Site Loader
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.

เมื่อวันที่ 5 กรกฏาคม 2562 นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กว่า “ผมไม่ผิด อย่าบิดเบือน! เพื่อนที่รักและพี่น้องประชาชนที่เคารพครับ ความจริงผมไม่คิดว่า ต้องมาเขียนชี้แจงอธิบายกรณีการปล่อยสินเชื่อธนาคารกรุงไทยอีกครั้ง แต่มีการหยิบยกประเด็นนี้มาโจมตีผมตลอด 10 กว่าปีที่ผานมา”


ทนาย วันชัย บุนนาค ทนายความอิสสระ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชาติ เผยว่า “ในฐานะภาคประชาชนและนักกฎหมายที่ติดตามคดีทางการเงิน ขอยืนยันว่า ไม่มีความสามารถใดๆไปปิดเบือนข้อเท็จจริง และไม่มีความสามารถหรืออำนาจใดๆไปพิพากษา เพราะศาลฏีกาพิพากษาแล้วว่ากรรมการบริหารที่อนุมัติสินเชื่อ ผิดจริง ซึ่งนายอุตตม สาวนายน เป็นหนึ่งในกรรมการด้วย”


ทนายวันชัย กล่าวว่า คำพิพากษาของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม.3/2555 คดีหมายเลขแดงที่ อม.55/2558 วันที่ 26 สิงหาคม 2558 มีข้อเท็จจริงระบุชัดในหน้าที่ 9 ความว่า “จำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 4 , นายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์, นายอุตตม สาวนายน เป็นคณะกรรมการบริหารมีอำนาจพิจารณาอนุมัติสินเชืีอทุกประเภท ที่มีวงเงินเกินกว่า 2,000 ล้านบาท” ชัดๆตามคำพิพากหน้าที่ 9


ข้อเท็จจริงชัดๆว่า กรณีของนายอุตตม สาวนายน เกี่ยวข้องเป็นกรรมการบริหารที่ร่วมพิจารณาปล่อยสินเชื่อธนาคารกรุงไทย แก่ บริษัท โกลเด้นฯ และกลุ่มกฤษดามหานคร เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2546 วงเงิน 8,000+500+1,400 รวม 9,900 ล้านบาท และที่สำคัญในส่วนวงเงิน 8,000 ล้านบาทนั้นเป็นวงเงินเพื่อการชำระหนี้คืน ธนาคารกรุงเทพในฐานะเจ้าหนี้เดิม ไม่ปรากฎข้อความใดๆว่า กรรมการบริหารท่านใด ไม่เห็นด้วยกับการปล่อยสินเชื่อให้แก่ บริษัท โกลเด้นฯ และกลุ่มกฤษดามหานคร แม้แต่ท่านเดียว นั่นหมายความว่า “มีมติปล่อยสินเชื่อทั้ง 5 คน และนายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ และนายอุตตม สาวนายน ก็คือกรรมการบริหารชุดนี้ชุดที่มีมติปล่อยสินเชื่อด้วย” ส่วนนี้ก็ไม่มีใครบิดเบือนใดๆทั้งสิ้น


ประการสำคัญ คือ คำพิพากษาของศาลฎีกาดังกล่าวหน้าที่ 50, 51 วินิจฉัยไว้ชัดเจนว่า
*คณะกรรมการบริหารอนุมัติสินเชื่อให้แก่จำเลยที่ 19 คณะกรรมการบริหารมีเจตนาช่วยเหลือจำเลยที่ 19 โดยมิได้รักษาผลประโยชน์ของธนาคารผู้เสียหาย จึงมีความผิด หมายความว่าศาลฎีกาตัดสินว่าการกระทำของคณะกรรมการบริหารนั้นเป็นความผิดต่อกฎหมาย


กรรมการทั้ง 5 คน ได้อนุมัติสินเชื่อ หากนายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ และนายอุตตม สาวนายน ไม่เห็นด้วย แล้วไม่อนุมัติสินเชื่อ 9,900 ล้านบาทนั้น บริษัท โกลเด้นฯ ก็จะเบิกเงินกู้ไม่ได้ ซึ่งนี่คือข้อเท็จจริงชัดเจน ไม่มีใครบิดเบือน


เมื่อศาลฎีกาตัดสินแล้วว่าทำผิด นายชัยณรงค์ และนายอุตตม ก็ต้องเป็นผู้กระทำผิดด้วย หากนายอุตตม ไม่เห็นด้วยคนเดียว ก็ปล่อยเงินกู้และเบิกเงินกู้ไม่ได้


จากเอกสารการประชุม ครั้งที่ 48/2546 (527) วันที่ 9 ธ.ค.2546 กรรมการบริหาร 5 คน พิจารณามีมติปล่อยสินเชื่อแก่บริษัทโกลเด้นฯจำนวน 9,900 ล้านบาท ก็ไม่มีกรรมการคนใดไม่เห็นด้วยกับการปล่อยสินเชื่อ


ซึ่งเอกสารสำคัญนี้ก็ไม่มีใครสามารถบิดเบือนได้
ส่วนประเด็นที่นายอุตตม บอกว่าไม่เคยถูกกันเป็นพยาน นั้นก็ปรากฎว่า วันที่ 16 ก.ค.2557 ทั้งนายอุตตม และนายชัยณรงค์ ก็ไปเบิกความเป็นพยานฝ่ายโจทก์ที่ศาลฎีกาฯ (พยานนำ-ไม่ใช่พยานหมาย) และเบิกความยอมรับว่าร่วมประชุมพิจารณาปล่อยสินเชื่อให้แก่บริษัท โกลเด้นฯ กลุ่มกฤษดานคร ตรงนี้ข้อเท็จจริงชัดๆใครก็บิดเบือนไม่ได้ ทำผิดจริงๆ


ตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสินคือเป็นผู้บริสุทธิ์ เมื่อศาลฎีกาตัดสินว่ากรรมการบริหารอนุมัติสินเชื่อผิดกฎหมาย คำพิพากษาของศาลฎีกาฯ จึงถือเป็นข้อยุติว่า “กรรมการบริหารที่อนุมัติสินเชื่อทั้งคณะ 5 คนทำผิดกฎหมาย และเป็นพยานหลักฐานใหม่ที่จะเอาผิดต่อกรรมการที่ทำผิดได้”


หลังจากวันที่ 26 ส.ค.2558 ที่ศาลฎีกาฯตัดสินว่า *คณะกรรมการบริหารอนุมัติสินเชื่อ มีเจตนาช่วยลูกหนี้ คือ จำเลยที่ 19 โดยไม่รักษาผลประโยชน์ของธนาคารผู้เสียหาย จึงเป็นการทำผิดกฎหมาย* และลงโทษ ร.ท.สุชาย,นายวิโรจน์,นายมัชฌิมา กรรมการบริหาร ที่ร่วมอนุมัติสินเชืีอ คนละ 18 ปี


หลายๆฝ่าย จึงออกมาเรียกร้องและกล่าวโทษต่อ DSI เพราะเห็นว่าเอกสารรายงานการประชุม 9 ธ.ค.2546 ที่ ร่วมกันปล่อยสินเชื่อโดยไม่มีใคร-กรรมการคนไหน-โต้แย้ง จึงกล่าวโทษให้ดำเนินคดีสำหรับ นายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ และนายอุตตม สานายน รวมทั้งกล่าวโทษให้ดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินด้วย ที่ DSI บัดนี้ DSI สรุปส่งต่อไปที่ ปปช. คดีอยู่ที่ ปปช.


แม้นายอุตตมจะออกมาปฏิเสธอย่างไรก็ตาม ภาคประชาชนชอเรียกร้องต่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีว่า ผู้จะดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ถึงจะเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่โฆษณาว่าเป็น “รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง”

ทนายวันชัย บุนนาค

5 ก.ค.2562

Post Author: Prachachat Party

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.