ผมผ่านประสบการ์ณทางการเมืองเป็นสิบๆปี เห็นวัฏจักรการเป็นไปทางการเมืองไทยอยู่เยอะ มีตัวอย่างให้ได้สัมผัสอยู่มาก ผ่านการรับผิดชอบในด้านบริหาร ด้านนิติบัญญัติ รวมทั้งการทำงานพรรคการเมืองที่เป็นส่วนสำคัญของระบอบประชาธิปไตยที่เราหวงแหนกันอยู่นี้
ผลการเลือกตั้งทั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรื่อยมาถึงการเลือกตั้งซ่อมที่ลำปาง มีความหมายทางการเมืองที่สะท้อนความคิดของประชาชนได้ดีและรวดเร็วยิ่ง ว่าเขาคิดอย่างไรกับการทำงานของรัฐบาลปัจจุบัน
ในฐานะนักการเมืองอาวุโส ย่อมเห็นปรากฏการณ์ทางการเมืองในสังคมไทยเป็นอุทาหรณ์ได้เสมอ และทุกวันนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าประชาชนคนไทยส่วนมาก “มิได้ต้องการ” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรีทั้งหลายมาบริหารประเทศที่เผชิญกับความเสี่ยงสูงมากทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง สวัสดิการ หรือแค่ความสามารถของพรรคแกนนำรัฐบาลที่มิอาจนำนโยบายที่ประกาศไว้ในช่วงเลือกตั้งเมื่อปี 62 ที่ผ่านมา เข้ามาทำให้เห็นเหมือนที่ประกาศไว้ใหญ่โต
หรือจะมีบ้างบางนโยบายที่ทำออกมาแล้ว ปรากฏถึงความหนักใจและห่วงใจจากหลายๆภาคส่วน ว่านโยบายที่ประกาศใช้นั้น มีผลร้ายมากกว่าผลดีต่อสังคม ยิ่งไปกว่านั้นความหวังของบรรดาเยาวชน คนรุ่นใหม่ ต่างก็แสดงออกมาโดยตลอดแล้วว่าค่อนข้างริบรี่ ไม่มีความมั่นใจในการสร้างชีวิตที่ดีภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้
สังคมเลยเผชิญกับความเสื่อมโทรม ยากแก่การไว้วางใจให้รัฐบาลชุดที่สืบทอดอำนาจมายาวนานกว่า 8 ปี บริหารประเทศได้ต่อไป