Site Loader
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.

ตอนที่ 3 และตอนที่ 4 (ตอนจบ)

+++พรรคประชาชาติเชื่อว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน เราจึงส่งเสริมการกระจายอำนาจแก่ประชาชนและท้องถิ่น รัฐมีหน้าที่สร้างกติกาเพื่ออยู่ร่วมกัน และต้องกระจายรายได้ งบประมาณ งาน ภารกิจแก่ท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนมีภาระหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าของประเทศ ไม่ใช่เพียงผู้อยู่อาศัยเท่านั้น+++

+++การเลือกตั้งเป็นอนาคตของเรา การเปลี่ยนแปลงจะอยู่ในมือของเราต่อเมื่อมีการเลือกตั้ง ในยามนี้เรากำลังแสวงหาความเป็นธรรมและความเสมอภาค เรากำลังแสวงหาข้าวให้แก่คนจน แสวงหาเงินให้คนจนได้ส่งลูกไปโรงเรียนเรียน ท่านสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ในวันเลือกตั้ง…อนาคตอยู่ในมือเรา อย่าปล่อยให้อนาคตหายไป+++
///////////////////////////////////

สรุปเนื้อหาการกล่าวเปิดประชุมสามัญ #พรรคประชาชาติ ครั้งที่ 2/2561 โดย อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวข้อ “พหุวัฒนธรรม พลังสร้างชาติ” 18 พ.ย. 2561 ณ โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ

+++ตอนที่ 3 ปัญหา/นโยบายเร่งด่วน: กระจายอำนาจ ปัญหาปากท้อง ยาเสพติด และชายแดนใต้++++

อุดมการณ์และนโยบายที่สำคัญประการหนึ่งของพรรคประชาชาติ คือ ประชาธิปไตยและการกระจายอำนาจ พรรคประชาชาติเชื่อว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน เราจึงส่งเสริมการกระจายอำนาจแก่ประชาชนและท้องถิ่น รัฐมีหน้าที่สร้างกติกาเพื่ออยู่ร่วมกัน และต้องกระจายรายได้ งบประมาณ งาน ภารกิจแก่ท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนมีภาระหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าของประเทศ ไม่ใช่เพียงผู้อยู่อาศัยเท่านั้น

พรรคประชาชาติเชื่อว่าประโยชน์สูงสุดของประชาชนกับความมั่นคงควรจะเป็นเรื่องเดียวกัน พรรคประชาชาติไม่ต้องการประโยชน์ของประชาชนที่ไม่มั่นคง ไม่เรียบร้อย บ้านเมืองต้องยอมรับกติกา เลือกตั้งคือเลือกตั้ง ไม่ใช่ปิดคูหาเลือกตั้งและไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาแม้แต่ความมั่นคงที่มีอยู่ก็ถูกบอกว่าเป็นความไม่มั่นคง พยายามก่อให้เกิดความวุ่นวายเพื่อเข้ามายึดอำนาจ สิ่งเหล่านี้ควรเลิกได้แล้ว เราต้องการความสุข ความสงบสุข ความมั่นคงของประเทศ

รัฐบาลที่ดีในโลกนี้ต้องเป็นรัฐบาลที่อำนาจน้อย โดยอำนาจควรอยู่ที่ประชาชนหรือท้องถิ่น เราต้องไม่หวงอำนาจ ยิ่งมีอำนาจมากยิ่งอันตราย รัฐบาลใหญ่ที่มีอำนาจมากก็จะคอรัปชั่นมาก เราจึงต้องให้โอกาสประชาชนในการตัดสินใจเพื่อควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งเป็นภาษีของประชาชน ด้วยตัวประชาชนเอง

พรรคประชาชาติมองว่าในขณะนี้เรามีปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขในทันที ซึ่งไม่ใช่ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แต่คือปัญหาปากท้อง ความยากจน และความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครออกมาปฏิเสธนอกจากผู้มีอำนาจ พรรคประชาชาติถือว่าปากท้องของประชาชนต้องมาก่อน เรากำลังรวบรวมปัญหาเหล่านี้เพื่อแก้ไขทันทีหลังเลือกตั้ง ในเรื่องราคายาง เรื่องราคาปาล์มน้ำมัน และเรื่องการประมงเองก็เป็นปัญหาเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2561 ผมได้กล่าวในการประชุมจัดตั้งพรรคว่า “ประชาชนได้อะไรจากการถูกปฏิวัติรัฐประหารเกือบ 5 ปี?” สิ่งที่ได้คือ “เราได้ราคายาง 3 กิโลฯ 100” และปัจจุบันวันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 ราคายางเหลือเพียง 4 กิโลฯ 100 บาท ประชาชนที่ทนไม่ไหวก็ได้ประท้วงเผายาง พรรคประชาชาติจึงได้ส่งคนเข้าไปหาข้อมูล และจะคุยกันเรื่องปัญหาราคายางอีกครั้ง เราเชื่อว่าปัญหาทุกปัญหาต้องมีทางออกบนโลกนี้ ไม่ต้องไปขายยางบนดาวอังคาร

ในด้านการประมง ปัจจุบันมีเรือประมงหลายหมื่นลำที่ถูกจอดทิ้งไว้เนื่องจากไม่สามารถออกทำการประมงได้จากนโยบายที่ผิดพลาดในการตอบสนองต่อการแทรกแซง/กีดกันของต่างประเทศซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่รับซื้อปลารายใหญ่จากประเทศไทย ทั้งนี้ การแทรกแซง/กีดกันนี้เป็นผลมาจากการที่ต่างชาติเห็นว่าประเทศไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตย ผมเชื่อว่าหากเราเลือกฝ่ายประชาธิปไตยในการเลือกตั้งที่จะถึง เงื่อนไขผูกมัดการทำประมงจากต่างประเทศก็จะลดลง

ปัญหาเร่งด่วนอีกประการที่พรรคประชาชาติต้องดำเนินการแก้ไขให้ได้ คือ การระบาดของยาเสพติด ซึ่งปัจจุบันแผ่ขยายไปถึงโรงเรียน ปอเนาะ มัสยิด และวัด ทั้งๆ ที่เรามีรัฐบาล ตำรวจ ทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งได้รับเงินเดือนจากภาษีของประชาชนอยู่มาก ปัญหานี้รัฐบาลต้องให้ความสนใจและแก้ไขปัญหา เบื้องต้นรัฐบาลต้องแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าหมู่บ้านต้องปราศจากยาเสพติดและในโรงเรียนต้องไม่มีคนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด กำนันผู้ใหญ่บ้านต้องไม่ปล่อยให้มียาเสพติดในชุมชน ข้าราชการก็ห้ามติดต่อยุ่งเกี่ยวกับพ่อค้ายาเสพติด ในประเทศอื่นยาเสพติดหายาก แม้แต่ในประเทศที่เป็นแหล่งผลิตใหญ่ก็ยังมีคนเสพยาน้อยกว่าในไทย

ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาที่มีมานาน รัฐบาลได้ใช้งบประมาณและกำลังคนไปค่อนข้างมาก มีการเสียชีวิตและทรัพย์สินไปอย่างมหาศาล ดังนั้น ปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงไม่อาจจะถือว่าเป็นปัญหาเล็กหรือปัญหาเฉพาะพื้นที่ แต่จะต้องถือว่าเป็นปัญหาระดับประเทศ ต้องช่วยกันแก้ไขด้วยความเข้าใจ ทั้งนี้ การที่ปัญหาความไม่สงบลุกลามเกิดจากความหวาดระแวงและไม่ไว้วางใจกัน การพัฒนาไม่สามารถทำได้หากยังไม่เข้าใจ ไม่เข้าถึง และยังหวาดระแวงกันอยู่

นอกจากนี้ พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับเรื่องการต่างประเทศ บุคลากรในพรรคเราส่วนหนึ่งมีประสบการณ์เกี่ยวกับต่างประเทศ รู้จักกับผู้นำหลายประเทศ โดยเฉพาะในอาเซียนที่เรามีความสนิท อีกทั้งยังมีความคุ้นเคยกับนักลงทุนและภาคเอกชนจากหลายประเทศ พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับบริบทโลก เพราะประเทศเราจะอยู่โดดเดี่ยวไม่ได้

โลกใบนี้ประกอบไปด้วยท้องฟ้า มหาสมุทร แผ่นดิน และภูเขา ที่ไม่มีใครหรือประเทศใดมีอำนาจที่จะใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด ต้องแบ่งปันและเกื้อกูลกัน ต้องมีความปรารถนาดีต่อกัน ทั้งนี้ หากถือว่า “เราเป็นประชาชาติเดียวกัน” ก็จะมีความปรารถนาดีต่อกัน เกื้อกูลกัน สงครามก็จะไม่เกิดขึ้น งบประมาณด้านอาวุธก็สามารถนำไปพัฒนาคนและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความก้าวหน้าของประเทศ และสร้างสังคมสันติสุข

+++ตอนที่ 4 (ตอนจบ) การเลือกตั้งกับการเปลี่ยนประเทศไทย+++

ประการสุดท้าย ตอนนี้เรามีปัญหาที่สะสมกันมาหลายปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปากท้อง เรื่องความเป็นธรรม เรื่องการผูกขาดอำนาจในการปกครอง อำนาจในทางเศรษฐกิจ การขาดสิทธิเสรีภาพ ดังนั้น การเลือกตั้งจึงเป็นอนาคตของเรา การเปลี่ยนแปลงจะอยู่ในมือของเราต่อเมื่อมีการเลือกตั้ง อย่าเห็นว่าการเลือกตั้งเป็นเรื่องเล็ก อย่าเห็นว่าการเลือกตั้งเป็นเรื่องของผู้สมัคร ส.ส. และพรรคการเมืองเท่านั้น ประชาชนอาจสามารถเลือกใครก็ได้ ในยามปกติผมไม่ว่ากัน แต่ในยามนี้เรากำลังแสวงหาความเป็นธรรมและความเสมอภาค เรากำลังแสวงหาข้าวให้แก่คนจน เรากำลังแสวงหาเงินเพียงเล็กน้อยสำหรับให้คนจนส่งลูกไปเรียน ท่านสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ในวันเลือกตั้ง หากท่านกาพรรคการเมืองที่ทำงานเพื่อประชาชน ผมเรียกร้องว่าอนาคตอยู่ในมือเรา อย่าปล่อยให้อนาคตหายไป

ผมขอยกตัวอย่างประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา พรรคฝ่ายค้านมาเลเซีย “ปากาตัน ฮาราปัน” นำโดย ดร.มหาธีร์ มูฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่มีใครคิดว่าจะชนะเพราะคู่ต่อสู้พรรคเป็นการเมืองที่ยิ่งใหญ่ มีเงินมาก อีกทั้งยังเป็นพรรครัฐบาลที่มีนโยบายประชานิยมมากมาย รวมทั้งมีการแทรกแซง กกต. ในวันเลือกตั้ง และมีการจ้างนักวิชาการทำโพลให้ข้อมูลว่าพรรครัฐบาลสามารถชนะได้อย่างถล่มทลาย

แต่เมื่อพรรคฝ่ายค้านพูดว่า “เรามาจับมือกัน เพื่อล้มรัฐบาลเผด็จการที่ปกครองประเทศมากว่า 60 ปี เรามาจับมือกันเพื่อขจัดคนคอรัปชั่น ล้างประเทศให้สะอาด เพื่อให้ประเทศมาเลเซียสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างสง่างามในโลกนี้” คำพูดนี้เข้าถึงประชาชนชาวมาเลเซียที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง ผลลัพธ์ที่ได้คือ พรรคฝ่ายค้านที่นำโดย ดร.มหาธีร์ มูฮัมหมัด อายุ 93 ปี ชนะการเลือกตั้ง โดยมหาธียร์บอกว่าตนไม่ต้องการอำนาจ ไม่ต้องการแสวงหา แต่ต้องการที่จะปราบคอรัปชั่นและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ จึงขอดำรงตำแหน่งเพียงแค่ 2 ปี แล้วจะให้อันวาร์ อิบราฮิม ปฏิบัติงานแทน

ความสามัคคีเกิดกับพรรคฝ่ายค้านเพราะเขาทำเพื่อประเทศ พรรคประชาชาติก็เช่นเดียวกัน เราจะทำให้กับประเทศ ไม่ได้ทำให้กับพวกเราเอง ไม่ว่าจะเลือกตั้งวันไหน ประเทศไทยต้องทำให้ได้เหมือน 9 มิถุนายนของประเทศมาเลเซีย คือต้องล้มเผด็จการ

สิ่งแรกที่มหาธีร์ทำเมื่อเป็นนายกรัฐมนตรี คือ ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อจับคนคอรัปชั่นทันที ซึ่งคาดว่าคนจากรัฐบาลเก่าอาจถูกจับแล้วหลายคน ความเชื่อถือจึงเกิดขึ้นและส่งผลให้ค่าเงินของมาเลเซียแข็งค่าขึ้น อีกทั้งมหาธีร์ยังแก้ไขโครงการของรัฐบาลชุดเดิมทั้งหมดที่มีความเกี่ยวข้องกับการคอรัปชั่น

อีกประเทศหนึ่งที่จะขอยกตัวอย่างก็คือประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการมายาวนาน ทว่าหลังการเลือกตั้งเมื่อ 2 ปีก่อน ประเทศเมียนมาได้เปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย และไม่ทอดทิ้งกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นกะเหรี่ยง มอญ ไทใหญ่ หรือม้ง ทุกชาติพันธุ์ในเมียนมาที่เคยห่างเหินจากรัฐบาลก็ได้รับการดูแล แม้รัฐธรรมนูญเมื่อ 2 ปีที่แล้วของประเทศเมียนมาจะมีเนื้อหากีดกันประชาธิปไตยอย่างมาก แต่ก็ถูกเปลี่ยนแปลงโดยการใช้สิทธิ์เลือกตั้งของประชาชน

เมื่อประเทศเมียนมาเป็นประชาธิปไตย นักลงทุนและนักท่องเที่ยวก็หลั่งไหลเข้าสู่เมียนมาจนต้องสร้างสนามบิน ถนนหนทาง และโรงแรมเพิ่ม ราคาเที่ยวบินไปกรุงย่างกุ้งมีราคาสูงขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศสามารถเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้ด้วยประชาธิปไตยที่คนทั่วโลกเชื่อถือ

แม้ประชาชนเมียนมาจะมีฐานะยากจน แต่ก็ไม่รับเงินจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจากผู้มีอำนาจ เพราะชาวเมียนมาเห็นแล้วว่าการปกครองแบบเดิมทำให้ประชาชนยากจน ต้องอพยพทำงานในต่างแดน สิ่งที่ประชาชนเมียนมาต้องการนั้นสามารถหามาได้ในวันเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นเมียนมาทำได้ มาเลเซียทำแล้ว เราจะรอดู…และหวังว่าประเทศไทยจะทำได้

2

อ่านตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 ได้ที่
https://www.facebook.com/…/a.21259203076…/2192084731050218/…

ตอนที่ 1 กกต.กับการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม? และ เล่ห์กลทางกฎหมายของเผด็จการ

ตอนที่ 2 พลังจากสังคมพหุวัฒนธรรมกับการพัฒนา

Post Author: Prachachat Party

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.