Site Loader
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ รองหัวหน้าพรรคประชาชาติได้เข้าร่วมรายการพิเศษ “ประชันวิสัยทัศน์ เปลี่ยนประเทศไทย” ทาง White Channel โดยนายอารีเพ็ญ ได้นำเสนอนโยบายในการส่งเสริมศาสนาและแนวทางการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ของพรรคประชาชาติ
//////////////////////

+++พรรคประชาชาติกับการสร้างความเป็นพหุวัฒนธรรมในศาสนาและจิตวิญญาณ+++

พรรคประชาชาติมีนโยบายส่งเสริมศาสนาที่ชัดเจน โดยเรียกว่าหมวด “ศาสนาและจิตวิญญาณ” โดยในนโยบายได้ระบุว่า พรรค “มุ่งเน้นความเป็นพหุวัฒนธรรมในศาสนาและจิตวิญญาณ โดยให้ความเคารพและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา และปฏิบัติตามหลักศาสนบัญญัติของนิกายลัทธินิยมและยึดถือทางจิตวิญญาณในลักษณะต่างๆ”

พรรคประชาชาติจะส่งเสริมงบประมาณแก่องค์กรและกิจกรรมทางศาสนาทุกศาสนาในประเทศไทย กรณีศาสนาอิสลามพรรคตั้งใจจะส่งเสริมให้มีการสนับสนุนโรงเรียน “ตาดีกา” ที่สอนภาษาและศาสนาแก่นักเรียนครอบคลุมทั่วไปประเทศ จากเดิมที่มีการสนับสนุนเฉพาะในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย โดยเฉพาะในแง่การพัฒนาบุคลากรผู้สอน รวมถึงค่าตอบแทนที่จะช่วยให้ครูผู้สอนสามารถทุ่มเทในเรื่องการสอนได้มากขึ้น

+++แนวทางการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในระดับเจ้าหน้าที่รัฐและระดับนโยบาย+++

การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนเห็นว่า ต้องแบ่งเป็น 2 ภาค คือ ภาคของเจ้าหน้าที่ข้าราชการ และภาคนโยบาย

ภาคเจ้าหน้าที่ราชการ ต้องมี “5 ดี” คือ
1. ต้องสร้างมวลชนดี
2. ต้องมีการข่าวที่ดี
3. ต้องมีการป้องกันที่ดี
4. ต้องมีการประชาสัมพันธ์ที่ดี
5. ต้องมีกระบวนการยุติธรรมที่ดี

ส่วนภาคนโยบาย ต้องเป็นการเมืองนำการทหาร ไม่ใช่อย่างปัจจุบันที่การทหารนำการเมือง
ในอดีตมีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งนำพลเรือนมาเป็นผู้อำนวยการหรือเลขาธิการ แต่ปัจจุบันตำแหน่งดังกล่าวกลับเป็นทหาร นี่จึงเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุด เราต้องการให้มีการพูดคุยเพื่อสันติภาพและสันติสุข ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์จนถึงรัฐบาลปัจจุบัน แต่ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา การพูดคุยกลับไม่ได้ข้อสรุปเลยแม้แต่ข้อเดียว เนื่องจากขาดความจริงใจในการหาข้อสรุป

หากพรรคประชาชาติได้เป็นรัฐบาล จะนำภาคการเมืองเข้าไปมีส่วนในการเจรจาด้วย ไม่ใช่มีเพียงฝ่ายทหารกับฝ่ายเห็นต่างเท่านั้น โดยอาจให้ภาคการเมืองมีบทบาทเป็นผู้สังเกตการณ์ที่คอยกลั่นกรองและแสดงความคิดเห็นกับทั้งสองฝ่าย เนื่องจากการเมืองมีความยึดโยงกับประชาชนเป็นหลัก เพราะประชาชนเป็นผู้เลือกนักการเมือง นักการเมืองจึงต้องมีส่วนในการเข้าไปรับฟังและสังเกตการณ์การเจรจา

ในส่วนของฝ่ายปฏิบัติ หากมีกระบวนการยุติธรรมที่ดี ปัญหาต่างๆ ก็จะเย็นลง แต่ปัจจุบันไม่ใช่ เพราะมีทั้งกฎหมายต่างๆ กฎอัยการศึก พรก.ฉุกเฉิน และ พรบ.ความมั่นคง พรรคประชาชาติต้องการให้ยกเลิกกฎอัยการศึกเนื่องจากกฎดังกล่าวมีไว้ใช้ในภาวะสงคราม

สำหรับ พรก.ฉุกเฉิน เราต้องให้ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม ในปัจจุบันการจับคนขังจะต้องผ่านการลงมติของทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ซึ่งในบางครั้งฝ่ายทหารเป็นคนนำและฝ่ายที่เหลือตามโดยไม่มีข้อมูล ผมอยากให้ภาคประชาชน อาทิ ผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนัน เป็นอีกฝ่ายหนึ่งด้วย เพราะเขารู้ทันทีว่าใครเป็นคนมีปัญหา

นอกจากนี้ คนที่ถูกจับด้วย พรก. ฉุกเฉินนี้ บ้างก็เป็นนักกิจกรรมหรือภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นการจับผิดคน เนื่องจากทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองไม่มีข้อมูล สิ่งที่ควรทำคือการสร้างมวลชนที่ดี ปัจจุบันมีกองทัพ 4 ภาคประจำอยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พรรคประชาชาติมองว่าต้องถอนกำลังภาค 1-3 ออกจากพื้นที่ ให้เหลือแต่ภาคที่ 4 ซึ่งเป็นทหารในพื้นที่ ส่วนทหารที่ขาดแคลนก็เพิ่มจากอาสาสมัครหมู่บ้าน อย่างน้อยหมู่บ้าน 15-20 คน

ในการแก้ปัญหาชายแดนใต้ เราต้องเข้าใจว่าปัญหาคืออะไร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจนหรือปัญหาการศึกษาต่างก็เป็นปัญหาปลายเหตุ ปัญหาที่แท้จริงคือปัญหาเรื่องการไม่ยอมรับความจริง และความต้องการของอีกฝ่าย ทั้งฝ่ายที่ต้องการดินแดนคืน และฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ

========================
ที่มา รายการ “ประชันวิสัยทัศน์ เปลี่ยนประเทศไทย”
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2562
ช่อง White Channel สถานีความดี 24 ชม.

ที่มา https://www.facebook.com/tv.whitechannel/videos/2483090451765642/

Post Author: Prachachat Party

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.