Site Loader
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.
+++ พรบ. ป่าสงวนแห่งชาติให้อำนาจรัฐในการให้เช่าป่า สมัยที่ผมเป็นอธิบดี DSI พบว่ารัฐให้นายทุนและคนรวย เช่าพื้นที่ป่าในจังหวัดแถบอันดามันกว่า 4 ล้านไร่ ในขณะที่คนจนไม่มีที่ทำกิน ทำไมรัฐไม่ใช้อำนาจตามกฎหมายนี้ทำให้คนจนได้มีที่ดินทำกิน+++

+++ นโยบายพรรคประชาชาติ คือ การยกเลิกกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมทั้งหมด โดยเฉพาะกฎหมายเต็มไปด้วยการมอบอำนาจอนุมัติแก่คณะกรรมการในกฎหมาย หากทำได้เงินจากการทุจริตคอรัปชั่นประมาณ 300,000 ล้านบาทจะกลับไปสู่ประชาชนได้+++
///////////////////////

(ตอนที่ 2) การสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมด้วยการเปลี่ยนการศึกษา การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้

สรุปเนื้อหาการกล่าวปาฐกถาของ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ หัวข้อ “สร้างอนาคตด้วยการคืนสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีให้ประชาชน” ในงานประชุมสามัญพรรคประชาชาติ ครั้งที่ 2/2561 ” 18 พ.ย. 2561 ณ โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ

ในด้านการบริหารการปกครอง ผมเห็นดังที่ท่านอาจารย์วันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา บอกว่าต้อง “ทำรัฐบาลส่วนกลางให้เล็ก ดูแค่นโยบาย” โดยควรจะมีการคิด 2 ระดับ คือ 1) รัฐบาลส่วนกลาง และ 2) การปกครองท้องถิ่น ผู้ที่รู้จักปัญหาดีคือคนท้องถิ่น จึงถึงเวลาแล้วที่จะโอนอำนาจการบริหารจัดการแก่ท้องถิ่น เพื่อให้ได้รูปแบบการบริหารที่ตรงต่อความต้องการของประชาชน ทั้งนี้ บทบาทและหน้าที่ของท้องถิ่นต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ กล่าวคือ 1) รูปแบบการปกครองถิ่นสามารถเป็นแบบใดก็ได้ตราบที่ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ 2) ท้องถิ่นต้องไม่มีกองกำลังทหารของตนเอง แต่อาจมีตำรวจได้ 3) การบริหารส่วนท้องถิ่นไม่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ แต่สามารถสร้างความสัมพันธ์ในลักษณะบ้านพี่เมืองน้องและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมได้ และ 4) ท้องถิ่นไม่สามารถออกกฎระเบียบที่ละเมิดกลุ่มชาติพันธุ์อื่นหรือละเมิดสิทธิมนุษยช

ในด้านการศึกษา เราควรจะคืนการศึกษาแก่ประชาชน เพราะปัจจุบันงบประมาณด้านการศึกษาเกือบ 500,000 ล้านบาท เป็นงบเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรหรือตัวผู้เรียนไม่ถึงร้อยละ 3 อีกทั้งในบางพื้นที่มีการพัฒนาการศึกษาโดยสร้างอาคารเรียน ซึ่งใช้งบประมาณถึง 1-2 พันล้าบาท งบประมาณนี้ควรเปลี่ยนเป็นทุนการศึกษา เปลี่ยนเป็นการวางแผนให้นักเรียนเรียน 4 ภาษา หรือเปลี่ยนเป็นการสนับสนุนให้นักเรียนเรียนแพทย์เพื่อแก้ปัญหาความขาดแคลนแพทย์

ผมได้ไปประเทศอียิปต์จึงได้ทราบว่า มีนักศึกษาชาวมาเลเซียเรียนที่นั่นกว่า 16,000 คน มีราวหนึ่งหมื่นคนเรียนแพทย์ และอีกราวหกพันคนที่เรียนสาขาวิชาอื่นๆ ในขณะที่นักศึกษาชาวไทยที่ไปศึกษาต่อที่ประเทศอียิปต์ ซึ่งมีประมาณ 2,500 -3,000 คน ต้องเรียนสายศาสนา เนื่องจากประเทศอียิปต์ไม่ยอมรับหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย แต่ยอมรับหลักสูตรด้านศาสนาจากโรงเรียนในภาคใต้ของไทย แต่หลักสูตรด้านศาสนาของภาคใต้ของไทยที่ประเทศอียิปต์ยอมรับ กระทรวงศึกษาธิการของไทยกลับไม่ยอมรับ

การศึกษา นอกจากจะถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญแล้วยังเป็นสิทธิมนุษยชน เมื่อแรกเริ่มกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) แนวคิดเรื่องสิทธิมนุษยชนอาจยังไม่แพร่หลายในสังคมไทย แต่ปัจจุบันความคิดเรื่องสิทธิมนุษยชนชัดเจน ตามแนวทางนี้หากเด็กสามารถเรียนถึงปริญญาตรีได้ ก็ต้องให้เด็กได้เรียนฟรี วันนี้คนกู้เงิน กยศ. มีมากถึงสี่ล้านคน และมีผู้ปกครองที่เป็นคนค้ำประกันอีกสี่ล้านคน รวมเป็นแปดล้านคน โดย กยศ. คิดดอกเบี้ยและค่าปรับแก่ผู้ยืมในอัตราสูง ทำให้หลายคนประสบปัญหาว่า เงินต้นที่กู้ยืมมา 200,000 บาท แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยและค่าปรับรวมกว่า 300,000 บาท (รวมที่ต้องจ่าย 500,000 กว่าบาท – แอดมิน) กล่าวได้ว่า นี่คือการหากินกับการศึกษา ซึ่งควรเป็นการเรียนฟรี

ผมขอประกาศว่าพรรคประชาชาติจะยกเลิกดอกเบี้ยปรับ การศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องส่งเสริม สำหรับพี่น้องชาวมุสลิม ใครที่หากินกับดอกเบี้ยนั้นเป็นศัตรูกับอัลเลาะห์ ปัจจุบันพี่น้องชาวมุสลิมเป็นหนี้ กยศ. เกือบครึ่งหนึ่งของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อนาคตเกิดมาก็เป็นหนี้ อีกทั้งดอกเบี้ยยังไม่มีวันหยุด จำนวนมากอยู่ในขั้นการบังคับคดีและกำลังจะถูกยึดทรัพย์ เป็นการถูกยึดทรัพย์เพียงเพราะตั้งใจจะเรียนหนังสือ

พรรคประชาชาติเห็นว่ามนุษย์มีคุณค่า มีศักยภาพ มีศักดิ์ศรี มนุษย์ไม่ใช่ปัจจัยของการพัฒนา แต่ต้องเป็นเป้าหมายของการพัฒนา และเห็นไม่มีอะไรชนะความรู้ ดังนั้นหากเราสร้างคนไทยให้มีความรู้ เราก็จะเท่าทันโลกได้ พรรคประชาชาติซึ่งมีบุคลากรที่มีประสบการณ์และความรู้อยู่มาก จะใช้ “กึ๋น” คือ การมีความรับผิดชอบและมีความชำนาญ และใช้ “ไต๋” คือ มีกลวิธีที่นำไปสู่จุดหมาย ในการบรรลุเป้าหมายด้านการศึกษาและในด้านอื่นๆ

สิทธิอีกประการที่ต้องคืนให้แก่ประชาชน คือ สิทธิในการจัดการที่ดิน ป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันกรมป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับป่า นำงบประมาณปีละ 15,000 – 20,000 ล้านบาท ไปรักษาป่า ทว่าแต่ละปี มีพื้นที่ป่าหายไปปีละราว 100,000 ไร่ แสดงว่างบประมาณดังกล่าวไม่ช่วยในการรักษาป่าเลย อีกทั้งในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติให้อำนาจรัฐในการให้เช่าป่า ในสมัยที่ผมเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พบว่ามีการให้เช่าพื้นที่ป่าในจังหวัดแถบอันดามันกว่า 4 ล้านไร่แก่นายทุนและคนรวย ในขณะที่คนจนไม่มีที่ทำกิน ทำไมรัฐไม่ใช้อำนาจกฎหมายนี้ทำให้คนจนได้มีที่ดินทำกิน

เราควรคืนพื้นที่สี่ล้านไร่นี้แก่ประชาชนและชุมชนท้องถิ่น เกษตรกรควรต้องได้มีที่ทำกิน และคนไร้ที่อยู่ควรต้องได้มีที่อยู่ นี่คือนโยบายของพรรคประชาชาติ และเป็นวาระที่ต้องแก้ปัญหา ทั้งนี้ ผมใช้คำว่า “ชุมชนท้องถิ่น” เพราะว่าพรรคประชาชาติมีเป้าหมายอย่างแรงกล้าที่จะปฏิรูประบบการเลือกตั้งของท้องถิ่นให้มีธรรมาภิบาล

ตัวผมเคยได้รับการศึกษาทางอาชญาวิทยา ซึ่งมีแนวคิดว่าอาชญากรได้มีเพียงแต่เป็นคนที่ก่ออาชญากรรมเท่านั้น แต่ยังอาจรวมถึงคนร่างกฎหมายและผู้บังคับใช้กฎหมาย ทุกคนมีสิทธิเป็นอาชญากร ดังนั้น การลงโทษหรือการร่างกฎหมายเพื่อลงโทษจึงต้องทำให้เหมาะสมกับความผิดที่กระทำ ปัจจุบันชาวประมงทั้งพื้นบ้านและชาวประมงพาณิชย์ต่างก็ประสบชะตากรรมเดียวกันจากกฎหมายประมงปี พ.ศ. 2558 คือมีกรณีที่ถูกปรับกว่า 30 ล้านบาท เพราะไม่ทำตามเงื่อนไข ทั้งๆ ที่ หลักการในการจัดการกับการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ IUU (Illegal, Unreported, and Unregulated Fishing) เป็นไปเพื่อรักษาชีวภาพของสัตว์น้ำและความสมดุล แต่ทุกวันนี้รัฐลงโทษชาวประมงด้วยโทษที่รุนแรงกว่าการฆ่าคนตาย นับเป็นการทำลายอาชีพประมง แน่นอนว่าสิ่งที่ผิดกฎหมายก็ต้องจัดการ แต่เราสิ่งที่ผิดหลักสิทธิมนุษยชนในกฎหมายประมงก็ควรถูกยกเลิกด้วย

นโยบายสำคัญของพรรคประชาชาติ คือ การยกเลิกกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมทั้งหมด แนวคิดนี้จะช่วยให้สามารถนำเงินจากการทุจริตคอรัปชั่นประมาณ 300,000 ล้านบาท กลับไปสู่ประชาชนได้ ปัจจุบันกฎหมายเต็มไปด้วยการมอบอำนาจอนุมัติแก่คณะกรรมการในกฎหมาย ขอยกตัวอย่างจากที่ผมเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งการที่คดีใดจะถูกพิจารณาให้เป็นคดีพิเศษได้นั้น จะต้องมีลักษณะตามหลักเกณฑ์ต่างๆ แต่กฎหมายก็ยังระบุว่า “ทั้งนี้ แล้วแต่คณะกรรมการคดีพิเศษ” คำถามคือ ทำไมในกฎหมายจึงไม่เขียนให้ชัดไปเลยว่าหลักเกณฑ์คืออะไร ประชาชนอ่านหนังสือออก อ่านกฎหมายแล้วก็รู้ได้เองว่าคดีของตนเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษหรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องมีคณะกรรมการมาพิจารณาอีก หากดูข้อกฎหมายแล้วไม่ได้ ประชาชนก็จะได้ไปหาหนทางอื่นต่อไป เช่น ไปฟ้องต่อศาลปกครอง ตอนนี้คณะกรรมการต่างๆ ในประเทศไทยมีมากถึง 1,500 คณะ มากกว่าประเทศจีนที่เป็นประเทศใหญ่มีเพียงประมาณ 800 คณะ สิ่งนี้ทำให้ต้นทุนทางกฎหมายจากการที่ต้องจ่ายเงินนอกระบบมีมากถึงร้อยละ 20 ดังนั้น จึงจำเป็นต้องยกเลิกคณะกรรมการเหล่านี้เสีย และเปลี่ยนให้ไปฟ้องศาลปกครองแทน

ในด้านสาธารณสุข เราศรัทธาและเชื่อมั่นในระบบประกันสุขภาพ เราเชื่อว่าคนไทยต้องได้รับการรักษาฟรีตั้งแต่เกิดจนตาย นี่ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินไป ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ใช้สิทธิสามสิบบาทรักษาทุกโรคถึง 48 ล้านคน มีผู้อยู่ในระบบประกันสังคม 11 ล้านคน และเป็นข้าราชการประมาณ 2-3 ล้านคน ทว่าตัวเลขงบประมาณต่อหัวต่อปีที่ถูกกำหนดในการใช้สิทธิกลับแตกต่างกัน กล่าวคือ ประชาชนมีสิทธิในค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ยปีละ 3,200 บาทต่อคนเท่านั้น ขณะผู้อยู่ในระบบประกันสังคมได้รับสิทธิปีละ 4,900 บาทต่อคน แต่ข้าราชการกลับมีสิทธิถึงปีละ 16,000 บาทต่อคน คำถามคือ ทำไมสิทธิของคนจึงไม่เท่ากัน? เราต้องคืนหมอและโรงพยาบาลแก่ประชาชน มีตัวอย่างของโรงพยาบาลที่สามารถนำมาเป็นแบบอย่างได้ คือ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (มหาชน) ซึ่งรับรักษาทั้ง 3 ระบบได้อย่างมีคุณภาพดี โดยไม่ต้องใช้เงินของรัฐ

ความเจ็บป่วยไม่ใช่เรื่องของความจนหรือรวย แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับทุกคน เราถือว่าระบบบัตรทองหรือระบบ 30 บาทรักษาทุกโรคเป็นระบบที่ดีที่สุดในโลกแล้ว จึงควรได้รับพัฒนาต่อยอด การรักษาพยาบาลเป็นสิทธิที่เราต้องคืนแก่ประชาชน

ในด้านความยุติธรรมต้องยึดหลัก “ความยุติธรรมถ้วนหน้า ต้องให้ประชามีส่วนร่วม” ถ้าไม่มีส่วนร่วมก็จะไม่มีความยุติธรรม นอกจากนี้พรรคประชาชาติได้เขียนในนโยบายว่าจะใช้เทคโนโลยี AI ในการตัดสินคดีกับศาลหรือกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้การตัดสินเป็นไปอย่างยุติธรรม

คำขวัญหรืออุดมการณ์ของพรรคประชาชาติ คือ “ชาติ” หมายถึง “ประชาชน” ไม่ใช่ “ประชารัฐ” ชาติหมายถึงประชาชน บนฐานสังคมพหุวัฒนธรรม การเลือกตั้งนั้นมีทั้งประชาชนส่วนมากและส่วนน้อยเข้ามามีส่วนร่วม พรรคประชาชาติจึงเป็นที่รวมของทุกชาติพันธุ์ หากเราได้รับเลือก เราก็จะไม่ทิ้งกลุ่มชาติพันธุ์

การเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมต้องไม่ใช่แค่เพียงวาทกรรมหรือยอมรับชาติพันธุ์แค่คำพูด เราไม่ใช่แค่ยอมรับความแตกต่างหลากหลาย แต่เราต้องมีพื้นที่ทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง สร้างพื้นที่การมีส่วนร่วมทางการเมือง เพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์สามารถใช้ความรู้และความสามารถในการพัฒนา เช่น ร่วมพัฒนาพื้นที่ป่าหรือพัฒนาชุมชน
ผมเชื่อว่านวัตกรรมหรือแนวทางของพรรคประชาชาติจะสร้างอนาคตที่ดี และจะนำสังคมไทยไปสู่สังคมสันติสุขที่มีความเจริญรุ่งเรือง ขอบคุณมากครับ

////////
อ่านตอนที่ 1 ” คืนสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ศักดิ์ศรี และความยุติธรรม แก่ประชาชน” ได้ที่ https://prachachat.org/2018/11/24/%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%881-%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%B2-%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%82%E0%B9%89/ หรือ
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2194465857478772&id=2125917257666966

 

Post Author: Prachachat Party

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.