Site Loader
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.

วันนี้ (25 กรกฎาคม 62) เวลา 11.00 น. ที่อาคารทีโอที ถ.แจ้งวัฒนะ กลุ่มกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ยื่นหนังสือเปิดผนึกข้อเสนอแนะการแก้ปัญหากองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ). เพื่อให้พรรคฝ่ายค้านได้ผลักดันแก้ปัญหาต่อไป โดยนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เป็นตัวแทน ส.ส.พรรคฝ่ายค้านมารับหนังสือ โดยมีตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้านร่วมด้วย

น้องเพนกวิน หรือนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักกิจกรรมเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย บอกว่า ปัจจุบันนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับผลกระทบจากการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ เริ่มขึ้นตั้งแต่ พลเอก ประยุทธ์ เข้าสู่อำนาจเมื่อปี 2557 เรามาที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้ เพื่อมาร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนของนักศึกษาที่กูเงิน กยศ.ซึ่งได้รับการร้องเรียนจากเพื่อนนักศึกษาจำนวนมาก จากการดำเนินการของ กยศ. จึงได้มายื่นหนังสือเปิดผนึกให้ตัวแทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรพรรคฝ่ายค้าน เพื่อนำไปอภิปรายในที่ประชุมสภาฯต่อไป ซึ่งขอเน้นย้ำว่าปัญหา กยศ.ที่เกิดขึ้นเป็นผลจากความพยายามของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ ในช่วง 5 ปีแรก ที่ได้พยายามปฏิรูป กยศ.แต่เป็นการปฏิรูปที่ไม่มีตัวแทนนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง ได้มีส่วนร่วมด้วย ผลที่ออกมาจึงบิดเบี้ยวและใช้ไม่ได้จริง

นายณัฐชนน ไพโรจน์ หัวหน้าพรรคโดมปฏิวัติ ซึ่งเป็นกลุ่มกิจกรรมนักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่มายื่นหนังสือ ได้อ่านรายละเอียดในจดหมายเปิดผนึก ว่า

“เนื่องด้วยสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ตราพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560 ขึ้นและกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ก็ได้ออกระเบียบและประกาศฉบับต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงการดำเนินงานของกองทุนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทว่า กระบวนการตรากฎหมาย ระเบียบและประกาศดังกล่าวมิได้เปิดโอกาสให้นักเรียนและนิสิตนักศึกษาได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเท่าที่ควร จึงส่งผลกระทบต่อนักเรียนและนิสิตนักศึกษาที่กู้ยืมเงินกองทุนดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง โดยในปีการศึกษา 2561 ที่ผ่านมา พรรคโดมปฏิวัติได้รับเรื่องร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนอันเนื่องด้วยการดำเนินงานของกองทุนจากนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นจำนวนมาก จึงขอร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนของเพื่อนนักศึกษาดังต่อไปนี้

ประการแรก พระราชบัญญัติฉบับใหม่ได้ขยายเพดานอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ จากเดิมที่กำหนดไว้ให้ไม่เกินอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำหนึ่งปีของธนาคารออมสิน (ประมาณร้อยละ 1 ต่อปี) เป็นอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ส่งผลให้ผู้กู้มีความยากลำบากในการชำระคืนเงินกู้ให้แก่กองทุนมากยิ่งขึ้น (มาตรา 44)

ประการที่สอง พระราชบัญญัติฉบับใหม่ได้ให้อำนาจกองทุนเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้หลายประการ อาทิ เลขที่บัญชีเงินฝากและจำนวนเงินคงเหลือในบัญชี ข้อมูลการถือครองทรัพย์สิน รวมถึงยังกำหนดให้ผู้กู้ต้องยินยอมให้กองทุนเปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงินและชำระคืนต่อหน่วยงานภาครัฐ เอกชน หรือบุคคลใด ๆ ที่ร้องขอต่อกองทุน นับว่าเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้กู้เกินสัดส่วน เพราะในการกู้ยืมทั่วไปนั้น กฎหมายก็มิได้ให้อำนาจเจ้าหนี้เข้าถึงและเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของลูกหนี้แต่อย่างใด (มาตรา 42, 45 และ 46)

ประการที่สาม พระราชบัญญัติฉบับใหม่ได้ยกเลิกเงื่อนไขเกี่ยวกับผู้ค้ำประกันที่ว่า “จะกำหนดจนเป็นอุปสรรคต่อผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ในอันที่จะกู้ยืมเงินมิได้” จึงอาจส่งผลกระทบต่อนักเรียนและนิสิตนักศึกษาที่ไม่สามารถหาผู้ค้ำประกันสัญญาเงินกู้ได้

ประการที่สี่ นับตั้งแต่ พ.ศ.2560 เป็นต้นมา กองทุนได้ออกประกาศกำหนดเงื่อนไขให้นักศึกษาที่กู้ยืมเงินกองทุนและกำลังจะเลื่อนชั้นปีต้องเข้าร่วมกิจกรรมหรือโครงการอาสาสมัครถึง 36 ชั่วโมง ทั้งที่นักศึกษาที่กู้ยืมเงินส่วนมากขาดแคลนทุนทรัพย์อยู่แล้ว จึงควรได้ใช้เวลาดังกล่าวทำประโยชนืในทางอื่น เช่น หารายได้แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย หรือศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เป็นต้น

ประการสุดท้าย นักศึกษาที่กู้ยืมเงินจำนวนมากมักประสบปัญหาได้รับโอนเงินจากกองทุนล่าช้า ดังเช่นในปีการศึกษา 2561 นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่กู้ยืมเงินจากกองทุนได้รับเงินล่าช้าถึง 4 เดือนหรือเกือบหนึ่งภาคการศึกษา จนไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาภายในระยะเวลาที่กำหนด และส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันเป็นอย่างยิ่ง

พรรคโดมปฏิวัติเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการเพื่อปัญหาความเดือดร้อนของนักศึกษาผู้กู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขโดยเร็ว ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม”

จากนั้นตัวแทนนักศึกษาได้ยื่นหนังสือให้ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งนายมลกศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาหนี้ กยศ.เป็นปัญหาสำคัญที่ ส.ส.พรรคประชาชาติได้ยื่นญัตติในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพรรคแรก ให้ตั้งกรรมาธิการพิจารณาศึกษาหนี้ กยศ. เพราะสิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุดต่อผู้เป็นหนี้ กยศ.คือดอกเบี้ย และเบี้ยปรับที่สูงเกินไป ซึ่งหากเราพิจารณาดูผู้ที่ถูกฟ้องย้อนหลัง 5 ในช่วงที่ คสช.บริหารประเทศ มีผู้ติดหนี้ กยศ.ถูกฟ้องมากที่สุด นั่นหมายถึงผู้ที่จบการศึกษาเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว ดังนั้นหากไม่รีบแก้ปัญหาผู้ที่จบการศึกษาพร้อมหนี้ก้อนโต จะกลายเป็นปัญหาสะสม ซึ่งกลุ่มนักศึกษาที่มายื่นหนังสือคือผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในวันนี้ หากไม่แก้ปัญหา กยศ.ก็จะกลายเป็นปัญหาในอนาคต สิ่งที่น่าหดหู่ที่สุดคือ การศึกษานั้นเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องส่งเสริมให้ประชาชน แต่ดูเหมือนกองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาทำตัวเหมือนเป็นสถาบัน เงินต้นกับดอกเบี้ยและเบี้ยปรับสูงขึ้นเท่าตัว บางคนกู้ยืมเงืนเพียงไม่กี่แสนบาท แต่ถูกฟ้องคดี 3-4 แสนบาท เมื่อรวมดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ นี่คือปัญหาที่ต้องรีบแก้ไขโดยด่วน และเป็นหน้าที่ของสภาฯแห่งนี้ ซึ่งพรรคประชาชาติได้เสนอญัตติไป ทางสภาผู้แทนราษฎรได้รับเป็นญัตติแล้ว หลังจากการแถลงนโยบายในวันนี้ไม่นาน เราคงจะได้อภิปรายปัญหาหนี้ กยศ. และขอให้ทุกท่านติดตามการแถลงนโยบายวันนี้ว่ามีการกล่าวถึงปัญหาหนี้ กยศ.หรือไม่ ยืนยันว่าพรรคฝ่ายค้าน 7 พรรค เล็งเห็นปัญหาและจะร่วมกันแก้ปัญหาให้กับนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศ

Post Author: Prachachat Party

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.