พรรคประชาชาติ ส่ง “ธนัญญรัชช์ เศรษฐาธิรัชฎิ์” ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ร่วมเวทีเสวนา “เลือกแล้วเปลี่ยน (มั้ย?)” ชูนโยบายพหุวัฒนธรรม หนุนสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียม มุ่งสร้างสังคมสันติสุข

(28 มกราคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ห้องประชุม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ว่า เมื่อเวลา 16.00น. ที่ผ่านมา นางสาวธนัญญรัชช์ เศรษฐาธิรัชฎิ์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะตัวแทนพรรคประชาชาติเข้าร่วมเวทีเสวนา “เลือกแล้วเปลี่ยน (มั้ย?)” ร่วมแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายของพรรค โดยเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างสังคมที่เคารพในความหลากหลายและสิทธิมนุษยชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

นางสาวธนัญญรัชช์ เศรษฐาธิรัชฎิ์ ได้กล่าวถึงจุดยืนและนโยบายหลักของพรรคผ่านเวทีดังกล่าว โดยระบุว่า พรรคประชาชาติให้ความสำคัญสูงสุดกับเรื่อง “สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และความเป็นมนุษย์” ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยทางพรรคมีเป้าหมายหลักในการ “ลดความเหลื่อมล้ำ” ที่เกิดขึ้นในทุกมิติของสังคมไทย

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงอัตลักษณ์ของพรรคในการเป็นพรรคการเมืองที่เข้าใจและยอมรับใน “พหุวัฒนธรรม” โดยมองว่าประเทศไทยประกอบไปด้วยผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ที่แตกต่างกัน นโยบายของพรรคประชาชาติจึงมุ่งเน้นที่การไม่ใช้อำนาจในการครอบงำ แต่จะสร้างพื้นที่ให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้บนพื้นฐานของ “สังคมสันติสุข”

“เราพร้อมที่จะส่งเสริมให้เกิดการเกื้อกูลกันระหว่างผู้คนที่มีความแตกต่าง เพื่อให้สังคมเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน” – นางสาวธนัญญรัชช์ เศรษฐาธิรัชฎิ์ กล่าว

ทั้งนี้ นางสาวธนัญญรัชช์ เศรษฐาธิรัชฎิ์ ในฐานะตัวแทนพรรคประชาชาติ ได้เชิญชวนให้ประชาชนร่วมโหวตและติดตามนโยบายของพรรคเพื่อร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมผ่านกลไกในระบอบประชาธิปไตยต่อไป

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย “นายอับดุลอายี สาแม็ง” ผู้สมัคร ส.ส. ลงพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อหารือร่วมกับผู้นำศาสนา ภาคเอกชน และประชาชน โดยเน้นรับฟังปัญหาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการค้าชายแดน เพื่อนำไปกำหนดนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย “นายอับดุลอายี สาแม็ง” ผู้สมัคร ส.ส. ลงพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อหารือร่วมกับผู้นำศาสนา ภาคเอกชน และประชาชน โดยเน้นรับฟังปัญหาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการค้าชายแดน เพื่อนำไปกำหนดนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่

“พ.ต.อ.ทวี” ย้ำจุดยืนในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันเสียงสะท้อนของชาวเบตงสู่นโยบายที่เป็นรูปธรรม ด้าน “นายอับดุลอายี” ประกาศความพร้อมในการทำหน้าที่ตัวแทนประชาชนในสภา ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

บรรยากาศเวทีปราศรัยใหญ่ในช่วงก่อนโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งของ “พรรคประชาชาติ”

บรรยากาศเวทีปราศรัยใหญ่ในช่วงก่อนโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งของ “พรรคประชาชาติ”

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 มกราคม 2569 ณ สนามพิธีช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา บรรยากาศเวทีปราศรัยใหญ่ในช่วงก่อนโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งของ “พรรคประชาชาติ” เป็นไปอย่างคึกคักและยิ่งใหญ่ โดยมี “อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ พร้อมด้วย “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” หัวหน้าพรรค นำทัพขุนพลผู้สมัคร สส. จังหวัดยะลา ทั้ง 3 เขต ขึ้นเวทีประกาศจุดยืนและนโยบายเพื่อพี่น้องประชาชน ประกอบด้วย

  • เขต 1: นายสุไลมาน บือแนปีแน (หมายเลข 3)
  • เขต 2: นายซูการ์โน มะทา (หมายเลข 7)
  • เขต 3: นายอับดุลอายี สาแม็ง (หมายเลข 3)

ท่ามกลางพี่น้องประชาชนชาวยะลาที่หลั่งไหลมาร่วมรับฟังคำปราศรัยอย่างเนืองแน่นจนเต็มพื้นที่ สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและการให้การตอบรับต่อพรรคประชาชาติอย่างท่วมท้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตัดสินใจครั้งสำคัญในวันเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

“ทวี สอดส่อง” ขึ้นเวทีดีเบตหาดใหญ่ จวกรัฐบาลเมินทุกข์น้ำท่วมของประชาชน ชูโมเดลลดน้ำมันเหลือลิตรละ 20 บาท ฟื้นฟูเศรษฐกิจสงชลาและชายแดนใต้ พร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาชายแดนใต้ หลังจมปลักความจนมา 22 ปี

“ทวี สอดส่อง” ขึ้นเวทีดีเบตหาดใหญ่ จวกรัฐบาลเมินทุกข์น้ำท่วมของประชาชน ชูโมเดลลดน้ำมันเหลือลิตรละ 20 บาท ฟื้นฟูเศรษฐกิจสงชลาและชายแดนใต้ พร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาชายแดนใต้ หลังจมปลักความจนมา 22 ปี

วันที่ 25 มกราคม 2569 พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ประกาศวิสัยทัศน์กลางเวทีดีเบตสัญจรช่อง 3 “เลือกตั้ง 69 เปลี่ยนใหม่หรือไปต่อ” ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยได้แสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือดต่อการบริหารงานของรัฐบาลในช่วงวิกฤตน้ำท่วมสงขลา พร้อมเสนอทางออกเร่งด่วนในการกู้วิกฤตเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตพี่น้องชาวใต้

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวบนเวทีโดยมุ่งเป้าไปที่ความล้มเหลวในการจัดการภัยพิบัติของรัฐบาลว่า ในช่วงมหาอุทกภัยที่ผ่านมา ประชาชนมีความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส แต่รัฐบาลกลับนิ่งเฉยต่อความเดือดร้อนเหล่านั้น การที่ผู้มีอำนาจไม่ใส่ใจทุกข์ร้อนของประชาชน ถือเป็น “บาปกรรมของรัฐบาล

ในประเด็นการบริหารจัดการน้ำ พ.ต.อ. ทวี ได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมหนักกว่าประเทศไทย แต่กลับไม่มีผู้เสียชีวิตเหมือนที่เกิดขึ้นในสงขลา สาเหตุสำคัญมาจากโครงสร้างการสั่งการที่แตกต่างกัน โดยระบุว่า “ของเขาเวลาสั่งการ หัวมีคนเดียว (Single Command) แต่ของไทย นายกฯ สั่งไป 4 หัว และยังไม่มีกฎหมายรองรับที่ชัดเจน ทำให้การแก้ปัญหาไม่มีประสิทธิภาพ”

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปากท้อง พ.ต.อ. ทวี เสนอแนวคิดที่กล้าหาญเพื่อลดภาระค่าครองชีพทันที โดยระบุว่ารัฐบาลต้องกล้าตัดสินใจเพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยเสนอให้ ลดราคาน้ำมันเหลือลิตรละ 20 บาท และให้ใช้จังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่นำร่อง (Sandbox) เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ยังได้กล่าวถึงปัญหาเรื้อรังในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ตลอด 22 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลใช้กฎหมายพิเศษมากมายในการแก้ปัญหา แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้ความมั่นคงของรัฐกับประชาชนยิ่งห่างกัน ส่งผลให้จังหวัดนราธิวาสและปัตตานี กลายเป็นจังหวัดที่ยากจนที่สุด ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ “เราต้องเปลี่ยนวิธีการ”

ประชาชาติ ส่ง “ไชยพล เดชตระกูล” ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ร่วมประชุมมูลนิธิเพื่อการปฏิรูปสิทธิลูกหนี้ ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย-แกนนำทั่วประเทศ ชูร่าง พ.ร.บ.ล้มละลายฉบับใหม่ หวังฟื้นฟูชีวิตลูกหนี้รายย่อย-SMEs รับมือวิกฤตเศรษฐกิจปี “ม้าไฟ”

[กรุงเทพมหานคร – 19 มกราคม 2569] – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาชาติ ส่ง นายไชยพล เดชตระกูล ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ และกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาชาติ ประชุมร่วมกับ มูลนิธิเพื่อการปฏิรูปสิทธิลูกหนี้ ร่วมกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และเครือข่ายภาคประชาสังคม จัดประชุมใหญ่แกนนำชุมชนและเครือข่ายแก้หนี้ทั่วประเทศ ณ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เพื่อระดมสมองจัดทำข้อเสนอนโยบายแก้หนี้สินภาคประชาชน พร้อมสร้างความเข้าใจในร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย ฉบับใหม่ที่เปิดโอกาสให้ “บุคคลธรรมดา” เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูหนี้ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 80 ปี

นายไชยพล เดชตระกูล ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า กฎหมายล้มละลายเดิมของไทยถูกออกแบบมาเพื่อเอื้อต่อธุรกิจขนาดใหญ่ แต่วิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมาได้ซ้ำเติมหนี้ครัวเรือนจนถึงจุดวิกฤต การที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย ฉบับใหม่เมื่อปลายปี 2568 ถือเป็นก้าวย่างสำคัญที่จะเปลี่ยนสถานะลูกหนี้จากการ “รอวันล้มละลาย” มาเป็นการ “ได้รับโอกาสฟื้นตัว”

นายไชยพล เดชตระกูล ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ระบุว่า สำหรับไฮไลท์สำคัญของการประชุมประกอบด้วย การร่วมวิเคราะห์ทางรอด โดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจะมาเจาะลึกข้อดีของกฎหมายใหม่ที่จะช่วยให้ลูกหนี้รายย่อยและ SMEs ไม่ต้องเผชิญกับภาวะล้มละลายแต่เพียงอย่างเดียว รวมถึงการบรรยายถึงทิศทางเศรษฐกิจปี 2569 ที่ยังมีความผันผวนสูง ซึ่งลูกหนี้จำเป็นต้องมีภูมิคุ้มกันและการจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพ และข้อเสนอเชิงนโยบาย จากแกนนำจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ เครือข่ายผู้หญิงปลอดหนี้ 4 ภาค และเครือข่ายแก้หนี้ครู ได้ร่วมกันระดมสมองเพื่อยื่นข้อเสนอต่อพรรคการเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการประชุม นายไชยพล เดชตระกูล ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้ร่วมรับฟังผลสรุปและให้ความเห็นต่อข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริงในระดับโครงสร้าง โดยการขยับตัวครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่า พรรคประชาชาติ และภาคประชาสังคมพร้อมแล้วที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้ “สึนามิแห่งคดีล้มละลาย” เข้าทำลายรากฐานเศรษฐกิจของครัวเรือนไทยในอนาคต

ซิดนีย์-อภินันท์ พัฒนศิริ” หาเสียงย่านเศรษฐกิจหาดใหญ่ สาย 1-2-3 คุยผู้ประกอบการท่องเที่ยว-สตรีทฟู้ด-ธุรกิจรถสองแถว หนุนลดต้นทุน เร่งแก้ปัญหา ทลายข้อจำกัดอุปสรรคจากอุทกภัย

ซิดนีย์-อภินันท์ พัฒนศิริ” หาเสียงย่านเศรษฐกิจหาดใหญ่ สาย 1-2-3 คุยผู้ประกอบการท่องเที่ยว-สตรีทฟู้ด-ธุรกิจรถสองแถว หนุนลดต้นทุน เร่งแก้ปัญหา ทลายข้อจำกัดอุปสรรคจากอุทกภัย

(วันที่ 26 มกราคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 25 มกราคม นายอภินันท์ พัฒนศิริ หรือซิดนีย์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการย่านเศรษฐกิจหาดใหญ่ สาย 1-2-3 เพื่อรับฟังปัญหาการทำธุรกิจในย่านเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการท่องเที่ยวที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง สืบเนื่องจากผลกระทบปัญหาอุทกภัยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับกลุ่มเจ้าของร้านอาหารสตรีทฟู้ด และเจ้าของธุรกิจรถสองแถวรับจ้างที่สะท้อนถึงอุปสรรคสำคัญของระบบเศรษฐกิจหาดใหญ่

ซิดนีย์-อภินันท์ พัฒนศิริ มองว่าย่านเศรษฐกิจหาดใหญ่ สาย 1-2-3 คือต้นแบบของความสำเร็จที่เกิดจากหยาดเหงื่อของภาคเอกชนหาดใหญ่โดยแท้จริง แต่กลับต้องเผชิญกับข้อจำกัดรวมไปถึงความยากลำบากจากอุปสรรคการบริหารจัดการอุทกภัยน้ำท่วมของภาครัฐที่ล้มเหลว ไม่เอื้อต่อการดำเนินงานในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ทำให้เสียโอกาสในการขยายตัวและต้องแบกรับต้นทุนแฝงจากการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ส่วนการเน้นการบริหารจัดการน้ำท่วมเชิงรุก ต้องมีความเข้าใจตั้งแต่การป้องกัน กู้ภัย และเยียวยา โดยมีมาตรฐานรวมศูนย์กลางการบริหารจัดการในภาวะฉุกเฉิน หรือ Emergency Operation Center (EOC) และศูนย์กระจายข่าวสารและแจ้งเตือนแบบบูรณาการ หรือ Joint Information Center (JIC) และมีระบบการสั่งการจากผู้บังคับบัญชาเป็นระบบ หรือ Single Command

ทั้งนี้ พรรคประชาชาติ นำโดย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ลำดับที่ 1 มีนโยบาย การฟื้นฟูลูกหนี้ ด้วยการผลักดันกฎหมายฟื้นฟูลูกหนี้เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้หลุดพ้นจากวงจรหนี้โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากภาครัฐ และมีนโยบายเศรษฐกิจ ที่มุ่งลดภาระค่าครองชีพหรือการแก้ปัญหาพลังงาน

ทวี สอดส่อง” เขย่าเวทีดีเบต! ชี้รัฐบาลเมินทุกข์ประชาชนคือ “บาปกรรม” และการแก้ปัญหาไฟใต้ด้วย “ความเข้าใจ” ไม่ใช่แค่กฎหมาย

ทวี สอดส่อง” เขย่าเวทีดีเบต! ชี้รัฐบาลเมินทุกข์ประชาชนคือ “บาปกรรม” และการแก้ปัญหาไฟใต้ด้วย “ความเข้าใจ” ไม่ใช่แค่กฎหมาย

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ สร้างแรงสั่นสะเทือนบนเวทีดีเบตช่อง 3 วิพากษ์การทำงานของรัฐบาลอย่างดุเดือด ชี้การทอดทิ้งประชาชนท่ามกลางวิกฤตคือความล้มเหลวทางจริยธรรม พร้อมเสนอทางออกด้านเศรษฐกิจและสันติภาพที่กินได้จริง

“บาปกรรมของรัฐบาล” เมื่อประชาชนถูกทอดทิ้ง

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เปิดประเด็นถึงความรับผิดชอบของรัฐบาลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยระบุว่า “การไม่สนใจทุกข์ร้อนประชาชน เป็นบาปกรรมของรัฐบาล” ซึ่งเป็นการสะท้อนภาพความเจ็บปวดของประชาชนที่ถูกทอดทิ้งไว้กลางอุทกภัยและวิกฤตศรัทธา โดยย้ำว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องมีรัฐบาลที่เห็นคุณค่าของทุกชีวิตอย่างเท่าเทียม และไม่ปล่อยให้ใครต้องเผชิญชะตากรรมตามยถากรรม

พรรคประชาชาติลงพื้นที่ปัตตานี พบตาดีกา–ชุมชนไทยพุทธ–สมาคมฮกเกี้ยน รับฟังข้อเสนอร่วมพัฒนาพื้นที่

อ.วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และคณะผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี ลงพื้นที่พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบุคลากรตาดีกาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมนำเสนอนโยบายของพรรค ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี โดยมีผู้เข้าร่วมรับฟังกว่า 1,000 คน

ต่อมา คณะได้ร่วมรับประทานอาหารและหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะกรรมการและสมาชิกสมาคมฮกเกี้ยน ปัตตานี ณ โรงแรมริเวอร์ ปัตตานี พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคประชาชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

จากนั้น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้นำทีมผู้สมัคร สส. ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนชุมชนไทยพุทธ ณ วัดจุฬามณี ต.แป้น และวัดทุ่งคล้า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง พร้อมเปิดเวทีปราศรัยย่อยเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างใกล้ชิด

พรรคประชาชาติเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ณ สนามศักดิ์เสนีย์ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี ภายใต้ปณิธาน “ประชาชาติสร้างคน คนสร้างชาติ” ท่ามกลางคลื่นมหาชนกว่าสองหมื่นคน ที่หลั่งไหลมาร่วมฟังวิสัยทัศน์ สะท้อนกระแสตอบรับแลนด์สไลด์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ซึ่งนอกจากผู้สมัคร สส. ทั้ง 5 เขตของจังหวัดปัตตานี “อ.วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ และ “พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง” หัวหน้าพรรคประชาชาติ ก็ได้ขึ้นเวทีปราศรัยในครั้งนี้ด้วย

โดย “อ.วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ย้ำเตือนว่า ปัตตานีคือ ดารุสสาลาม หรือนครแห่งสันติธรรม ที่อบอวลด้วยความรู้และจริยธรรมของเหล่าอูลามะห์ จึงขอให้พี่น้องประชาชนร่วมกันปกป้องเกียรติยศของแผ่นดิน ไม่ยอมให้อิทธิพลของ “พรรคสีเทา” หรือนโยบายที่ขัดต่อหลักศาสนาเข้ามาหยั่งรากฝังลึก

ด้าน “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” ได้เจาะลึกถึงวิกฤตทางสังคม โดยชี้ว่านโยบายกัญชาเสรีคือ “มหันตภัยร้าย” พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่า “กัญชาต้องกลับไปเป็นยาเสพติด” โดยจะอนุญาตให้ใช้เฉพาะในทางการแพทย์เท่านั้น

พร้อมเรียกร้องให้ชาวปัตตานีรวมพลังเลือกพรรคประชาชาติ เบอร์ 33 เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างประเทศและสร้างอนาคตใหม่ที่ยั่งยืน

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยได้เดินทางไปยังมัสยิดอันนูร อำเภอแม่สาย เพื่อพบปะพูดคุยและรับฟังเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ท่ามกลางการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยได้เดินทางไปยังมัสยิดอันนูร อำเภอแม่สาย เพื่อพบปะพูดคุยและรับฟังเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ท่ามกลางการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

#พรรคประชาชาติ #ทวีสอดส่อง #มัสยิดอันนูร #เชียงราย #นโยบายประชาชาติ #เบอร์33 #เลือกตั้ง69