของท่านด่วนที่สิงคโปร์ ท่านก็ฝากให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นคนดูแลแทน

ท่านฝากมาว่า พร้อมจะให้ความร่วมมือกับเราโดยตลอดในเรื่องความสัมพันธ์ประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย รวมทั้งเรื่องการค้ากับในประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนด้วยกัน ผมก็ฝากกับรองนายกฯ ของท่านกับรัฐมนตรีสองสามคนที่มาพบด้วยกันในวันนั้นว่า สิ่งที่ผมอยากจะเห็นมากที่สุดก็คือความร่วมมือในการแก้ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อย เขาก็บอกว่าปัญหาความไม่สงบในบ้านเรานั้น ถ้าสามารถแก้ได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อมาเลเซียเช่นเดียวกันเพราะว่าพรมแดนติดต่อกันการค้าการท่องเที่ยวก็จะเกิดขึ้นด้วย
ประการต่อมา สิ่งที่เราได้พูดจากับมาเลเซียก็คือว่า เรามีคนไทยไปทำงานที่มาเลเซียไปทำธุรกิจร้านอาหารที่เราเรียกว่า “ร้านต้มยำ” เรามีร้านต้มยำที่มาเลเซียไม่ต่ำกว่าหมื่นร้าน คนมาเลเซียชอบทานอาหารนอกบ้าน มีคนไทยเป็นผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร พ่อครัวแม่ครัว พนักงานเสิร์ฟไม่น้อยกว่า 200,000 คน ในมาเลเซีย ผมก็บอกว่าฝากให้ทางการมาเลเซียดูแลคนเหล่านี้ให้ด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเก็บค่า work permit ขอให้มีราคาลดลงเพราะว่าถ้าเก็บแพงคนก็ไม่มีเงินจะเสีย หรือถ้าเก็บแพงก็อาจจะทำให้ต้องคิดราคาค่าอาหารแพงขึ้น แต่ส่วนหนึ่งก็คือหลบหนีกันไม่ยอมจ่าย ก็อาจมีจ่ายใต้โต๊ะบ้าง
ผมก็ยกตัวอย่างว่าในประเทศเราเคยเจอปัญหาอย่างนี้ แต่เราก็ทำให้ปัญหาลดลงด้วยการลดค่า work permit เดิมแรงงานพม่ามาลงทะเบียนไม่ถึงแสนคน แต่เมื่อเราลดค่าธรรมเนียมแล้ว และเราให้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพ ปรากฏว่าพวกเขามาจดทะเบียนเกือบ 2 ล้านคน แต่ก็ยังมีส่วนหนึ่งที่ไม่ยอมมาจด แต่ก็ดีขึ้นเราสามารถจะดูแลด้านความมั่นคงได้ ดูแลด้านสุขภาพได้

คนมาเลเซียส่วนใหญ่ รวมทั้งคนในรัฐบาลและครอบครัวชอบกินอาหารไทยมาก กินทั้งเช้ากลางวันเย็นดังนัน้ ถ้าคนไทยไม่ขายอาหาร คนมาเลเซียก็เดือดร้อน เพราะการทำอาหารกินเองมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า อาหารไทยในมาเลเซียขายไม่แพง บางครั้งอาหารที่เมืองไทยยังแพงกว่าอาหารไทยที่นี่ ที่นี่เน้นปริมาณมาก ในแต่ละปีเราได้เงินจากคนไทยที่ทำงานในมาเลเซียเป็นร้อยล้านจากสองแสนกว่าคน พวกเขาส่งเงินกลับมาให้ลูกหลานได้ศึกษาเล่าเรียนในประเทศไทย สร้างบ้าน ซื้อสวน ซื้ออะไรเยอะแยะ

เพราะฉะนั้น ความผูกพันของเรา (ไทยกับมาเลเซีย) มีตั้งแต่เรื่องการศึกษา นักศึกษาไทยจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และจากภูมิภาคอื่นของประเทศไทยไปเรียนที่มาเลเซียกันมาก เพราะคุณภาพของการศึกษาของมหาวิทยาลัยในมาเลเซียมีคุณภาพดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอังกฤษ เขาเป็นหลักสูตรนานาชาติเสียส่วนใหญ่ ค่าเล่าเรียนก็ไม่แพง เด็กใต้ไปเรียนมาเลเซียกับเด็กใต้มาเรียนกรุงเทพดีไม่ดีอยู่กรุงเทพแพงกว่าด้วยซ้ำไป แต่สิ่งที่ได้จากมาเลเซียก็คือเรื่องภาษา อีกประการ คือ เรื่องคุณธรรม ที่มาเลเซียไม่ค่อยสิ่งยั่วยวนเหมือนในสังคมกรุงเทพหรือแถบยุโรป ผู้ปกครองแทบไม่ต้องเป็นห่วงลูกหลานที่เรียนในมาเลเซียเลย พวกเราเรียนหนังสืออย่างเดียวแล้วก็ได้ภาษาด้วย

ถาม: การที่คนมาเลเซียมาท่องเที่ยวในพื้นที่ทำให้คนในท้องถิ่นได้รับประโยชน์อย่างไร

ตอบ: ประเทศมาเลเซียไม่ค่อยมีแหล่งท่องเที่ยวเท่าไหร่ ประเทศมาเลเซียค่อนข้างแคบ พวกเขาจะชอบมาท่องเที่ยวที่บ้านเรา ตรงชายแดนบ้าง แล้วที่นิยมมากก็คือแถบทะเลอันดามัน เช่น ภูเก็ต ตอนนี้มาเที่ยวกรุงเทพฯก็เยอะ แต่บังเอิญว่าในช่วงนี้จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียลดน้อยลงไป เพราะว่าค่าเงินริงกิตตก หากเข้ามาเมืองไทยก็จะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แต่สภาพเช่นนี้คงอยู่อีกไม่นานนัก นายกมหาเธร์ บอกว่าเขาจะพัฒนาเศรษฐกิจมาเลเซียให้ดีขึ้น
ผมอยากจะเรียนพี่น้องประชาชนตรงนี้ว่า ทำไมในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มาเลเซียถึงเศรษฐกิจตกต่ำ ก็พูดได้เลยว่าเพราะปัญหาการคอรัปชั่นในรัฐบาลมาเลเซียสมัยที่ผ่านมามีสูงขึ้น การใช้อำนาจบาตรใหญ่ของรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะปกครองมานานก็เลยเหิมเกริม ที่สำคัญก็คือการคอรัปชั่น ทั้งนี้ มหาเธร์ อายุ 93 ปีแล้ว ผมเองก็อายุ 70 กว่าปีก็มีกำลังใจที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง
มหาเธร์ อายุ 93 ปี สามารถเอาชนะการเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่คนไม่รู้อาจจะนึกว่าพรรคการเมืองของมหาเธร์เป็นพรรคการเมืองใหญ่

แต่อันที่จริงแล้ว พรรคของมหาเธร์ได้ สส. เพียง 11 หรือ 12 ที่นั่ง เท่านั้นเอง ส่วนพรรคของอันวาร์ได้ 49 ที่นั่ง แต่มีพรรคของคนอินเดีย มีพรรคของคนจีน ที่เขาสามารถรวบรวมพรรคการเมืองทั้งหมดได้ 122 ที่นั่ง จาก 220 ที่นั่ง เพราะฉะนั้นเขาจึงชนะการเลือกตั้ง เขาได้ 10 กว่าที่นั่ง ได้เป็นนายกรัฐมนตรีในขณะที่อายุ 93 ปี ทั้งนี้ เป็นเพราะคำกล่าวเดียวของเขาที่ว่า “ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนชาวมาเลเซียต้องจับมือร่วมกันเพื่อล้างประเทศมาเลเซียให้สะอาดจากการทุจริตคอรัปชั่น” ซึ่งคนมาเลเซียเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้

ผมจึงคิดว่าการเลือกตั้งของประเทศไทยที่จะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์นี้ บางทีประชาชนอาจจะบอกรัฐบาลได้ว่าเขาต้องการรัฐบาลแบบไหน ที่ผ่านมามีการทุจริตคอรัปชั่นหรือไม่ หรือเขาเดือดร้อนเพราะเศรษฐกิจที่แย่ๆ อย่างไร อาจจะเปลี่ยนได้แบบที่มาเลเซียเปลี่ยนรัฐบาล ถึงแม้การเลือกตั้งนั้นแทบไม่น่าเชื่อว่าพรรคฝ่ายค้านของมาเลเซียกลุ่มมหาเธร์จะชนะ เพราะรัฐบาลเอาเปรียบทุกอย่าง ยุบสภาเพื่อเลือกตั้ง แล้วก่อนยุบสภารัฐบาลทำนโยบายประชานิยมอย่างใหญ่โต ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ เพิ่มเงินเกษียณอายุ ให้เงินกับเกษตรกร ให้ปุ๋ย เพื่อการทำประชานิยม แล้วจากนั้นก็ประกาศยุบสภาแล้วเลือกตั้งภายใน 3 อาทิตย์เท่านั้น แต่มหาเธร์สามารถจะบอกเครือข่ายเขาด้วยคำพูดที่ว่า “เรามาจับมือกันให้แน่นเพื่อจะล้างประเทศนี้ให้สะอาดจากการทุจริตคอรัปชั่น แล้วเราจะสร้างประเทศนี้ให้เป็นเสืออย่างเดิม” เขาบอกว่ามาเลเซียเป็นเสือตัวหนึ่งของอาเซียน ของเอเชีย เราจะเป็นเสือที่สง่างามอย่างเดิม แต่เดี๋ยวนี้เสือมันพิการท้องเสียเพราะกินเยอะ
ถึงแม้พรรคประชาชาติเป็นพรรคการเมืองเล็กแต่เรามีนโยบายปรองดอง ถ้ามหาเธร์ไม่จับมือกับอันวาร์ก็จะไม่ชนะการเลือกตั้งผมได้ยินอันวาร์เขาพูด ภรรยาอันวาร์พูดกับผมตอนที่ผมไปเยี่ยม ตอนนั้นอันวาร์ยังอยู่ในคุก มหาเธร์บอกกับอันวาร์ว่า “ผมขอมาร่วมมือกับคุณเพื่อปราบรัฐบาลคอรัปชั่น เรื่องที่แล้วมาผมรู้ว่าคุณไม่พอใจผม ผมเอาคุณเข้าคุก เรามาจับมือกันใหม่ ผมขออภัย” อันวาร์พูดอย่างไรรู้ไหม “ท่านเป็นนายผมมาก่อน แล้วท่านเอาผมเข้าคุก 18 ปี ผมจำได้ แต่ผมต้องลืมแล้วในวันนี้ เพราะผมต้องการอย่างเดียว จับมือกับท่านเพื่อพัฒนาประเทศมาเลเซียให้เดินไปข้างหน้าเพื่อปราบปรามการคอรัปชั่น ผมต้องการแค่นี้ เรื่องที่ผ่านมาถ้าเราพูดแล้วมันก็ไม่จบ เพราะมันแก้ปัญหาไม่ได้” ผมฟังแล้วซึ้งเลย

ผมคิดว่าประเทศไทยเราน่าจะคิดได้อย่างนั้นว่า เราอาจต้องให้อภัยกัน เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า บางเรื่องเป็นความขัดแย้งระหว่างชนชั้นนำ ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ชนชั้นนำทะเลาะกันแล้วลากประชาชนเข้าไปด้วย ลากทหารเข้ามาปฏิวัติ มันเสียโอกาสของประชาชน

ถาม: จากวิกฤตการณ์การเมือง เราน่าจะเอามาเลเซียเป็นตัวอย่าง ปัญหาในประเทศไทยหมักหมมมา 4 – 5 ปีแล้ว มหาเธร์ได้ให้เคล็ดลับบางอย่างไหมในการสร้างสมานฉันท์ในภาคใต้ แล้วการเดินหน้าทางการเมือง การแก้ไขปัญหาทุจริตการคอรัปชั่นควรเป็นอย่างไร

ตอบ: ความจริงประเทศไทยเรานั้นสามารถแก้ปัญหาได้ดีกว่ามาเลเซีย ประเทศเรามีทั้งชาวพุทธ มุสลิม และคนที่นับถือศาสนาอื่นๆ ถ้าเรายึดถือตามหลักพรรคประชาชาติ “เราคือประชาชาติเดียวกัน” เรามุ่งหวังและสร้างความดีร่วมกัน ความแตกต่างเป็นเรื่องเล็กหากเรามุ่งไปที่เรื่องของประเทศชาติ เราจะรักสมัครสมานสามัคคีกันอย่างไรนั้นสำคัญมาก มาเลเซียตอนนี้เป็นตัวอย่างที่ดี เดิมมาเลเซียเคยนำตัวอย่างจากเราไป แต่ตอนนี้เขาไกลกว่า เช่น ในเรื่องของการสร้างเมืองใหม่ศูนย์ราชการต่างๆ ที่เคยมาดูงานจากเรา เรามักติดอยู่กับการโจมตีใส่ร้ายซึ่งกันและกันที่ทำให้ความเจริญเกิดขึ้นช้า
———————

ขอบคุณ Keris Emas Sri Wangsa สำหรับการถอดเทปและเรียบเรียง

ภาพประกอบจาก https://www.youtube.com/watch?v=wBu2RcEXEh8&feature=youtu.be&fbclid=IwAR0iXapy3hYocgBbJeJP36ZPXJTTXb0AiLnHMltUyKW2LnO_yZR1EjKt5Gc

ติดตามตอนที่ 1 ได้จาก
https://www.facebook.com/PrachachatPeopleNation/photos/a.2125920307666661/2183797125212312/?type=3&theater

Keris Emas Sri Wangsa

Post Author: Prachachat Party

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.