Site Loader
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.

นโยบายพรรคประชาชาติกับการแก้ปัญหาวิกฤติใต้
โดย พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ
(สรุปเนื้อหาจากการบรรยายงานเวทีพรรคการเมืองพบนักศึกษา-ประชาชน ในหัวข้อ “นโยบายพรรคการเมืองกับการแก้ปัญหาวิกฤติใต้” ในวันที่ 9 มกราคม 2562 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องบงกชรัตน์ โรงแรมทวินโลตัส อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช)

//////////////////////////

1) การก้าวออกจากวังวนไปสู่ประชาธิปไตย

ประชาธิปไตย คือ อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชน ประกอบด้วย อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และ อำนาจตุลาการ

หลักสำคัญแรกก็คือ ทำอย่างไรให้อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ปัจจุบันฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้มาจากประชาชน และมีการผูกขาดการออกกฎหมายให้เอื้อประโยชน์ต่อบางชนชั้นเท่านั้น ดังคำกล่าวที่ว่า “ชนชั้นใดเป็นผู้ร่างกฎหมาย ชนชั้นนั้นก็จะร่างกฎหมายเพื่อชนชั้นของตน”

หลักข้อที่สอง ต้องนำสิทธิสมบูรณ์ไปให้ประชาชน ที่สำคัญคือ สิทธิในการดำรงชีวิต ประชาชนทุกคนต้องไม่อดตาย ต้องมีสิทธิในปัจจัยสี่ ซึ่งเป็นสิทธิที่จับต้องได้รวมทั้ง สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ความยุติธรรม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทั้งหมดนี้คือ หลักของอธิปไตย

หลักข้อสุดท้ายที่อธิปไตยต้องมีคือ ระบบการปกครองที่มาจากการเลือกตั้ง

ด้วยสามข้อนี้ จะทำให้พ้นจากวังวนและก้าวสู่ประชาธิปไตย ที่ประชาชนอยู่ดีกินดี มีความสุข โดยในนโยบายพรรคประชาชาติ ระบุว่า “ความมั่นคงของประเทศกับความสุขของประชาชนเป็นเรื่องเดียวกัน”

นอกจากนี้ ต้องคืนหรือกระจายอำนาจให้ประชาชน ทำให้รัฐส่วนกลางเล็กที่สุด เราจะหยุดยั้งอำนาจเผด็จการได้โดยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด หากประชาชนไม่เอาด้วยกับการรัฐประหาร ผู้บริหารท้องถิ่นก็จะไปร่วมกับเผด็จการไม่ได้

เมื่อประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย ความเหลื่อมล้ำก็ยิ่งมีมากขึ้น เนื่องจากไม่มีตัวแทนของประชาชน และประชาชนไม่มีส่วนร่วม คน 1% หรือประมาณ 4 หมื่นคน มีทรัพย์สินเท่ากับของคน 99% ของประเทศไทย รถไฟความเร็วสูงที่จะช่วยกระจายโอกาสก็หยุดชะงักในภาคใต้

2) “ปัญหาจากการพัฒนาและความเหลื่อมล้ำ 14 จังหวัดภาคใต้”

ภาคใต้ก็มีปัญหาเหมือนพื้นที่อื่น คือ ปัญหาจากการพัฒนาและความเหลื่อมล้ำ ในส่วนของความเหลื่อมล้ำ มีทั้งความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ (ความยากจน) ความเหลื่อมล้ำในสิทธิเสรีภาพ ความเหลื่อมล้ำในศักดิ์ศรี และความเหลื่อมล้ำในเชิงพื้นที่

พรรคประชาชาติมีโจทย์ว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและพ้นจากวิกฤติที่ทำให้ชีวิตตกอับ ซึ่งทางพรรคมีนโยบายด้านสังคม คือ การส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรม

ใน 14 จังหวัดภาคใต้ ไม่ว่าเศรษฐกิจแบบทุนนิยมจะเติบโตไปอย่างไร แต่ในพื้นที่อย่างปากนครหรือลานสกาก็ยังคงมีวัฒนธรรมและเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง พี่น้องยังอยู่กันด้วยสายสัมพันธ์ทางเครือญาติ อยู่กันด้วยการเคารพ คุณธรรม และศาสนา การที่พรรคประชาชาติหยิบเอา “สังคมพหุวัฒนธรรม” มาใช้ในกระบวนการประชาธิปไตย หลายคนมองว่าเป็นความเสี่ยง เพราะปกติแล้วประชาธิปไตยแบบเสรีนิยมต้องให้เสียงข้างมากเป็นใหญ่ แต่พรรคของเราฟังเสียงของคนส่วนน้อยและคนเล็กคนน้อยด้วย เราให้คุณค่ามนุษย์ ว่ามนุษย์ทุกคนมีศักยภาพ มีศักดิ์ศรี มีความเท่าเทียม ไม่ว่าจะเกิดในถิ่นใด ชาติพันธุ์ใด ใช้ภาษาไหน หรือเพศใดก็ตาม

การแก้ไขวิกฤติความเหลื่อมล้ำจะต้องใช้ประชาธิปไตย และคืนอำนาจอธิปไตยแก่ประชาชน ซึ่งจะนำไปสู่การที่เราจะมีเศรษฐกิจที่เสรี เป็นธรรม และขจัดการผูกขาด เราจะมีเศรษฐกิจทางเลือกหรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ใช้นวัตกรรมต่างๆ รวมถึงมีเศรษฐกิจฐานคุณธรรม

กรณีวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ที่นำไปสู่การล้มของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์จำนวน 56 แห่งนั้น เป็นวิกฤติของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรี และต้นตอของปัญหาก็คือ ดอกเบี้ย ซึ่งการหากินจากดอกเบี้ย พี่น้องชาวมุสลิมถือว่าขัดกับหลักศาสนา การไม่มีดอกเบี้ยเป็นองค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิจฐานคุณธรรม

อีกอันหนึ่งคือเศรษฐกิจสวัสดิการ หรือรัฐสวัสดิการ ซึ่งเราจะนำมาแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ พรรคประชาชาติกำหนดไว้ในนโยบายอย่างชัดเจนถึงการให้เรียนฟรีมีคุณภาพตั้งแต่เกิดจนจบปริญญาตรี โดยเราคำนวณงบประมาณแล้วว่าสามารถทำได้ เพราะเราเชื่อว่าถ้ามนุษย์มีความรู้ ประเทศก็จะได้กำไร

ในเรื่องสวัสดิการผู้สูงอายุ ซึ่งคำว่า “สวัสดิการ” เราถือว่าทุกคนมีสิทธิเสมอกัน ซึ่งไม่เหมือนการสงเคราะห์ ต่างจากที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แต่เราคำนึงถึงศักดิ์ศรีและความเท่าเทียมกันของคน พรรคประชาชาติมีนโยบายส่งเสริมบำนาญแห่งชาติให้เกินเส้นความยากจน หรือประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นทางหนึ่งในการลดความเหลื่อมล้ำ

3) ทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจของภาคใต้

ราคายางและสินค้าเกษตรคือเรื่องสำคัญของภาคใต้ สำหรับพรรคประชาชาติ เกษตรกรต้องขายผลผลิตได้ในราคาสูงสุด ซึ่งต่างจากในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่บอกว่า สินค้าเกษตรต้องขายใน ‘ราคาท้องตลาด’ ในขณะที่คนที่ควบคุมตลาดคือ นายทุน ไม่ใช่เกษตรกร สินค้าเกษตรทุกตัวเมื่อขายแล้วต้องมีกำไร และต้องได้รับการกำหนดราคาโดยผู้ผลิต

ประเทศไทยผลิตยางธรรมชาติได้มากเกือบครึ่งหนึ่งของผลผลิตทั้งโลก แต่เราขายยางพาราในฐานะวัตถุดิบเท่านั้น และยังเป็นราคาที่ขาดทุนด้วย เราจึงต้องพยายามให้เกิดการผลิต เช่น ทำยางล้อรถยนต์ ทั้งนี้ จากประสบการณ์ของหลายประเทศ เราสามารถยกระดับราคายางพาราได้ด้วยการทำ barter Trade ซึ่งมาเลเซียและอินโดนีเซียทำไปแล้ว

กฎหมายมีผลต่อเศรษฐกิจภาคใต้ด้วยเช่นกัน สำหรับพรรคประชาชาติ การอยู่รอดของมนุษย์ต้องสำคัญกว่ากฎหมาย แต่กฎหมายประมงเพื่อแก้ปัญหา IUU Fishing กลับมาทำร้ายชาวประมง ทำให้อาชีพประมงถูกล้างเผ่าพันธุ์ จึงต้องยกเลิกกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม การลงโทษปรับชาวประมงทีละหลายสิบล้านบาท โทษหนักว่าการฆ่าคนตาย แล้วชีวิตและครอบครัวของเจ้าของเรือและชาวประมงจะอยู่อย่างไร

เรื่องใหญ่ของภาคใต้อีกประการคือ ทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ ซึ่งกฎหมายที่ดินและป่าไม้จะต้องได้รับการปฏิรูปเช่นกัน เพราะตอนนี้ภาคใต้ยังมีคนจนที่ไม่มีที่ทำกินอยู่จำนวนมาก ทั้งๆ ที่ที่ดินหรือที่รกร้างสำหรับเช่าในภาคใต้มีกว่า 4.7 ล้านไร่ โดยที่ผ่านมา เอาไปให้คนรวย/นายทุนเช่าเป็นหลัก

รากเหง้าที่สำคัญของความเหลื่อมล้ำโดยรวม คือ งบประมาณ ที่ผ่านมากรมกองต่างๆ สามารถของบประมาณได้ ขณะที่จังหวัด ซึ่งมีประชากรเป็นล้านกลับไม่มีสิทธิของบประมาณ จะทำโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบขนส่งมวลชน ก็ทำไม่ได้ เราต้องเปลี่ยนจากการจัดสรรงบประมาณจาก function-based มาเป็น area- based

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การได้รับสิทธิเท่าเทียมกันทุกคนทั้งคนรวยและคนจน พรรคประชาชาติกำหนดการเรียนฟรีมีคุณภาพ (ที่โยงกับการแก้ปัญหาหนี้ กยศ. ที่มีดอกเบี้ยและค่าปรับสูงมาก) การรักษาพยาบาลฟรีที่ต่อยอดมาจากโครงการสามสิบบาทรักษาทุกโรค และบำนาญของผู้สูงอายุบนฐานเส้นความยากจน (3,000 บาท) รวมทั้งการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบการขนส่งมวลชน ที่ทั้งคนรวยและคนจนต้องสามารถเดินทางไปถึงที่หมายได้โดยใช้เวลาและความสะดวกสบายที่เท่าๆ กัน

การปัญหาเศรษฐกิจชายแดนใต้ สัมพันธ์กับอำนาจอธิปไตย การทำให้ประชาชนมีสิทธิสมบูรณ์ การมีส่วนร่วม และปฏิรูปท้องถิ่นให้มีอำนาจและมีธรรมาภิบาล รวมทั้งต้องแก้เรื่องการทุจริตคอรัปชั่นด้วย ซึ่งที่ผ่านมากฎหมายเอื้อต่อการคอร์รัปชันอย่างมาก ผ่านการกำหนดให้มีคณะกรรมการแต่ละชุดขึ้นมาพิจารณาเรื่องต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด เอื้อต่อการที่คนหยิบมือเดียวมาใช้อำนาจอธิปไตยผ่านกฎหมายและเอื้อต่อการทุจริต

Snowboard Sale Wide Presentation (1)

Post Author: Prachachat Party

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.