Site Loader
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.
สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติ ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม.

อสม. หรือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ได้กำเนิดจากปฏิญญาสากล ว่าประชาชนมีสิทธิและหน้าที่ที่จะให้ความร่วมมือทั้งรายบุคคลและเป็นคณะ เพื่อให้บรรลุสภาวะสุขภาพที่ดี และตามวัตถุประสงค์ ในการเริ่มต้นจัดตั้ง อสม. ของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อปี พ.ศ. 2520 คือ

1. เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพกันเองด้วยวิธีที่ง่าย ประหยัด และทั่วถึง
2. เพื่อช่วยบรรเทาภาวะขาดแคลนบุคลากรทางด้านสาธารณสุขในชนบท
3. เพื่อแก้ไขปัญหารักษาพยาบาลหรือดูแลรักษาสุขภาพที่ไม่ถูกต้องของประชาชน

อสม. ถือเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญด้านสาธารณสุขในชุมชน ที่มีบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริมการดูแลสุขภาพแก่คนในชุมชนมานานกว่าสามทศวรรษ รัฐบาลควรส่งเสริมให้พัฒนาและยกระดับความรู้แก่ อสม. เพื่อให้สามารถทำงานเชิงรุกในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีแก่คนในชุมชน

ปัจจุบัน อสม. ทั้งหมด มีประมาณ 1,054,729 คน แยกเป็น กทม. 15,000 คน และจังหวัดต่างๆ ประมาณ 1,039,729 คน

การที่รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ได้ประกาศจะให้ อสม. นำร่องปลูกกัญชา โดยให้สัมภาษณ์เมื่อ วันที่ 12 ก.ค. พ.ศ. 2562 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ภายหลังเป็นประธานเปิดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “กัญชาเสรีเพื่อการแพทย์” ว่า

“ส่วนการปลูกกัญชาถ้าปลูกในบ้านก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอน โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นผู้ดูแล เพราะจะมีการจัดอบรมให้อสม.ไปถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับประชาชนทั่วไป เพื่อขยายผลการปลูกในบ้าน คาดว่าใช้เวลา 1-2 ปี ก็จะเรียบร้อยทั้งหมด เครือข่ายอสม.ภายใต้กระทรวงสาธารณสุขทุกคนขึ้นทะเบียนแล้วเรียบร้อย เรามีโครงการนำร่องจัดอบรมให้เห็นถึงประโยชน์และสรรพคุณของกัญชาแบบค่อยเป็นค่อยไปและขยายผลไปเรื่อยๆ”

“เราจะจัดอบรมให้อสม.รับทราบข้อมูลว่ากัญชาปลูกอย่างไร ใช้เมล็ดพันธุ์อย่างไร และกินอย่างไรเพื่อให้สามารถซึมซับโลหะหนักได้เร็ว ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงและเราพยายามทำให้เกิดขึ้น”

จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ทำงานทั้งด้านการพัฒนาชนบทและงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหลายหน่วยงาน อาทิ ป.ป.ส. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกระทรวงยุติธรรม รู้สึกกังวลและห่วงใยต่อผลกระทบจากนโยบายกัญชา ที่จะเป็นการแพร่ระบาดยาเสพติดมากขึ้น

ในกรณี อสม. ที่ชุมชนหมู่บ้านให้การศรัทธายอมรับและเชื่อมั่นมากที่สุดในการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิต การที่ อสม. ได้กำหนดวัตถุประสงค์และบทบาทชัดเจนเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชน ถือว่ามีความถูกต้องเหมาะสมแล้ว หากรัฐบาลต้องการส่งเสริมศักยภาพของ อสม. เห็นควรที่จะส่งเสริมสนับสนุน อสม. ให้ได้ทำงานการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง อสม. หรือผู้ช่วยแพทย์ สามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยในเรื่องการปรึกษาแพทย์ทางไกล หรือ VDO calls แต่การจ่ายยาควรจะต้องดำเนินการผ่านเภสัชกรตามหลักวิชาชีพและป้องกันความผิดพลาดอีกด้วย ในต่างประเทศ เมื่อแพทย์ทำการวินิจฉัยโรคและเขียนใบสั่งยาให้แล้ว ผู้ป่วยก็สามารถนำใบสั่งยานั้นไปซื้อ หรือรับยาจากเภสัชกรที่ใดก็ได้ ซึ่งตรงนี้สามารถใช้เทคโนโลยีในการสั่งจ่ายยาและส่งยาไปสู่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โดย อสม.เป็นเพียงผู้ช่วยประสานงานก็ได้

หาก อสม. ประมาณ 1,054,729 คน ปลูกกัญชาแล้ว ปริมาณกัญชาในตลาดคงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล นำมาซึ่งการเข้าถึงกัญชาที่สะดวกกว่าเดิมมาก ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นผลดีต่อผู้ป่วย แต่หากผู้ใช้กัญชาจำนวนมากในไทยยังไม่สามารถใช้กัญชาอย่างปลอดภัยได้ อย่างที่เห็นตามข่าวว่ามีผู้ป่วยใช้กัญชาจนเข้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลมากมาย หรือแม้กระทั่งการควบคุมไม่ให้มีการนำไปใช้ในเชิงสันทนาการ ก็ยังไม่สามารถทำได้ เพราะยังไม่ชัดเจนในเรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดยาเสพติดที่ชัดเจน จะเกิดอันตรายต่อสังคมได้

นโยบายเรื่อง “กัญชา” ได้ถูกสร้างภาพในเรื่องประโยชน์ทางเศรษฐกิจว่าจะสร้างรายได้ให้ประชาชนและผลประโยชน์ทางการแพทย์ ในกรณีทางการแพทย์ ผลการศึกษาวิจัยพบว่ากัญชามีประโยชน์ สามารถรักษา โรคลมชัก โรคพาร์กินสัน แก้ปวดจากโรคปลอกประสาทเสื่อม และลดผลข้างเคียงจากยาเคมีบำบัดเท่านั้น และยังมีข้อจำกัดอีกหลายประการ ซึ่งต้องศึกษาวิจัยเพิ่มเติม

แต่ในกรณีโทษของการใช้กัญชานั้น ผลจากการวิจัยทางการแพทย์ ยังพิจารณาว่ากัญชาเป็นสิ่งเสพติดอยู่ ฤทธิ์ของกัญชายังบั่นทอนความจำระยะสั้น การตัดสินใจ และบิดเบือนการรับรู้ จนนำไปสู่อุบัติเหตุต่างๆที่เกิดการสูญเสียชีวิต หรือการฆ่าตัวตายได้เลยทีเดียว

นอกจากนี้ งานวิจัยในต่างประเทศแสดงให้เห็นว่าการใช้กัญชาในเยาวชน เช่น เด็กที่อายุต่ำกว่า 16 ปี ทำให้มีโอกาสเสพติดและนำไปสู่ยาเสพติดประเภทอื่นได้ง่าย และยังส่งผลต่อการพัฒนาของสมองและร่างกายที่เชื่องช้า เกิดโรคจิตเภท วิตกกังวลทางสังคม และภาวะซึมเศร้า ศูนย์บำบัดผู้ติดยาในต่างประเทศ มีกรณีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาติดกัญชาสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง จากภาวะโรคจิตเภท วิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า ทั้งๆที่การเข้าถึงกัญชายังไม่เป็นการเสรี

ดังนั้นการผลักดันนโยบายกัญชาจะต้องชัดเจนเพื่อใช้ทางการแพทย์และเพื่อการวิจัยเท่านั้น การรีบเร่งให้ปัจเจกบุคคลสามารถปลูกกัญชาในช่วงที่ประเทศยังไม่มีข้อมูลรอบด้าน จึงเป็นแนวคิดและนโยบายที่สุ่มเสี่ยงมาก งบประมาณด้านสาธารณสุข จะคำนึงถึงการใช้งบประมาณเพื่อให้ได้ประโยชน์ตกแก่ประชาชนทั่วไปอย่างสูงสุด

สำหรับประเด็นปัญหายาเสพติดรวมถึงกัญชา พรรคประชาชาติ ได้มีแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งด้านการป้องกัน ปราบปราม บำบัด ฟื้นฟู ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมถึงการใช้ผลวิจัยเกี่ยวกับตัวยาและสารเสพติดมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาที่ให้ความสำคัญกับการจัดงบประมาณกับผู้ปฏิบัติหน้าที่จริง เพิ่มบทบาทและหน้าที่ของครอบครัว ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา และสถานศึกษา ในการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ซึ่งจะได้นำเสนอในโอกาสต่อไป

พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง
เลขาธิการพรรคประชาชาติ

Post Author: Prachachat Party

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.