Site Loader
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2562 พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ได้โพสต์ข้อความในเพจ (Facebook) Tawee Sodsong – พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ใจความว่า ..

“โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์” กฎต้องห้าม ส.ว. โหวต หัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรี

ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มาจากการประชุมร่วมกันของรัฐสภา และ มติที่เห็นชอบการแต่งตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ซึ่งรัฐสภา ประกอบด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 500 คน และสมาชิกวุฒิสภา 250 คน รวม 750 คน คือจะต้องได้รับคะแนนเสียงจากรัฐสภา จำนวน 376 เสียงขึ้นไป

ประเด็นคือ สมาชิกวุฒิสภาหรือ ส.ว. จำนวน 250 คน ที่มาจากการเลือกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. แล้วนำรายชื่อขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ดังนั้น เมื่อ คสช. จึงเป็นผู้เลือกมาเองทั้งหมด จึงเป็นผู้มีบุญคุณและอิทธิพล ซึ่งในทางการเมือง ผู้เลือกนักการเมืองจะเป็นผู้มีอิทธิพลและความสำคัญอย่างสูงยิ่ง ได้แก่ ส.ส. ถูกเลือกโดยประชาชนก็จะยึดถือและตอบแทนบุญคุณประชาชน ขณะเดียวกัน ส.ว. ถูกเลือกโดย คสช. ก็ต้องยึดถือและตอบแทนบุญคุณของ คสช. แต่ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. เป็นผู้รับเงินเดือนจากภาษีอากรของประชาชนทั้งประเทศ ดังนั้น ส.ส.และ ส.ว.จึงต้องเป็น “ผู้แทนของปวงชนชาวไทยทุกคน” ปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวมและความผาสุกของคนไทยทั้งประเทศอย่างเสมอภาคกัน

เพื่อเป็นการป้องกันระบบอุปถัมภ์ รวมถึงระบบ “บุญคุณต้องตอบแทน” รัฐธรรมนูญจึงได้บัญญัติ เรื่อง

“โดยปราศจากการขัดกับแห่งผลประโยชน์” ไว้ตามมาตรา 114 แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 บัญญัติว่า

“สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์”

หลักการเรื่อง “โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์” เป็นหลักการสากลที่ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันการตอบแทนบุญคุณ ยึดปรัชญาที่ว่า “กันไว้ดีกว่าแก้ “ หรือ “การป้องกันอาชญากรรมดีกว่าการลงโทษอาชญากร” การที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ใน มาตรา 114 เพื่อเป็นหลักการขั้นพื้นฐานว่าผู้เป็น ส.ส.และ ส.ว.ต้องไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใด ๆจะได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่อคติหรือเลือกปฏิบัติแก่กลุ่มหรือพื้นที่ใดเป็นการเฉพาะเพื่อสร้างความผาสุกให้ประชาชนโดยรวม ไม่ให้เกิดปรากฏการณ์ที่ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติสร้างความเหลื่อมล้ำให้กับสังคม ที่มีคำกล่าวถึงรัฐบาลและสภานิติบัญญัติไทยที่ผ่านมาว่า

“ชนชั้นใดเป็นผู้ปกครองหรือบัญญัติกฎหมายก็เพื่อประโยชน์ของชนชั้นนั้น”

การที่ คสช. เป็นผู้เลือก ส.ว. จำนวน 250 คน จึงถือได้ว่า ส.ว. ทั้งหมด “อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใด ๆ” ของ คสช. ที่เป็นข้องห้ามเรื่องโดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามข้อห้ามของรัฐธรรมนูญแล้ว และยังปรากฏว่า ส.ว. ชุดนี้ส่วนใหญ่ได้เคยถูกแต่งตั้งจาก คสช. หรืออยู่ในอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำของ คสช. มาก่อน ทั้งที่เคยเป็น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. และเคยเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล คสช. ต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ.2557 มาจนถึงปัจจุบัน

ดังนั้นในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตาม มาตรา 272 แห่งรัฐธรรมนูญ จึงทำให้ ส.ว. ทั้ง 250 คน ไม่มีสิทธิและอำนาจโหวต คสช. หรือ หัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรีได้ เพราะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 114 เรื่องหลักการ “โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์” ที่เป็นข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 นั้นเอง

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง
เลขาธิการพรรคประชาชาติ

Post Author: Prachachat Party

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.