พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง: 30 ปี สหกรณ์อิสลาม อิบนูอัฟฟาน บนพื้นฐานเศรษฐกิจคุณธรรม

          วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม 2565  ที่ศูนย์การค้าอาเชียนมอลล์ ปัตตานี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ เป็นประธานเปิดงานครบรอบ 30 ปีสหกรณ์อิสลาม อิบนูอัฟฟาน จำกัด พร้อมกล่าว Special Talk 1 ในหัวข้อ “30 ปี บนพื้นฐานเศรษฐกิจคุณธรรม” โดยมี รศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดี มหาวิทยาลัยฟาฏอนี, ดร.วรวิทย์ บารู รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายธนาวิทย์ ไชยานุพงศ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส และะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ประชาชาติ หัวหน้าสหกรณ์อิสลาม อิบนูอัฟฟาน และสมาชิกกว่า 2,000 คน ให้การต้อนรับ และร่วมรับฟังปาฐกถาพิเศษ 

พ.ต.อ.ทวี กล่าวตอนหนึ่งว่า “เราเห็นว่าวิธีการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องจำเป็น ต้องมีระบบเศรษฐกิจแบบที่ไม่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ท่านอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านเคยพูดไว้ว่า สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพ ก็คือระบบคุณธรรม ระบบจริยธรรม เป็นพี่น้องกัน เราจึงควรมีระบบเศรษฐกิจที่มีความเป็นพี่น้องกัน”

#ประชาชนประชาชาติ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เดิน-วิ่งออกกำลังกายยามเช้า พร้อม ส.ส.สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ และพี่น้องชาวเมืองปัตตานี

(วันที่ 6 สิงหาคม 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ลานหอนาฬิกาสามวัฒนธรรม เทศบาลเมืองปัตตานี ว่า เมื่อเวลา 05.30น. ที่ผ่านมา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี เขต 4 พรรคประชาชาติ , พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี , นายอรุณ เบ็ญจลักษณ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี และ สมาชิกกลุ่มรักษ์สุขภาพ ลุ่มน้ําตานี ชมรมอาวุโสปาแดเบ็ญ รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ ร่วมกิจกรรมเดินย้อนรอยประวัติศาสตร์ “SATU KAN UMMAH“ ครั้งที่4

ไปยังบ้านเบ็ญจลักษณ์ ผ่านทางถนนสายบุรี ถนนหนองจิก ถนนสามัคคี สาย ก. ทั้งนี้ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กล่าวขอบคุณประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม บริเวณหน้ามัสยิดญาห์มีอุสซาลาฮฮ์ ว่า “ขอขอบคุณทุกคนครับ วันนี้มีความสุขมาก โดยเฉพาะที่ปัตตานี ที่นี่เป็นความภูมิใจของคนทั้งประเทศ กิจกรรมในวันนี้ เป็นเรื่องที่ติดตัวไปตลอดชีวิต โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ต้องขอขอบคุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ด้วยครับ ทั้งนี้ หากวันไหน ผมมาที่นี่เป็นประจำ จะตื่นมาเดินด้วยกันอีกครับ” โดยมีประชาชนให้กำลังใจ ส่งเสียงเชียร์และปรบมือพร้อมกัน รวมทั้งขอถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว ยังมีการถ่ายทอดสดผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ Facebook แฟนเพจ “ที่นี่ พรรคประชาชาติ” ด้วย ที่ URL https://fb.watch/eJyoUwJOnw/ จากนั้น พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เดินทางต่อไปยัง อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เพื่อลงพื้นที่พบปะประชาชนต่อไป

#ประชาชนประชาชาติ

คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาชาติ เป็นตัวแทนพ.ต.อ.ทวีฯ มอบพวงหรีดเคารพศพ 2 พรานป่าถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2565 นายธนาวิทย์ ไชยานุพงศ์ อดีตนายกเทศมนตรีนครนราธิวาส และ คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาชาติ เป็นตัวแทน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคประชาชาติ มอบพวงหรีด เคารพศพ นายสิทธิพงศ์ ฮกฮิ้น ที่ วัดรัตนานุภาพ อ.สุไหงปาดี และ ศพของนายแพน ทองรมณ์ ที่ วัดโบราณสถิตย์ อ.สุไหงปาดี ที่เสียชีวิตขณะเข้าไปหาของป่า บริเวณพื้นที่ บ้านบาตูบือแน บ้านย่อย บ้านโผลง หมู่ 5 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

ในโอกาสนี้ นายธนาวิทย์ ไชยานุพงศ์ อดีตนายกเทศมนตรีนครนราธิวาส และ คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาชาติ ยังได้กล่าวให้กำลังใจครอบครัว พร้อมสนับสนุนและช่วยเหลือ ในทุกมิติ เพราะเราคือ ครอบครัวเดียวกัน ความทุกข์ของพี่น้องคือหน้าที่ของพรรคประชาชาติ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ไม่เห็นด้วยกับการซื้อเครื่องบินขับไล่ F-35A ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ เสียงข้างน้อย

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ได้มีมติอนุมัติงบให้กองทัพอากาศจัดซื้อเครื่องบิน F-35A ผมเป็นเสียงข้างน้อยที่พิจารณาไม่อนุมัติ เพราะการพิจารณาอนุมัติงบประมาณของฝ่ายนิติบัญญัติที่มีประสิทธิภาพ คือ การอนุมัติเงินงบประมาณให้หน่วยงานที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และมีความพร้อมในการดำเนินการให้ทันภายในปีงบประมาณนั้น ๆ รวมทั้งต้องสอดคล้องกับนโยบายการจัดทำงบประมาณ ปี 2566 ที่รัฐบาลกำหนดไว้ว่าการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำงบประมาณต้องพิจารณา “ชะลอ ปรับลด หรือยกเลิกการดำเนินโครงการที่มีความสำคัญระดับต่ำ” จากข้อมูลพบว่า หากโครงการใดยังไม่มีความพร้อมในการดำเนินการ เห็นควรให้ตัดงบประมาณโครงการดังกล่าวด้วย

          การจัดซื้อเครื่องบิน F-35A ครั้งนี้จะสร้างภาระผูกพันงบประมาณที่เพิ่มขึ้นในระยะที่ 1 กว่าเจ็ดพันล้านบาท และหากซื้อจนครบฝูงบิน 12 ลำ จะส่งผลให้เกิดปัญหาในเชิงโครงสร้างงบประมาณที่เป็นการอนุมัติ “รายการผูกพันใหม่” ที่จะทำให้ไม่สามารถปรับลดงบประมาณได้ในปีถัดไป โดยจะผูกพันงบประมาณรวมกว่าสี่หมื่นล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการจัดซื้ออาวุธ การฝึกนักบินใหม่ การบำรุงรักษา ฯลฯ คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐประกาศกำหนดแนวทางวิธีคิดคำนวณสัดส่วนการก่อภาระผูกพันข้ามปีงบประมาณที่กำหนดเพดานไว้ไม่เกินร้อยละ 10 ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี ในปัจจุบันการคำนวณสัดส่วนดังกล่าว อาศัยข้อมูลของรายการใหม่ที่จะเริ่มต้นผูกพันงบประมาณเป็นปีแรกในปีงบประมาณนั้นจึงดูว่าเพดานไม่เกินร้อยละ 10

          แต่เมื่อเมื่อได้พิจารณาวงเงินภาระผูกพันข้ามปีงบประมาณรายการเดิมที่ได้รับอนุมัติไว้แล้วก่อนปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่จะเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 การตัดสินใจทำให้ภาระผูกพันงบประมาณข้ามปีที่จะต้องดำเนินการจนแล้วเสร็จทั้งโครงการรวมกันแล้วเป็นเงินงบประมาณจำนวนถึง 1,095,654.4 ล้านบาท มีสัดส่วนถึง 1 ใน 3 หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 33.4 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีนั้นเลยทีเดียว

         ดังนั้น การให้กองทัพอากาศจัดซื้อเครื่องบิน F35-A ด้วยวิธีตั้งงบผูกพันข้ามปี เป็นความเชื่อของคนบางกลุ่มที่ยังมีมุมมองที่แตกต่างในมิติความมั่นคง แต่เป็นการซ้ำเติมสร้างภาระหนี้สาธารณะและผลักให้ลูกหลานที่เป็นอนาคตของประเทศต้องแบกรับหนี้สาธารณะที่เป็นภาระทางการคลังไปในอนาคตอย่างมากมายมหาศาล เป็นการก้าวล่วงไปกินพื้นที่ทางการคลังหรือสร้างภาระทางการคลังในอนาคตมากเกินไป

         การจัดซื้อเครื่องบิน F-35A จากสหรัฐอเมริกาของกองทัพอากาศ (ทอ.) ในปัจจุบัน เป็นเวลา (Timing) ที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ – จีน มีมากที่สุดในประวัติศาสตร์ สหรัฐฯ ต้องการให้ไทยเลือกข้างด้วยการเสนอขายเครื่องบิน F-35A ภายใต้รูปแบบของความช่วยเหลือทางการทหารแก่ประเทศพันธมิตร (Foreign Military Sales หรือ FMS) ระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ – ไทย และมีสิ่งจูงใจต่าง ๆ ดังนั้น อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทย – จีน ในระยะยาวที่ไม่อาจเรียกคืนได้ เพราะการจัดซื้อเครื่องบินภายใต้รูปแบบของความช่วยเหลือทางการทหาร (FMS) ระหว่างรัฐบาลจะเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าไทยเลือกข้างสหรัฐฯ และอาจเป็นปฏิปักษ์กับจีน ดังนั้น ในสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศปัจจุบัน สิ่งที่ไทยควรทำ คือ เราต้องรักษาจุดยืน โดยไม่แสดงท่าทีว่าเลือกข้าง ไม่ว่าจะเป็น ข้างจีน หรือ ข้างสหรัฐฯ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของไทย
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ
และเลขาธิการพรรคประชาชาติ

ประชาชนประชาชาติ

“ประชาชาติ” หนุนสิทธิ์-บทบาทสตรี เนื่องในสัปดาห์วันสตรีไทย

นางวรลักษณ์ ศรีสอาด เหรัญญิกพรรคประชาชาติ เผยแพร่ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

“วันสตรีไทย” ตรงกับวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี โดยถือเป็นสัปดาห์วันสตรีไทย ไปจนถึงวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ทั้งนี้ วันสตรีไทย จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 เป็นวันสำคัญเพื่อให้ผู้หญิงไทย มีโอกาสได้แสดงความรู้ความสามารถในการพัฒนาประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันสังคม เทียบเท่าสตรีสากลของหลายประเทศด้วย ซึ่งปัจจุบันผู้หญิง มีบทบาทและส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมระดับนานาชาติมากขึ้น จะเห็นได้จากหน่วยงานราชการและภาคเอกชน ที่มีสตรีเข้าไปเป็นผู้นำองค์กรหรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงมากขึ้น รวมถึงการเข้าไปเป็นนักการเมือง และมีบทบาทดำรงตำแหน่งบริหารประเทศ

พรรคประชาชาติ มีนโยบายและแนวทางในการสร้างความเสมอภาคในสังคมไทย พวกเรามุ่งสร้างความเท่าเทียมและความเอื้ออาทร เพื่อเปิดโอกาสให้สตรีได้รับการศึกษา มีงานทำ เข้าถึงทรัพยากร ข้อมูลข่าวสาร สวัสดิการสังคม ตลอดจนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงบทบาทความสามารถด้านต่างๆ ในการพัฒนาสร้างสรรค์ความเจริญแก่ประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการมีเจตคติที่ดีต่อสตรี

ในฐานะ ที่เป็นหนึ่งในคณะกรรรมการบริหารพรรคประชาชาติ ดิฉันหวังจะให้ทุกภาคส่วนในสังคม ตระหนักถึงความสำคัญในบทบาท ความสามารถ และเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของสตรีและบุรุษอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สังคมไทยสืบต่อไปค่ะ

#ประชาชนประชาชาติ ดูน้อยลง