เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ได้เดินทางมาเป็นประธานในงานเลี้ยงละศีลอด เนื่องในเดือนรอมฎอน ปีฮิจเราะห์ศักราช 1446 ร่วมกับข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และบุคลากรของกระทรวงยุติธรรม โดยมีนายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม Conference Hall 1 – 3 ชั้น 2 สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) แจ้งวัฒนะ
ในโอกาสนี้ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ได้มอบผลอินทผลัมเป็นของที่ระลึกแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และบุคลากรของกระทรวงยุติธรรม และร่วมรับประทานอาหารละศีลอดด้วยกัน ก่อนเดินทางกลับกระทรวงยุติธรรม

รมว.ยุติธรรม เปิดงาน “Laฬ Square: มหกรรมกฎหมาย” กลางสยามสแควร์ ยกระดับความรู้กฎหมายสู่ประชาชน

รมว.ยุติธรรม เปิดงาน “Laฬ Square: มหกรรมกฎหมาย” กลางสยามสแควร์ ยกระดับความรู้กฎหมายสู่ประชาชน
15 มีนาคม 2568 – พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดงาน “Laฬ Square: มหกรรมกฎหมาย เครือข่ายนิติจุฬาฯ สู่สังคม” ซึ่งจัดขึ้นที่ Siam Square Walking Street โดยความร่วมมือของ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ กระทรวงยุติธรรม และเครือข่ายกว่า 30 องค์กร
ภายในงานมีการให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ประชาชนผ่าน นิทรรศการ การให้คำปรึกษากฎหมายฟรี และกิจกรรมให้ความรู้ ในประเด็นสำคัญ เช่น การจัดการหนี้ หนี้ กยศ. อาชญากรรมออนไลน์ ปัญหาสิทธิผู้ต้องขัง และการป้องกันภัยไซเบอร์ โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมเข้าร่วม อาทิ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมบังคับคดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานกิจการยุติธรรม และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย
รมว.ยุติธรรม กล่าวระหว่างเปิดงานว่า “มหกรรมกฎหมายในวันนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำกฎหมายมาสู่ประชาชน สร้างการรับรู้ และช่วยให้ประชาชนสามารถปกป้องสิทธิของตนเองได้อย่างถูกต้อง” พร้อมย้ำว่าการเข้าถึงกฎหมายเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ และทำให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม
ไฮไลต์สำคัญของงานคือ การแสดงจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อสะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายเกี่ยวข้องกับทุกคน และการให้โอกาสทางกฎหมายสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกได้
“การเข้าถึงกฎหมายที่ง่ายและเป็นธรรม คือก้าวสำคัญสู่การพัฒนาประเทศ” – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวทิ้งท้าย

รมว.ยุติธรรม เป็นประธานในพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ – มอบโล่ยกย่องอาสาสมัครคุมประพฤติ

วันที่ 14 มีนาคม 2568 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งเป็นประธานในพิธีมอบโล่ อาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรมดีเด่น รวมถึงมอบเข็มและประกาศเกียรติคุณแก่อาสาสมัครคุมประพฤติที่ปฏิบัติงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 25 ปี เพื่อเชิดชูเกียรติแก่บุคคลที่เสียสละและอุทิศตนในการช่วยเหลือผู้กระทำผิดให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ
พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี โดยมี นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, นายยู่สิน จินตภากร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม, นายสุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมคุมประพฤติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครคุมประพฤติจากทั่วประเทศเข้าร่วม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวแสดงความยินดีและยกย่องเชิดชูเกียรติอาสาสมัครคุมประพฤติที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จำนวน 30 คน, ได้รับโล่ 88 คน และได้รับเข็มพร้อมประกาศเกียรติคุณผู้ที่ปฏิบัติงานต่อเนื่อง 25 ปี จำนวน 33 คน โดยระบุว่า “รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการได้เห็นรอยยิ้มของผู้กระทำผิดที่ได้รับโอกาสกลับคืนสู่สังคม รวมถึงครอบครัวของพวกเขา” ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นของอาสาสมัครคุมประพฤติที่ช่วยเหลือและประคับประคองให้ผู้กระทำผิดสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองเป็นบุคคลที่มีคุณค่า
ทั้งนี้ การจัดพิธีดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการเชิดชูเกียรติและให้กำลังใจแก่อาสาสมัครคุมประพฤติเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐและภาคประชาชน ในการช่วยกันคืนคนดีสู่สังคม สร้างรากฐานของสังคมที่เข้มแข็งและมั่นคงให้กับประเทศต่อไป

“รมว.ยุติธรรม แสดงความเสียใจ หลัง ‘ผู้กำกับโจ้’ จบชีวิตในเรือนจำคลองเปรม สั่งตั้งกรรมการสอบสวนด่วน”

“รมว.ยุติธรรม แสดงความเสียใจ หลัง ‘ผู้กำกับโจ้’ จบชีวิตในเรือนจำคลองเปรม สั่งตั้งกรรมการสอบสวนด่วน”
วันนี้ (8 มีนาคม 2568 เวลา 11.20 น.) บรรยากาศที่ เรือนจำกลางคลองเปรม เต็มไปด้วยความตึงเครียด หลังจาก พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เดินทางมาตรวจสอบกรณี พันตำรวจเอก ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ “ผู้กำกับโจ้” จบชีวิตด้วยการแขวนคอภายในแดน 5 เมื่อคืนที่ผ่านมา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้แสดงความเสียใจกับญาติของผู้เสียชีวิต และมีคำสั่งให้ กรมราชทัณฑ์ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตโดยทันที เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างโปร่งใส
ทั้งนี้ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วยตนเอง เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ขอบคุณภาพข่าวจาก Voice TV

รมว.ยุติธรรม ต้อนรับ รมว.ความมั่นคงฮ่องกง ย้ำความร่วมมือปราบปรามค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติ

รมว.ยุติธรรม ต้อนรับ รมว.ความมั่นคงฮ่องกง ย้ำความร่วมมือปราบปรามค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติ
เมื่อวันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2568 เวลา 10.00-10.30 น. ณ ห้องรับรอง 205 อาคารรัฐสภา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้การต้อนรับ นายเติ้ง ปิง เฉียง (Mr. Tang Ping-keung) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงฮ่องกง (Secretary for Security) และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย
ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงฮ่องกงได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทย โดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรม ที่ให้ความช่วยเหลือและประสานงานกับทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือ เหยื่อค้ามนุษย์ชาวฮ่องกง 48 คน ที่ถูกหลอกไปทำงานใน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมา จนสามารถเดินทางกลับฮ่องกงได้อย่างปลอดภัย พร้อมแสดงความชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในภารกิจครั้งนี้
นายเติ้ง ปิง เฉียง ยังยืนยันว่า รัฐบาลฮ่องกงพร้อมทำงานร่วมกับทางการไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงและป้องกันการค้ามนุษย์ พร้อมสนับสนุนประเทศไทยให้เป็น ประเทศปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว และป้องกันประชาชนจากการถูกล่อลวงเข้าสู่อาชญากรรมข้ามชาติในอนาคต
ด้าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการ ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นปัญหาร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก พร้อมย้ำถึงความพร้อมของไทยในการ ช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมจากทุกประเทศ
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เสนอให้ จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างไทยและฮ่องกง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับเครือข่ายอาชญากรรม รวมถึงการสอบถามข้อมูลจากเหยื่อที่ได้รับการช่วยเหลือ เพื่อสืบสวนขยายผลไปถึง ผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง โดยอาจพิจารณาการตรวจสอบ เส้นทางการเงิน ควบคู่ไปด้วย
นอกจากนี้ ไทยยังเสนอให้มีการจัด สัมมนาเพื่อถอดบทเรียน ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ เพื่อพัฒนากลไกการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแนวทางช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึง ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยและฮ่องกง ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชนทั้งสองประเทศต่อไป

บอร์ด กคพ. มีมติวินิจฉัยชี้ขาด กรณีสมคบฟอกเงินของกลุ่มอั้งยี่ที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งวุฒิสมาชิก เป็นคดีพิเศษ

บอร์ด กคพ. มีมติวินิจฉัยชี้ขาด กรณีสมคบฟอกเงินของกลุ่มอั้งยี่ที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งวุฒิสมาชิก เป็นคดีพิเศษ
วันนี้ (6 มีนาคม 2568) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 10-01 กระทรวงยุติธรรม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ ครั้งที่ 3/2568 โดยมี พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รองประธานกรรมการฯ นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม และกรรมการคดีพิเศษ รวมถึง พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ พร้อมกรรมการรวม 18 คนเข้าร่วม
การประชุมครั้งนี้เป็นการพิจารณากรณีร้องขอให้ตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 (สำนวนสืบสวนที่ 151/2567) ซึ่งก่อนหน้านี้ ที่ประชุม กคพ. ได้ให้ดีเอสไอรวบรวมข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และนำเสนอผ่านคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง ก่อนเสนอที่ประชุมเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดอีกครั้ง
ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเท็จจริงและเห็นว่ากรณีดังกล่าวมีมูลความผิดทางอาญาฐานอั้งยี่ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานของการฟอกเงิน คณะกรรมการจึงเห็นชอบให้ปรับชื่อเรื่องเป็น “กรณีการสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำผิดเป็นอั้งยี่ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” และมีมติให้เป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547
นอกจากนี้ คดีอาญาอื่นที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น ความผิดฐานอั้งยี่ตามมาตรา 209 ความผิดตามมาตรา 116 และการฟอกเงินที่เกี่ยวกับกระบวนการได้มาของสมาชิกวุฒิสภา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 วรรคท้าย จะถือเป็นคดีพิเศษที่สามารถสอบสวนต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องมีมติใหม่
อย่างไรก็ตาม หากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษพบความผิดตามมาตรา 77 (1) ของกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้แจ้ง กกต. ทราบเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป