Site Loader
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.

เมื่อค่ำวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ได้กล่าวปราศรัย ณ เวทีชั่วคราว สนามกีฬาอำเภอยะหริ่ง จ.ปัตตานี เนื้อสำคัญของการปราศรัยคือ แนวทางการปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง พ.ต.อ.ทวี ชี้ว่า ต้องแก้เรื่องความคิด อคติ และความหวาดระแวง ใช้การพูดคุยเพื่อสันติภาพ เร่งเยียวยาฟื้นฟูให้แก่ผู้เสียหาย ทำความจริงให้ปรากฎ และให้คนทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา และที่สำคัญ คือ ต้องสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่คนทุกกลุ่มมีสิทธิที่เสมอกันและให้ความสำคัญกับการปกป้องดูแลกลุ่มคนส่วนน้อย

ขอบคุณคุณ พรินซ์ อเลสซานโดร (Tuan Iskandar Prince Dato’Mulia) สำหรับการสรุปเรียบเรียงเนื้อหา

//////////////////////////////

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ทักทายพี่น้องผู้เข้าร่วมกิจกรรมปราศรัยค่ำนี้อย่างเป็นกันเองว่า “วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้กลับมาปัตตานี โดยเฉพาะในทางการเมืองนั้นนับเป็นครั้งที่ ๓ โดยครั้งแรกคือการเปิดตัวพรรคประชาชาติ ต่อมาคือการปราศรัยที่ปัตตานี และครั้งนี้คือครั้งที่ ๓ ก่อนวันเลือกตั้งอีกไม่กี่วัน”

#ทำไมต้องเลือกพรรคประชาชาติ

ปัญหาของพี่น้องในปัตตานีนับว่ามีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้” นั้นเป็นเรื่องที่คนทั้งประเทศจับตามอง ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีคำถามมากกว่าคำตอบว่าเกิดจากอะไร
.
การตอบคำถามเหล่านี้นั้นอาจมีผู้เสนอวิธีแก้ไขมากมาย แต่ผมอยากให้เริ่มที่เรื่องใหญ่ที่สุดคือเรื่อง “ความคิด” ที่คนมักจะเป็น “เชลย” ของความคิด และความคิดของคนที่จะมาแก้ปัญหา ซึ่งความคิดนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นคำพูด และคำพูดจะถูกเปลี่ยนเป็นการกระทำ และเมื่อกระทำซ้ำแล้วซ้ำอีกก็จะกลายเป็น “นิสัย” ในท้ายที่สุด
.
ฉะนั้นในการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นอยู่ที่ “ความคิด” เป็นสำคัญ
.
ความคิดหนึ่งคือต้องมีฐานคิดที่ว่าพี่น้องในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นทั้งหมดคือ “พลเมืองไทย” เป็นพี่น้องกัน แม้ว่าจะมีความแตกต่างทางความคิด ความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา แต่เราก็เป็นพี่น้องกัน
.
แต่ก็จะมีความคิดหนึ่งที่เป็นปรปักษ์นั้นคือความคิดที่ว่าจะมาแบ่งแยกดินแดน ซึ่งข้อกล่าวหานี้มุ่งเป้าไปยังประชาชนซึ่งอยู่ในพื้นที่มาโดยตลอดนับตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งข้อกล่าวหานี้ได้สร้างมโนคติต่อผู้ที่อยู่พื้นที่อื่นให้มองคนที่อยู่ในพื้นที่สามจังหวัดว่านิยมความรุนแรง เพราะทุกคนจะมีความรักชาติ รักแผ่นดินเป็นทุนเดิมอยู่
.
ถ้าเรามองว่าพี่น้องในสามจังหวัดเป็นคนไทยด้วยกัน เป็นพี่น้องกัน ถ้าเรามีปัญหา เราก็น่าจะหันหน้ามาพูดคุยกัน หรือแก้ไขปัญหาร่วมกัน

#ชื่นชมทหารมืออาชีพ

“ในอดีตนั้นผมต้องยกย่องทหารคือกองทัพภาคที่ ๔ ผมอาจจะโตไม่ทันในสมัยนั้น แต่การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในหลายครั้ง ทหารกองทัพภาคที่ ๔ เขามีบทบาทเป็นทหารในการปกป้องแผ่นดิน แล้วเขาจะดูแลพ่อแม่พี่น้องในอีกบทบาทหนึ่ง เช่น –ใต้ร่มเย็น–”
.
แต่วันนี้เราได้เปลี่ยนวิธีคิด โดยเฉพาะเอาทหารมาแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ พ่อแม่พี่น้องรู้หรือไม่ว่าทหารนี้มีเขียนในรัฐธรรมนูญว่าทหารมีหน้าที่ในการป้องกันประเทศ คือการรบกับคนที่เป็นศัตรู ภัยคุกคามประเทศในด้านต่างๆ แต่นี่พ่อแม่พี่น้องประชาชนไม่ใช่ศัตรู เราเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ที่เป็นคนไทยเหมือนกัน เมื่อวันนี้เราต่างคิดว่าเราจำเป็นต้องนำทหารเข้ามาเพราะวิธีคิดที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

#เรื่องเหมารวม

“พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” เข้ารับตำแหน่ง เลขาธิการ ศอ.บต.ในช่วงปี พ.ศ.๒๕๕๔ ซึ่งได้นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ถึง ๒๕๕๔ พบว่ามีการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐที่เสียชีวิตไปนั้นก็มาจากจังหวัดต่างๆ จากทุกสารทิศ
.
“ต้องยกย่องผู้ที่มาเสียชีวิตนั้นมาทำหน้าที่ พลีชีพเพื่อชาติ แต่สิ่งหนึ่งที่กลับไปสู่ครอบครัวผู้จากไปด้วยคือความรู้สึกที่มองคนสามจังหวัดว่านิยมความรุนแรง เหตุใดต้องฆ่าครอบครัวของเขา?”
.
ในฐานะเลขาธิการ ศอ.บต. ก็ได้เคยเดินทางไปเยี่ยมหรือบ้างก็ให้คณะทำงานเข้าพบครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งทราบว่าบรรดาญาตินั้นมองว่า “มุสลิมทั้งสามจังหวัด” ทำร้ายเขา ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้จากคำพูดต่างๆ ซึ่งบางครั้งเราก็ได้ยินการเหมารวมว่ามุสลิมสามจังหวัดคือ “โจรใต้” ซึ่งผมคิดว่าผู้คิดแก้ปัญหาดังกล่าวนั้นนับเป็น “ผู้หวังดี” แต่ยังไม่ถึงขั้น “รู้ดี”
.
#เลิกผูกขาดการแก้ปัญหา

ซึ่งหากจะแก้ปัญหากันอย่างจริงจัง เลขาธิการพรรคประชาชาติมองว่าปัญหาในสามจังหวัดชายแดนใต้ต้องให้คนในพื้นที่เป็นคนแก้ไขปัญหา เพราะเขาเป็นคนไทยด้วยกัน และต้องเลิก “ผูกขาด” ในการแก้ปัญหา สิ่งที่ควรทำคือทุกคนต้องทำตามหน้าที่ เช่นทหารที่มีหน้าที่ป้องกันประเทศ ก็ควรถูกปกป้องวิชาชีพทหาร ควรกลับเข้าไปอยู่ในค่าย กรมกอง และไม่ได้หมายความว่าจะถอนทหาร
.
ส่วนในเรื่องพื้นที่ ก็ต้องกล้าให้ตำรวจหรือพลเรือนเข้าไปดูแล ซึ่งหากดูแลไม่ไหวและจะขอให้ทหารเข้ามาช่วยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปลายเหตุ
.
#ยาขนานเอก

ประชาชนและผู้นำศาสนาหลายท่านได้บอกว่าภาคใต้นั้นมี “ยา” อยู่ชนิดหนึ่ง ที่สามารถแก้ได้นั้นคือ “การพูดคุย” ดังนั้นการพูดคุยเพื่อสันติภาพนับเป็นยาขนานเอกที่จำต้องนำมาใช้

ขณะเดียวกันก็ต้องใช้ “ยาบำรุง” เช่นการเยียวยาฟื้นฟู ให้แก่ผู้เสียหาย ซึ่งจะนำความรุนแรงไปสู่สันติวิธีได้
.
เช่นเดียวกันกับการให้เกียรติกับทุกๆฝ่าย เพราะเมื่อดูจากกระบวนการยุติธรรมที่มักจะมีข้อเปรียบเทียบที่ฝ่ายหนึ่งมองว่ายุติธรรมตามกฏหมายแล้ว แต่ประชาชนยังรู้สึกไม่เป็นธรรม ดังเช่นกรณี กรือเซะ ตากไบ ไอร์ปาแย หรือหลายๆอย่าง ที่เหตุการณ์สิ้นสุดที่ศาลแล้ว แต่ประชาชนยังรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม จึงต้องมี “คณะกรรมการฯ” ขึ้นมาที่ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมทั้งผู้นำศาสนา ญาติผู้เสียหาย และพบข้อมูลว่าผู้เสียหายนั้นมิได้ผิด ซึ่งการเยียวยาฟื้นฟูนั้นก่อให้เกิดคุณอย่างเอนกอนันต์ได้คือ “ศาสนา”
.
#ยอมให้อภัยคือผลลัพธ์ของการทำความจริงให้เป็นจริง

โดยปกติแล้วเมื่อเราสูญเสียเราก็มักจะคิดแก้แค้น แต่พี่น้องหลายคนของผู้เสียหายนั้นบอกว่า “นี่เป็นลิขิตของอัลลอฮ” และยอมให้อภัย แต่การจะยอมให้อภัยนั้นต้องทำความจริงให้ปรากฏเสียก่อน.

#ของแสลง

แม้จะมียาปฏิชีวนะคือการพูดคุยสันติภาพ ยาบำรุงคือการเยียวยาฟื้นฟู แต่ภาคใต้ก็ยังไม่หายจากอาการป่วย เพราะมีของแสลงอยู่ นั้นคือ “ความหวาดระแวง การไม่ไว้ใจกัน การไม่ให้เกียรติกัน”
.
“การจัดตั้งพรรคประชาชาตินั้นอาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศชาติได้เบ็ดเสร็จครบทั้งหมด แต่อย่างน้อยที่สุด เราอยากจะทำให้จังหวัดชายแดนภาคใต้มีสันติสุขกลับคืนมา ทำยังไงให้พี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเจริญรุ่งเรือง เราจึงจำเป็นต้องตั้งพรรคประชาชาติเพื่อสร้างความปรองดอง สร้างมิตรภาพระหว่างพี่น้องที่มีความแตกต่างกัน มีมิตรภาพระหว่างศาสนา ระหว่างเชื้อชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีมิตรภาพในนามมนุษยชาติด้วยกัน” เลขาธิการพรรคประชาชาติอธิบายความ
.
#วาระแห่งชาติ

ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มิใช่เป็นปัญหาเฉพาะพื้นที่แล้ว มันได้กลายเป็นปัญหาของประเทศ เป็นปัญหาของภูมิภาคอาเซียน ดังนั้นเราควรหยุดการผูกขาดในการแก้ไขปัญหานี้ ให้กลายเป็นเรื่องของคนทุกคนที่จะต้องมีส่วนร่วม ทำเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งเรื่องนี้พรรคประชาชาติมุ่งแก้ไขปัญหาให้คนทั้งประเทศประสบความสำเร็จให้จงได้
.
#สังคมพหุวัฒนธรรม

นโยบายเด่นของพรรคในเรื่องพหุวัฒนธรรม คือ “สังคมแห่งความเท่าเทียม” ซึ่งบุคคลที่เป็นแบบอย่างที่น่ายกย่องในเรื่องนี้คือ “ท่านฮะยีสุหลง” ซึ่งได้แสดงออกถึงพหุวัฒนธรรมอย่างหนึ่งนั้นคือ “ภาษา” ซึ่งท่านเรียกร้องให้มีการสอนภาษามลายู แต่กลับกลายเป็นว่าการเรียกร้องของท่านกลับต้องทดแทนด้วยการเสียชีวิต ซึ่งทุกวันนี้เราพบว่าภาษามลายูนั้นเป็นภาษาของอาเซียน ประเทศสิงค์โปร์นั้นมีภาษาราชการคือมลายู อังกฤษ และจีนโดยที่ไม่ต้องมีการเรียกร้องเช่นกรณี “หะยีสุหลง” ที่นับได้ว่าเป็นบรรพบุรุษที่มองไกลมีการผลักดันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
.
และท่านก็ยืนยันว่า “นโยบายพหุวัฒนธรรม” นี้จะสามารถแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ เพราะพหุวัฒนธรรมนั้นคนส่วนใหญ่ต้องให้ความสำคัญต่อคนส่วนน้อย เราไม่ควรให้มีความเหลื่อมล้ำทางวัฒนธรรม และวัฒนธรรมที่มีอิทธิพลมากกว่ามาบังคับให้วัฒนธรรมอื่นต้องทำตาม เพราะมิเช่นนั้นก็จะนำไปสู่ความขัดแย้งในท้ายที่สุด
.
#พหุวัฒนธรรมสู่การปฏิบัติ

พหุวัฒนธรรมนั้นมีพื้นที่ฐานจาก “คนมีสิทธิเสมอกัน” ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย มาจากที่ใด เชื้อชาติอะไรก็ตาม โดยท่านได้ยกตัวอย่างนโยบายง่ายๆของพรรคประชาชาติ เช่น นโยบาย ๓,๐๐๐ บาท บำนาญถ้วนหน้า ที่นับเป็นนโยบายรัฐสวัสดิการ โดยจะมอบให้กับคนไทยที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ที่ถือเป็นสิทธิให้ทุกคนได้รับ ซึ่งตัวเลข ๓ พันบาทนี้มาจากฐานของเส้นแบ่งความยากจน ที่จะบอกได้ว่าคนสูงอายุกว่า ๑๑ ล้านคนในประเทศนี้จะมีรายได้เหนือกว่าความยากจนทั้งหมด
.
เพราะวันนี้ประเทศไทยนั้นผลักภาระภาษีให้กับคนไทยทุกๆคน แม้จะเติมน้ำมัน ๑ ลิตรก็เสียภาษี ๑๐ บาท ทั้งภาษีสรรสามิตร หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือการซื้อของก็ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ๗ บาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการออม และเมื่ออายุถึง ๖๐ ปีขึ้นไปก็ควรได้รับสิทธิและสวัสดิการ รวมถึงพี่น้องชาวสวน ชาวประมง ซึ่งเป็นอาชีพหลักของพี่น้องชาวใต้ ก็ไม่เคยมีสวัสดิการอะไรเลย วันนี้พรรคประชาติจึงขออาสาเข้ามานำเสนอสวัสดิการให้ โดยไม่คำนึงถึงใคร แต่เพื่อประชาชนผู้สูงอายุทั้งประเทศให้เกินเส้นความยากจนเลย
.
#เอาเงินมาจากไหน?

พรรคประชาชาติจะปฏิรูประบบจัดเก็บภาษี ซึ่งทุกวันนี้เราพบว่ามีการหลบเลี่ยงภาษีหลายรายการ ยกเว้นภาษีให้ BOI (คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) ก็เกือบ ๖-๗ แสนล้านบาท ซึ่งหากคิดจากฐานเดิมของเบี้ยผู้สูงอายุที่มีอยู่ ๑ แสนล้าน เราต้องการเพิ่มให้อีกแค่ ๒-๓ แสนล้าน ก็ทำได้ทันที
.
ปีปัจจุบันนี้ประเทศไทยเราตั้งงบประมาณบริหารประเทศไว้ที่ ๓.๒ ล้านล้านบาท โดยเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้สูงอายุที่ ๒ แสนล้านบาทเท่านั้น ซึ่งหากนำมาหารเฉลี่ยกับคนไทยทั้งประเทศแล้วจะตกอยู่ที่ ๔,๘๐๐ บาทต่อเดือน การที่ผู้สูงอายุจะได้รับเงินบำนาญ ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือนนั้น ยังสามารถนำเงินที่เหลือไปบริหารประเทศได้ ดังนั้นการคิดให้ผู้สูงอายุนั้นเป็นแนวคิดที่มีจากพหุวัฒนธรรมที่ว่าด้วยสิทธิของคนต้องเท่าเทียมกัน ซึ่งทุกคนได้รับทั้งยากดีมีจน ข้าราชการหรือไม่ก็ตาม ต้องได้รับเพราะเป็นสิทธิเสมอกัน
.
#การศึกษากับเศรษฐกิจ

พรรคประชาชาติเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ให้ความรู้เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด เพราะเราเชื่อว่าการศึกษาเป็นรากฐานของความมั่นคง ดังนั้นเรามีนโยบายให้การศึกษาฟรีตั้งแต่ครรภ์มารดาถึงสิ้นลมหายใจโดยมีคุณภาพ (ซึ่งเริ่มต้นด้วยการเรียนฟรีถึงปริญญาตรี) ทั้วประเทศ
.
แน่นอนว่าปัญหาเศรษฐกิจคือปัญหาที่รุมเร้าประเทศมากที่สุด เราจำอย่างไรให้ราคายางมีราคาที่สูงขึ้น ทำอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรมีที่ทำกิน เกษตรกรจำนวนมากปลูกยางในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ บูโดที่สุไหงปาดีที่เป็นกรณี “ป่ารุกคน” ที่ทิ้งไว้มานานแล้วต้องได้รับการแก้ไขโดยพรรคประชาชาติ
.
#สิ่งที่ต้องกล้าทำ

“ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖” ได้เสนอมรรควิธีในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้ว่าต้องพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ให้ทัดเทียมกับมาเลเซีย แต่วันนี้รายได้ประชากรของชาวมาเลย์อยู่ที่ ๓-๔ แสนบาทต่อปี ส่วนรายได้ของประชากรใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้อยู่ที่ ๕-๘ หมื่นบาท
.
พรรคประชาชาติจะพยายามผลักดันให้ราคาน้ำมันของประเทศไทย หรืออย่างน้อยที่สุดในภาคใต้ให้มีราคาน้ำมันทัดเทียมกับมาเลเซียที่ ๑๗ บาทต่อลิตร โดยที่ประเทศไทยอยู่ที่ราว ๒๗ บาทต่อลิตร ซึ่งจากประสบการณ์ที่ได้ไปร่วมเสวนาแล้ว พบว่าเราสามารถนำส่วนต่าง ๑๐ บาทนั้น มายกเลิกภาษีกลับคืนกระเป๋าเงินคนไทยได้

#เลือกเพื่อเปลี่ยนประเทศ

“แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” กล่าวปิดท้ายว่าปกติการเลือกตั้งผู้ที่ได้เสียงข้างมากย่อมเป็นรัฐบาล แต่วันนี้การเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นต้องอาศัยเสียงวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งร่วมด้วย โดยพรรคที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นต้องต้องมีคะแนน ๓๗๖ เสียงให้ได้ ตอนนี้ยังไม่เลือกตั้งก็มีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งมีคะแนนตุนไว้ ๒๕๐ เสียงแล้ว ทั้งๆที่ประชาชนที่มาร่วมฟังเวทีปราศรัยแน่นขนัดยาวเหยียดนี้มีสิทธิเลือกได้แค่ ๔ คนเท่านั้นเอง ซึ่งมองชัดว่าเป็นกติกาที่มุ่งต้องการสืบทอดอำนาจ
.
เราเห็นว่าไม่เป็นธรรม แต่พ่อแม่พี่น้องทั้งชาวพุทธ มุสลิมก็ผ่านความไม่เป็นธรรมาเยอะ และจัดการแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี เพราะประชาชนไม่เคยใช้กำลัง แต่ใช้แนวสันติวิธี ใช้หลักเหตุผล ซึ่งในวันเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ก็ขอเรียกร้องให้ประชาชนใช้หลักเหตุผลในการตัดสินใจ ซึ่งไม่ยาก เพราะมีพรรคการเมืองไม่พรรคที่ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ พรรคการเมืองที่อยู่เวทีนั้นก็มีพรรคประชาชาติร่วมอยุ่ด้วย
.
การเลือกตั้งครั้งนี้มิใช่เป็นเพียงการเลือกเพื่อให้ได้ ส.ส. แต่เป็นการเลือกตั้งเพื่อจะเปลี่ยนประเทศ
.
สิ่งที่ได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ามากที่สุดสองเรื่องคือ ในบัตรเลือกตั้งนั้นไม่สามารถหาชื่อผู้สมัครได้ และในเรื่องเครื่องหมายที่พรรคประชาชาติเรานั้นเป็นรูปดอกไม้หลากสีสวยงาม แต่ในบัตรเลือกตั้งกลับกลายเป็นสีขาวดำ ซึ่งดูเป็นการเอาเปรียบ แต่อย่างไรก็ตามคนที่เอาเปรียบก็มักตายน้ำตื้นอยู่บ่อยๆ นั้นเอง.

#พรรคประชาชาติ
#เลือกตั้ง62

Post Author: Prachachat Party

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.