Site Loader
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.

“ขอร้องให้ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระช่วยทำให้เกิดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และยุติธรรม อันจะได้รับความเชื่อถือจากประชาชนทั้งในและต่างประเทศ …กกต.จงเป็นตัวของตัวเอง ท่านสำคัญที่สุดต่อการปฏิรูป การเลือกตั้ง ประชาธิปไตย”

“กว่าเราจะมาถึงวันนี้ในการก่อตั้งพรรคประชาชาติ เราได้ใช้ความอดทน อดกลั้น เหนื่อยกายและใจ ทำภารกิจภายใต้กติกากฎหมายอันสลับซับซ้อน ซ่อนเงื่อนด้วยเล่ห์กล …แม้แต่การปรับแบ่งเขตเลือกตั้งก็ยังเลื่อน แฝงด้วยความไม่ไว้วางใจในประชาชน ประชาชนกลายเป็นผู้ร้าย เราจึงต้องทำให้สำเร็จ เพราะเป็นหน้าที่เพื่อกอบกู้ประชาธิปไตยของประชาชนให้กลับคืนมา”

//////////////////////////////
สรุปเนื้อหาการกล่าวเปิดประชุมสามัญพรรคประชาชาติ ครั้งที่ 2/2561 โดย อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวข้อ “พหุวัฒนธรรม พลังสร้างชาติ” 18 พ.ย. 2561 ณ โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ

+++ตอนที่ 1 กกต.กับการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม? และ เล่ห์กลทางกฎหมายของเผด็จการ+++

ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน ผมต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมประชุม และขอขอบคุณในความศรัทธา ความรัก ความไว้วางใจที่ท่านมีต่อพรรคประชาชาติ

การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งแรกนับจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จดแจ้งจัดตั้งพรรคประชาชาติในวันที่ 31 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมใหญ่ของพรรคครั้งที่ 2 อันเป็นข้อกำหนดสำหรับการดำเนินกิจกรรมตาม พรบ.พรรคการเมือง นั่นคือ การสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง 11 ท่าน

ในการนี้ ผมอยากขอร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจ ช่วยทำให้เกิดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และยุติธรรม อันจะได้รับความเชื่อถือจากประชาชนทั้งในและต่างประเทศ หากคณะกรรมการการเลือกตั้งถูกแทรกแซง ความเชื่อถือของท่านจะหมดไป ท่านจงเป็นตัวของตัวเอง ท่านสำคัญที่สุดต่อการปฏิรูป การเลือกตั้ง ประชาธิปไตย นี่คือสิ่งที่เราเรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งในการทำให้เกิดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม และเชื่อถือได้

ท่านทั้งหลาย พรรคประชาชาติได้ก่อกำเนิดด้วยความรัก สามัคคี ของประชาชนทุกหมู่เหล่า อันเป็นที่ประจักษ์ว่าภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์หลังการจดทะเบียนจัดตั้งพรรค มีประชาชนมาเข้าร่วมอุดมการณ์และเป็นสมาชิกพรรคเกือบหนึ่งหมื่นท่านแล้ว ซึ่งเป็นจำนวนที่ กกต. ให้เวลาหาถึงสิบปี แต่พรรคประชาชาติซึ่งจัดตั้งพรรคได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน กำลังจะมีสมาชิกพรรคถึงหนึ่งหมื่นคนแล้ว

หนึ่งหมื่นคนนี้กระจายมาจากทั่วประเทศ จากบนเขา จากชายทะเล จากทุกส่วนของประเทศ ได้มารวมกันเกือบหมื่นคน เป็นกำลังใจอันยิ่งใหญ่ให้กับพรรคประชาชาติ นอกจากนี้ จากการสำรวจความนิยมของพรรคการเมืองเมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า พรรคประชาชาติได้รับความนิยมในลำดับต้นๆ คือไม่เกินลำดับที่ 10 จากบรรดาพรรคการเมืองกว่าร้อยพรรค

ท่านที่เคารพทุกท่านจงมั่นใจว่าประชาชาตินั้นก้าวมาด้วยความมั่นคง บนความเข้าถึงธรรมชาติ และการสร้างสรรค์สังคมวัฒนธรรมอย่างสมดุล เป็นความจริงที่ว่าธรรมชาติของโลกต้องอยู่ได้ด้วยความสมดุล ในขณะที่สังคมสันติสุขต้องเกิดขึ้นบนความยุติธรรม เราต่างมีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะอยู่ร่วมกันอย่างเสมอภาค แม้ต่างชาติพันธุ์ ต่างศาสนา ต่างวัฒนธรรม ต่างฐานะ ยากดีมีจน หรือแม้จะอาศัยอยู่คนละภูมิภาค แต่เราก็ยากจะเห็นด้วยกับการปกครองในระบอบเผด็จการ เราเชื่อว่าขบวนการประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะสร้างความสมดุลและสันติภาพในประเทศของเราได้

เราจึงร่วมกันสร้างพรรคประชาชาติ ผมรู้ดีว่าท่านทั้งหลายไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด ต่างก็มีส่วนร่วมในการสถาปนาพรรคประชาชาติ กว่าเราจะมาถึงวันนี้ เราได้ใช้ความอดทน อดกลั้น เหนื่อยกายและใจ ทำภารกิจ หน้าที่ เพื่อสร้างสรรค์งานภายใต้กติกา กฎหมายอันสลับซับซ้อน ซ่อนเงื่อนด้วยเล่ห์กล …แม้แต่การปรับแบ่งเขตเลือกตั้งก็ยังเลื่อน แฝงด้วยความไม่ไว้วางใจในประชาชน ประชาชนกลายเป็นผู้ร้าย เราจึงต้องทำให้สำเร็จ เพราะเป็นหน้าที่เพื่อกอบกู้ประชาธิปไตยของประชาชนให้กลับคืนมา

ภารกิจของเราในวันนี้เป็นเพียงการเริ่มต้น ทุกท่านมีบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกันไป บางท่านมีหน้าที่ในฐานะสมาชิก บางท่านมีหน้าที่เอาใจช่วย บางท่านมีหน้าที่เข้าลงเลือกตั้ง บางท่านต้องทำงานในฐานะกรรมการบริหารพรรค กรรมการสรรหาพรรค ทุกท่านมีหน้าที่ ทุกท่านต้องสามารถเข้าใจอุดมการณ์ นโยบายของพรรค เพื่อชี้แจงไปสู่ประชาชนได้ ที่สำคัญเราทุกคนไม่ได้ทำหน้าที่ให้กับพรรคประชาชาติเท่านั้น เราทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย

ขอบคุณท่านทั้งหลายที่ให้ความไว้วางใจให้ผมทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรคประชาชาติ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นภาระที่หนักอึ้ง เนื่องจากพรรคประชาชาติเป็นพรรคการเมืองใหม่ แต่ผมขอสัญญากับท่านทั้งหลายว่าผมจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด โดยใช้ประสบการณ์ที่อยู่ในวงการการเมืองมากว่า 40 ปี ทั้งในฐานะ สส. รัฐมนตรีหลายกระทรวง รองนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และทำงานประสานกับองค์กรระหว่างประเทศหลายองค์กร เราจะกอดคอและจับมือกัน นำพรรคประชาชาติให้ชนะการเลือกตั้งครับ

ตัวผมคนเดียวไม่อาจทำให้พรรคประชาชาติชนะการเลือกตั้งได้ ท่านทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกรรมการบริหารพรรค ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกพรรค ผู้สนับสนุนพรรค ทุกท่านต่างก็มีบทบาทหน้าที่ที่จะทำให้ประชาชนรู้จักพรรคประชาชาติซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหม่ ทำให้ประชาชนเข้าใจอุดมการณ์และนโยบายของเราสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้


+++ตอนที่ 2 พลังจากสังคมพหุวัฒนธรรมกับการพัฒนา+++

พรรคประชาชาติเชื่อว่าความแตกต่างหลากหลายทางชาติพันธุ์ วัฒนธรรม ภาษา จารีตประเพณี หรือความคิด เป็นลักษณะทั่วไปของสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน แบ่งปัน และเกื้อกูลกัน พรรคประชาชาติจึงมุ่งขจัดการครอบงำ หรือปฏิบัติการทางวัฒนธรรมที่ไม่เป็นธรรมกับมนุษยชาติ พรรคประชาชาติเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีค่าและมีศักยภาพ มนุษย์จึงเป็นเป้าหมายหลักที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม ทั่วถึง และเป็นอิสระ เพื่อเป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนาประเทศและสังคมโลกต่อไป ไม่มีสังคมใดหรือประเทศใดในโลกนี้ที่ประกอบด้วยชาติพันธุ์เดียว หรือมีศาสนา ภาษา และวัฒนธรรมเดียว แต่เราสามารถทำให้ผู้ที่มีความหลากหลายซึ่งอยู่ในประเทศไทยรวมกันเป็นพหุวัฒนธรรม ร่วมกันเป็นประชาชาติเดียวกัน เกื้อกูลกัน รักกัน ปรองดองกัน สามัคคีกัน และมีเป้าหมายร่วมกันที่จะพัฒนาประเทศโดยไม่แตกแยก หากแต่กลมกลืนกัน

เราจะได้พลังมหาศาลในการพัฒนาประเทศ ดังเช่นประเทศมหาอำนาจทั้งหลาย เช่น สหรัฐอเมริกา ประเทศในยุโรป รัสเซีย หรือจีน ต่างก็มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภาษาที่แตกต่างกัน ซึ่งแม้จะมีความแตกต่างแต่ต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน มีเอกภาพในการพัฒนาประเทศ จึงจะก่อให้เกิดความรุ่งเรืองและเป็นอารยประเทศ หรือแม้แต่ในประเทศเล็กๆ อย่างประเทศสวิสเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ หรือมาเลเซีย ต่างก็มีความหลากหลายวัฒนธรรม ชาติพันธุ์ และศาสนา แต่สามารถอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน และมีเป้าหมายการทำงานร่วมกัน

แต่ก็มีตัวอย่างในหลายประเทศที่ไม่ได้ดำเนินการสร้างความกลมกลืนในพหุวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีความพยายามที่จะทำลายความแตกต่างในเรื่องเชื้อชาติ ประเพณี หรือความคิด เพื่อให้เกิดความเข้าใจว่าชาติพันธุ์หนึ่งจะยิ่งใหญ่กว่าชาติพันธุ์อื่น จึงก่อให้เกิดปัญหามากมายในประเทศ เช่น ประเทศเยอรมนีในสมัยนาซี ซึ่งทำให้โลกต้องเผชิญกับสงครามเพราะการไม่ยอมรับความแตกต่าง ต้องการสร้างชาติพันธุ์เดียวให้เป็นใหญ่ทั้งในประเทศและโลก ท้ายที่สุดความล่มสลายก็เกิดขึ้นกับประเทศเยอรมนี และต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟูประเทศ

หรือแม้แต่เมื่อ 60 ปีที่ผ่านมา ประเทศเมียนมามีการปฏิวัติรัฐประหาร โดยนายพลเนวินได้ทำลายความคิดที่จะรวมชาติพันธุ์ของอองซาน ซูจี จึงเกิดการต่อสู้และการไม่ยอมรับในความเป็นผู้นำขึ้นในประเทศ ส่งผลให้ประเทศเมียนมาใช้ความเป็นเผด็จการตัดขาดตนเองจากโลกภายนอก ท้ายที่สุด จากที่ประเทศเมียนมาที่เคยส่งออกข้าวเป็นอันดับ 1 ของโลก เคยส่งออกน้ำมัน และเคยมีการศึกษาที่โดดเด่น กลับกลายมาเป็นประเทศที่ยากจน ต้องปลูกข้าวเพียงเพื่อการดำรงชีวิต อีกทั้งยังต้องนำเข้าข้าวและสินค้าอื่นๆ จากต่างประเทศในบางปี ชาวเมียนมาที่ยากจนต้องอพยพทำงานต่างประเทศ กระนั้นหลังความลำบากยากเข็ญ ประเทศเมียนมาก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ประเทศ ซึ่งผมจะกล่าวถึงต่อไป


พบกับเนื้อหาตอนที่ 3 และตอนที่ 4 (ตอนจบ) ได้ในวันพรุ่งนี้

ตอนที่ 3 ปัญหา/นโยบายเร่งด่วน: กระจายอำนาจ ปัญหาปากท้อง ยาเสพติด ชายแดนใต้

ตอนที่ 4 (ตอนจบ) การเลือกตั้งกับการเปลี่ยนประเทศไทย

1

Post Author: Prachachat Party

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.