ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู (อาจารย์มะ) จัดกิจกรรมงานอบรมเชิงปฏิบัติการ “การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แกนนำสตรีระดับหมู่บ้าน” ครั้งที่ 2

ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู (อาจารย์มะ) จัดกิจกรรมงานอบรมเชิงปฏิบัติการ “การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แกนนำสตรีระดับหมู่บ้าน” ครั้งที่ 2

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรมปาร์คอินทาวน์ จังหวัดปัตตานี  โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นกลุ่ม อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จากตำบลรูสะมิแล ปะกาฮะรัง และตำบลบานา จำนวน 150 คน

การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู ส.ส.ปัตตานี เขต 1 พรรคประชาชาติ เป็นประธานจัดงาน และกล่าวเปิดกิจกรรม พร้อมให้แนวคิดเกี่ยวกับบทบาทของสตรีในระบบประชาธิปไตย พร้อมกันนี้ได้รับเกียรติจากท่านอรุณ  เบ็ญจลักษณ์ รองนายก อบจ.ปัตตานี และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สังกัดพรรคประชาชาติ เขต 2 ปัตตานี  นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ ทนายความ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชาติ เขต 4 ปัตตานี ร่วมกล่าวพบปะพี่น้อง อสม.

ในโอกาสนี้ อาจารย์ซัยนูรดีน นิมา ผู้จัดการโครงการ พร้อมด้วยอาจารย์อับดุลการีม อัสมาแอ และ อาจารย์ฮัมดี้ คอแดะ ได้ร่วมเป็นวิทยากรในกิจกรรม ถ่ายทอดความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของสตรี อสม. ให้เข้าใจบทบาทของตนในระบอบประชาธิปไตย และสามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในชุมชนได้อย่างมั่นใจ และ ยั่งยืน

#พรรคประชาชาติ #อาจารย์มะ #ผู้แทนปัตตานี #ปัตตานีเขต1

“ผศ.วรวิทย์ บารู“ ขับเคลื่อนประเด็นสังคมผู้สูงอายุและเยาวชนไทย บนเวทีรัฐสภาเอเชีย ณ กรุงมอสโก รัสเซีย

“ผศ.วรวิทย์ บารู“ ขับเคลื่อนประเด็นสังคมผู้สูงอายุและเยาวชนไทย บนเวทีรัฐสภาเอเชีย ณ กรุงมอสโก รัสเซีย

ระหว่างวันที่ 28 – 31 ตุลาคม 2568 ณ กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย คณะผู้แทนรัฐสภาไทยนำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทย พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์แล ดิลกวิทยรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา เข้าร่วมการประชุม คณะกรรมาธิการว่าด้วยสังคมและวัฒนธรรมของสมัชชารัฐสภาเอเชีย (Asian Parliamentary Assembly: APA) ซึ่งจัดขึ้นโดยมีผู้แทนจากรัฐสภาประเทศสมาชิก APA เข้าร่วมทั้งสิ้น 18 ประเทศ ได้แก่ อาเซอร์ไบจาน บาห์เรน เบลารุส จอร์แดน อิหร่าน อินเดีย กัมพูชา จีน กาตาร์ มาเลเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย ทาจิกิสถาน คีร์กีซสถาน ทูร์เคีย รัสเซีย และไทย รวมถึงผู้แทนจาก สมัชชารัฐสภาแห่งเครือรัฐเอกราช (CIS) ในฐานะองค์กรผู้สังเกตการณ์

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้การเป็นประธานของ นาย Boris Chernyshov รองประธานสภาผู้แทนราษฎรสหพันธรัฐรัสเซีย โดยที่ประชุมได้แต่งตั้งผู้แทนจากทาจิกิสถาน และปาเลสไตน์เป็นรองประธานและผู้เสนอรายงานการประชุมตามลำดับ ทั้งนี้ ผู้แทนจากประเทศสมาชิกได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นความท้าทายด้านสังคมและวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย พร้อมทั้งพิจารณา ร่างข้อมติของคณะกรรมาธิการฯ จำนวน 15 ฉบับ ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านวัฒนธรรม การพัฒนาสังคม และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ

ในโอกาสนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ได้เสนอเพิ่มเติมประเด็นในร่างข้อมติว่าด้วยการ ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีคุณภาพเพื่อสังคมที่ยั่งยืน และประเด็นเกี่ยวกับ สังคมผู้สูงอายุ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ซึ่งข้อเสนอของไทยได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมอย่างเป็นเอกฉันท์

นอกจากนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหพันธรัฐรัสเซียได้เสนอร่างข้อมติฉบับใหม่ เรื่อง “การอนุรักษ์ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการเสริมสร้างความร่วมมือพหุภาคีในยูเรเซีย” (Draft Resolution on the Preservation of Cultural Diversity and Strengthening Multilateral Cooperation in Eurasia) ซึ่งได้รับการรับรองจากที่ประชุมร่วมกับร่างข้อมติอื่น ๆ รวมทั้งหมด 15 ฉบับ

การเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ นอกจากจะสะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกของรัฐสภาไทยในกรอบความร่วมมือ APA แล้ว ยังเป็นการยกระดับความร่วมมือทางด้านสังคมและวัฒนธรรมระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย ทั้งในระดับ ทวิภาคีและพหุภาคี

ทั้งนี้ คณะผู้แทนรัฐสภาไทยยังได้ใช้โอกาสดังกล่าวสร้างความสัมพันธ์อันดีโดยการทักทายและมอบของที่ระลึกแก่ผู้แทนประเทศต่าง ๆ เพื่อกระชับเครือข่ายความร่วมมือ พร้อมทั้งได้เข้าพบและหารือข้อราชการกับ เอกอัครราชทูตไทยประจำสหพันธรัฐรัสเซีย ณ กรุงมอสโก เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นด้านความร่วมมือระหว่างสองประเทศอีกด้วย.

#พรรคประชาชาติ #ผู้สูงอายุ #เยาวชนไทย #วรวิทย์บารู #ปัตตานีเขต1

พรรคประชาชาติ ปัตตานี เขต 1 จัดอบรม “การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย” เสริมความเข้าใจแก่ผู้นำสตรีระดับหมู่บ้าน

พรรคประชาชาติ ปัตตานี เขต 1 จัดอบรม “การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย” เสริมความเข้าใจแก่ผู้นำสตรีระดับหมู่บ้าน

วันนี้ (25 ตุลาคม 2568) ที่โรงแรมปาร์คอินทาวน์ จังหวัดปัตตานี สาขาพรรคประชาชาติ ปัตตานี เขต 1 ร่วมกับสถาบันพัฒนาการเมืองพรรคประชาชาติ จัดโครงการอบรมเรื่อง “การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย” ให้กับกลุ่มเป้าหมาย แกนนำสตรีระดับหมู่บ้าน รุ่นที่ 1 เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจด้านประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์

ภายในกิจกรรมมีการกล่าวต้อนรับและเปิดการอบรมโดย ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี เขต 1 พรรคประชาชาติ ซึ่งได้กล่าวถึงบทบาทของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย และแนวทางการพัฒนาการเมืองในระดับชุมชน

ในโอกาสนี้ มี อาจารย์ซัยนูรดีน นิมา เลขาส่วนตัว ส.ส.ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู ทำหน้าที่ผู้จัดการโครงการ และมี นายสมมุติ เบญจลักษณ์ ส.ส.ปัตตานี เขต 3, นายสาเหะมูฮำหมัด อัลอิดรุส ส.ส.ปัตตานี เขต 5 และ นายอรุณ เบญจลักษณ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานี เขต 2 พรรคประชาชาติ เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ด้วย

พร้อมกันนี้ อาจารย์อับดุลการีม อัสมาแอ และ อาจารย์ฮัมดี้ คอแดะ ได้ร่วมเป็นวิทยากรในกิจกรรม เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเมืองการปกครอง และแนวทางการพัฒนาศักยภาพผู้นำสตรีในระบอบประชาธิปไตย

ช่วงเช้ามีกิจกรรมกลุ่มย่อยภายใต้หัวข้อ “ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมเปลี่ยนแปลง” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา ความหวัง และแนวทางอยู่ร่วมกันใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

• ปัญหาและความท้าทายในชุมชน
• ความคาดหวังที่มีต่อการเมืองและการพัฒนาภาครัฐ
• แนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชน
• การเสริมสร้างความเป็นผู้นำในพื้นที่

ภาคบ่ายเป็นการสรุปข้อเสนอ แนวคิด และแนวทางขับเคลื่อนภาคประชาชน พร้อมร่วมกันกำหนดแนวทางการทำงานของกลุ่มผู้นำท้องถิ่นเพื่อสร้างความเข้มแข็งในชุมชน
กิจกรรมปิดท้ายด้วยการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของแกนนำสตรีระดับหมู่บ้าน เพื่อพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนภายใต้หลักระบอบประชาธิปไตย

#พรรคประชาชาติ #ปัตตานี #สสวรวิทย์บารู

โครงการอบรมการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

โครงการอบรมการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
โครงการอบรมการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย​
โครงการอบรมการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย​

1. ชื่อโครงการ
      โครงการอบรมการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

2. ผู้รับผิดชอบโครงการ
      สาขาพรรคประชาชาติ ปัตตานีเขต 1 ภายใต้สถาบันพัฒนาการเมืองพรรคประชาชาติ

3. หลักการและเหตุผล
      การเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีความยั่งยืน ไม่ได้หมายถึงเพียงกระบวนการเลือกตั้งหรือการ ดําเนินงานขององค์กรทางการเมืองเท่านั้น หากแต่ครอบคลุมถึงการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน (Political Participation) ในทุกระดับของสังคม ทั้งในมิติของการรับรู้ การแสดงความคิดเห็น การมีส่วนร่วมใน การตัดสินใจ ตลอดจนการตรวจสอบและถ่วงดุลอํานาจ ซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้ประชาธิปไตยมีชีวิตชีวาและสามารถพัฒนาได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน (Huntington & Nelson, 1976)

      ในบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีความหลากหลายทางศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิต การเสริมสร้างประชาธิปไตยฐานราก (Grassroots Democracy) จึงเป็นภารกิจสําคัญที่ ต้องได้รับการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องและมีทิศทาง เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในกระบวนการทางการเมือง การกําหนดนโยบาย และการพัฒนาชุมชนของตนเอง การสร้างการมีส่วนร่วมในระดับ ฐานรากเช่นนี้ไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมให้ประชาธิปไตยมีความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างพลเมืองที่มีความ ตระหนักรู้สิทธิ หน้าที่ และบทบาทของตนในฐานะเจ้าของอํานาจอธิปไตย

      กลุ่มแกนนําสตรีระดับตําบล อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) แกนนําเยาวชนระดับตําบล และผู้นําครอบครัวระดับตําบล ล้วนเป็นพลังสําคัญในโครงสร้างทางสังคมที่สามารถขับเคลื่อนประชาธิปไตยฐาน รากได้อย่างเป็นรูปธรรม แกนนําสตรีเป็นผู้ขับเคลื่อนกิจกรรมทางสังคมและครอบครัวในพื้นที่ อสม. เป็นผู้นําในการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน แกนนําเยาวชนเป็นพลังแห่งอนาคตที่ต้องได้รับการปลูกฝัง จิตสํานึกทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ และผู้นําครอบครัวคือผู้มีบทบาทในการหล่อหลอมค่านิยมประชาธิปไตยในระดับครัวเรือน การเสริมสร้างศักยภาพและความรู้ด้านการเมืองการปกครองให้กับกลุ่มเหล่านี้ จึงเป็นการสร้างรากฐานของประชาธิปไตยที่มั่นคงจากระดับท้องถิ่นขึ้นสู่ระดับชาติ

      โครงการอบรมการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จึงจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการมีส่วนร่วมทางการเมืองให้กับแกนนําและเครือข่ายประชาชนในระดับตําบล โดยมุ่งเน้นการพัฒนา องค์ความรู้เกี่ยวกับหลักการประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน บทบาทหน้าที่ของพลเมือง และกระบวนการทางการ เมือง รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างแกนนําในแต่ละกลุ่ม เพื่อให้สามารถทําหน้าที่เป็นผู้นําทางความคิดในการขยายองค์ความรู้และปลูกฝังแนวคิดประชาธิปไตยไปยังประชาชนในระดับครัวเรือนและชุมชนได้ อย่างต่อเนื่องทั้งนี้ โครงการยังมุ่งเน้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์ระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างประชาชนกับสถาบันทางการเมือง ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยท้องถิ่นอย่างยั่งยืน อันจะนําไปสู่การเสริมสร้างความ เข้มแข็งของสังคม และการพัฒนาประเทศบนพื้นฐานของความเข้าใจ ความเคารพในความแตกต่าง และการอยู่ ร่วมกันอย่างสันติสุข

4. วัตถุประสงค์
     1. เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าของการเมืองการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยให้แก่แกนนําสตรี อสม. แกนนําเยาวชน และผู้นําครอบครัวระดับตําบล
    2. 
เพื่อพัฒนาทักษะและสมรรถนะของแกนนําในการสื่อสาร ถ่ายทอด และขับเคลื่อนกิจกรรมทางสังคมที่ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ในระดับชุมชน
    3. 
เพื่อปลูกฝังจิตสํานึกพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ส่งเสริมให้เกิดความตระหนักในสิทธิ หน้าที่ และ ความรับผิดชอบต่อสังคมอันนําไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตยที่มั่นคงและยั่งยืนในพื้นที่ระดับตําบล

5. ข้อมูลพื้นฐานอําเภอเมือง จังหวัดปัตตานี

    (อ้างอิงข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ปี 2567)
     5.1 ข้อมูลทั่วไป
           อําเภอเมืองปัตตานีเป็นอําเภอศูนย์กลางของจังหวัดปัตตานี มีความสําคัญทั้งด้านการบริหาร การศึกษา เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม โดยมีเขตการปกครองครอบคลุมทั้งในเขตเทศบาลเมืองและพื้นที่ชนบท ซึ่งสะท้อนถึง ความหลากหลายทางเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่
     5.2 ข้อมูลประชากร
           ตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร สํานักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง (ข้อมูลปี 2567) อําเภอเมือง ปัตตานีมีจํานวนประชากรทั้งหมด 69,984 คน โดยแบ่งเพศชาย 34,424 คน เพศหญิง 35,560 คน ตัวเลขดังกล่าว สะท้อนถึงสัดส่วนเพศที่สมดุล และมีความหนาแน่นของประชากรสูงเมื่อเปรียบเทียบกับอําเภออื่นในจังหวัด
     5.3 ข้อมูลการปกครอง

           จํานวนตําบล 13 ตําบล ได้แก่ 1) ตําบลสะบารัง 2) ตําบลอาเนาะรู 3) ตําบลจะบังติกอ 4) ตําบลบานา 5) ตําบลตันหยงลุโละ 6) ตําบลคลองมานิง 7) ตําบลกะมิยอ 3) ตําบลบาราโหม 9) ตําบลปะกาฮะรัง 10) ตําบล รูสะมิแล 11) ตําบลตะลุโบะ 12) ตําบลบาราเฮาะ 13) ตําบลปุยุด มีจํานวนหมู่บ้านทั้งหมด 66 หมู่บ้าน

     5.4 ข้อสังเกตเพื่อการพัฒนาโครงการ
        5.4.1 จำนวนประชากรหนาแน่น เกือบ 70,000 คน เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญในการจัดกิจกรรมหรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ศาสนา หรือการพัฒนาสังคม

        5.4.2 ความหลากหลายของพื้นที่ มีทั้งเขตเมือง (เทศบาล) และชนบท (หมู่บ้าน) จึงควรวางแผนกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละตําบล

        5.4.3 จํานวนหมู่บ้าน 66 หมู่บ้าน เป็นช่องทางสําคัญในการเข้าถึงชุมชนผ่านกลไกผู้นําท้องถิ่น และ คณะกรรมการหมู่บ้าน

6. กลุ่มเป้าหมาย
              แกนนําสตรีระดับตําบล                                          จํานวน 330 คน

              อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.)      จํานวน 330 คน

              แกนนําเยาวชนระดับตําบล                                     จํานวน 330 คน

              ผู้นําครอบครัวระดับตําบล                                      จํานวน 330 คน

                                                                                   รวมประมาณ 1,320 คน

7. ระยะเวลาและสถานที่
              ระยะเวลา:    รุ่นละ 1 วัน ระหว่างเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2568

              สถานที่:       ณ โรงแรมปาร์ค อินทาวน์ จังหวัดปัตตานี

8. วิธีดําเนินการ
    1.       แต่งตั้งคณะทำงานรับผิดชอบโครงการ
    2.      ประสานงานและเชิญแกนนำกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วม
    3.      จัดเวทีเสวนาและกิจกรรม ได้แก่ 

                                  การนําเสนอผลงานและนโยบายของพรรคประชาชาติ

                                  การบรรยายบทบาทและการทํางานของ ส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 1

                                  การเสวนา “บทบาทแกนนําชุมชนกับการเมืองประชาธิปไตยฐานราก”

                                  การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากแกนนําในพื้นที่

    4.      สรุปผลการจัดกิจกรรมและรายงานต่อหัวหน้าพรรคประชาชาติ

 

9. งบประมาณ
              ใช้งบประมาณสนับสนุนจากพรรคประชาชาติ จํานวน 1,205,200 บาท (หนึ่งล้านสองแสนห้าพันสองร้อยบาทถ้วน)
     9.1 กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการแกนนําและเครือข่าย (กลุ่มแกนนําสตรี) 301,300 บาท

             9.1.1 ค่าตอบแทนและค่าใช้สอย
             9.1.1.1 ค่าตอบแทน (58,500)

                            – ค่าตอบแทนบรรยาย 1 ชม X 1,000 บาท X 3 ครั้ง                                                           เป็นเงิน 3,000 บาท

                            – ค่าตอบแทนวิยากรกิจกรรมกลุ่ม 3 ซม X 1,000 บาท X 5 กลุ่ม X 3 ครั้ง                      เป็นเงิน 45,000 บาท

                            – ค่าตอบแทนพิธีกร 1,000 บาท X 3 ครั้ง                                                                           เป็นเงิน 3,000 บาท

                            – ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่และทีมงาน 5 คน X 500 บาท X 3 ครั้ง                                         เป็นเงิน 7,500 บาท

            9.1.1.2 ค่าใช้สอย (242,000)

                            – ค่าอาหารกลางวันผู้เข้า วิทยากรและเจ้าหน้าที่ 120 คน X 250 บาท X 3 ครั้ง                เป็นเงิน 90,000 บาท
                            – ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 120 คน X 40 บาท X 2 มื้อ X 3 ครั้ง                                    เป็นเงิน 28,800 บาท
                            – ค่าเช่าห้องประชุม 3 ครั้ง X 5,000 บาท                                                                            เป็นเงิน 15,000 บาท
                            – ค่าเดินทางผู้เข้าอบรม จํานวน 110 คน X 300 บาท X 3 ครั้ง                                           เป็นเงิน 99,000 บาท
                            – ค่าตกแต่งเวทีและจัดทำบอร์ดนิทรรศการ                                                                         เป็นเงิน 10,000 บาท
     9.2 กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการแกนนำและเครือข่าย (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)  301,300 บาท
           9.2.1 ค่าตอบแทนและค่าใช้สอย
           9.2.1.1 ค่าตอบแทน (58,500)
                           – ค่าตอบแทนบรรยาย 1 ชม X 1,000 บาท X 3 ครั้ง                                                             เป็นเงิน 3,000 บาท
                           – ค่าตอบแทนวิยากรกิจกรรมกลุ่ม 3 ชม X 1,000 บาท X 5 กลุ่ม X 3 ครั้ง                        เป็นเงิน 45,000 บาท
                           – ค่าตอบแทนพิธีกร 1,000 บาท X 3 ครั้ง                                                                             เป็นเงิน 3,000 บาท
                           – ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่และทีมงาน 5 คน X 500 บาท X 3 ครั้ง                                           เป็นเงิน 7,500 บาท
           9.2.1.2 ค่าใช้สอย (242,000)
                           – ค่าอาหารกลางวันผู้เข้า วิทยากรและเจ้าหน้าที่ 120 คน X 250 บาท X 3 ครั้ง                  เป็นเงิน 90,000 บาท
                           – ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 120 คน X 40 บาท X 2 มื้อ X 3 ครั้ง                                     เป็นเงิน 28,800 บาท
                           – ค่าเช่าห้องประชุม 3 ครั้ง X 5,000 บาท                                                                             เป็นเงิน 15,000 บาท
                           – ค่าเดินทางผู้เข้าอบรม จำนวน 110 คน X 300 บาท X 3 ครั้ง                                            เป็นเงิน 99,000 บาท
                           – ค่าตกแต่งเวทีและจัดทำบอร์ดนิทรรศการ                                                                          เป็นเงิน 10,000 บาท
     9.3 กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการแกนนำและเครือข่าย (แกนนำเยาวชน) 301,300 บาท
            9.3.1 ค่าตอบแทนและค่าใช้สอย
            9.3.1.1 ค่าตอบแทน (58,500)
                         – ค่าตอบแทนบรรยาย 1 ชม X 1,000 บาท X 3 ครั้ง                                                               เป็นเงิน 3,000 บาท
                         – ค่าตอบแทนวิยากรกิจกรรมกลุ่ม 3 ชม X 1,000 บาท X 5 กลุ่ม X 3 ครั้ง                          เป็นเงิน 45,000 บาท
                         – ค่าตอบแทนพิธีกร 1,000 บาท X 3 ครั้ง                                                                               เป็นเงิน 3,000 บาท
                         – ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่และทีมงาน 5 คน X 500 บาท X 3 ครั้ง                                             เป็นเงิน 7,500 บาท
             9.3.1.2 ค่าใช้สอย (242,000)
                        – ค่าอาหารกลางวันผู้เข้า วิทยากรและเจ้าหน้าที่ 120 คน X 250 บาท X 3 ครั้ง                     เป็นเงิน 90,000 บาท
                        – ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 120 คน X 40 บาท X 2 มื้อ X 3 ครั้ง                                        เป็นเงิน 28,800 บาท
                        – ค่าเช่าห้องประชุม 3 ครั้ง X 5,000 บาท                                                                                เป็นเงิน 15,000 บาท
                        – ค่าเดินทางผู้เข้าอบรม จำนวน 110 คน X 300 บาท X 3 ครั้ง                                              เป็นเงิน 99,000 บาท
                        – ค่าตกแต่งเวทีและจัดทำบอร์ดนิทรรศการ                                                                            เป็นเงิน 10,000 บาท
     9.4 กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการแกนนำและเครือข่าย (ผู้นำครอบครัว) 301,300 บาท
              9.4.1 ค่าตอบแทนและค่าใช้สอย
              9.4.1.1 ค่าตอบแทน (58,500)
                        – ค่าตอบแทนบรรยาย 1 ชม X 1,000 บาท X 3 ครั้ง                                                               เป็นเงิน 3,000 บาท
                        – ค่าตอบแทนวิยากรกิจกรรมกลุ่ม 3 ชม X 1,000 บาท X 5 กลุ่ม X 3 ครั้ง                          เป็นเงิน 45,000 บาท
                        – ค่าตอบแทนพิธีกร 1,000 บาท X 3 ครั้ง                                                                               เป็นเงิน 3,000 บาท
                        – ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่และทีมงาน 5 คน X 500 บาท X 3 ครั้ง                                             เป็นเงิน 7,500 บาท
              9.4.1.2 ค่าใช้สอย (242,000)
                       – ค่าอาหารกลางวันผู้เข้า วิทยากรและเจ้าหน้าที่ 120 คน X 250 บาท X 3 ครั้ง                     เป็นเงิน 90,000 บาท
                       – ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 120 คน X 40 บาท X 2 มื้อ X 3 ครั้ง                                        เป็นเงิน 28,800 บาท
                       – ค่าเช่าห้องประชุม 3 ครั้ง X 5,000 บาท                                                                                เป็นเงิน 15,000 บาท
                       – ค่าเดินทางผู้เข้าอบรม จำนวน 110 คน X 300 บาท X 3 ครั้ง                                              เป็นเงิน 99,000 บาท
                       – ค่าตกแต่งเวทีและจัดทำบอร์ดนิทรรศการ                                                                            เป็นเงิน 10,000 บาท
หมายเหตุ ค่าใช้จ่ายถัวเฉลี่ยทุกรายการ

10. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
         1. แกนนำสตรีระดับตำบล อสม. แกนนำเยาวชน และผู ้นำครอบครัวระดับตำบล มีความรู ้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการและกระบวนการทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างถูกต้องและลึกซึ้งมากขึ้น
        2. แกนนำแต่ละกลุ ่มสามารถนำความรู ้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างกิจกรรม สื ่อสาร และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
        3. ประชาชนในพื้นที่เกิดความตระหนักในสิทธิ หน้าที่ และบทบาทของตนในฐานะพลเมือง ส่งผลให้สังคมเกิดบรรยากาศของการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ และเกิดการพัฒนาประชาธิปไตยในระดับชุมชนที่มั่นคงและยั่งยืน
       4. พื้นที่ในระดับตำบลมีต้นแบบของการพัฒนาประชาธิปไตยฐานรากที่มีพลเมืองตื่นรู้ แกนนำเข้มแข็ง และ มีระบบความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง

11. คณะทำงาน
        1. ประธานกรรมการบริหารสาขาพรรคประชาชาติ เขต 1                     ประธานโครงการ
        2. รองประธานกรรมการบริหารสาขา                                                   รองประธานโครงการ
        3. คณะทำงานฝ่ายวิชาการและเนื้อหา
        4. คณะทำงานฝ่ายประสานงานและลงพื้นที่
        5. คณะทำงานฝ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชน
        6. คณะทำงานฝ่ายสถานที่และอำนวยความสะดวก
        7. คณะทำงานฝ่ายการเงินและพัสดุ

12. ผู้เสนอโครงการ

13. ผู้เห็นชอบโครงการ

กำหนดการ
โครงการอบรมการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
จัดโดย คณะกรรมการบริหารสาขาพรรคประชาชาติ เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดปัตตานี
ณ โรงแรมปาร์ค อินทาวน์ จังหวัดปัตตานี

08.30 – 09.00 น.            ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมโครงการ
09.00 – 09.30 น.            พิธีเปิดโครงการ
                                            กล่าวรายงานโดย ประธานโครงการ
                                            กล่าวเปิดโดย หัวหน้าพรรคประชาชาติ / ผู้แทน
09.30 – 10.30 น.              บรรยายหัวข้อ “บทบาทของแกนนำสตรี อสม. เยาวชน และผู้นำครอบครัวในการพัฒนาประชาธิปไตยท้องถิ่น”
10.30 – 10.45 น.               พักรับประทานอาหารว่าง
10.45 – 12.15 น.                  เสวนาหัวข้อ: “สตรี เยาวชน และครอบครัวกับการเมืองในชุมชน”
12.00 – 13.30 น.                พักรับประทานอาหารกลางวัน/ละหมาด
13.30 – 14.45 น.                 กิจกรรมเวิร์กช็อปเชิงปฏิบัติเรื่อง “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้างประชาธิปไตยท้องถิ่น” 
14.45 – 15.00 น.                พักรับประทานอาหารว่าง
15.00 – 15.45 น.                กิจกรรม “นำเสนอ สะท้อนความคิดเห็น สรุปและสร้างแผนต่อยอด”
15.45น.                                ปิดพิธีถ่ายภาพร่วมกัน

แผนการติดตามผลโครงการในระดับพื้นที่
เพื่อให้โครงการอบรมการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมและ
สามารถต่อยอดไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่างพรรคประชาชาติกับประชาชนในพื้นที่
จึงได้กำหนดกระบวนการติดตามผลดังนี้
*****

ระยะที่ 1 : การติดตามผลระยะสั้น (ภายใน 1 เดือนหลังอบรม)

1. คณะกรรมการบริหารสาขาพรรคประชาชาติ เขต 1 ปัตตานี จะจัดส่งแบบประเมินออนไลน์แบบสอบถามภาคสนามเพื่อสำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมอบรมเกี่ยวกับ
               1.1 ความเข้าใจในเนื้อหาหลังการอบรม
               1.2 ความสามารถในการนำความรู้ไปใช้จริง
               1.3 ความต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม
2. จัดเวทีสรุปผลย่อยระดับตำบล เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การนำไปใช้จริงของแกนนำแต่ละกลุ่ม

ระยะที่ 2 : การติดตามผลระยะกลาง (ภายใน 3–6 เดือน)

1. ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนกลุ่มแกนนำสตรี อสม. เยาวชน และผู้นำครอบครัว เพื่อเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ (เช่น การสัมภาษณ์และการสังเกตภาคสนาม)
2. ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และหน่วยงานภาคประชาสังคมเพื่อสนับสนุนกิจกรรมต่อยอดของกลุ่มแกนนำ
3. ส่งเสริมให้เกิด “โครงการย่อย” ที่ต่อยอดจากการอบรม ได้แก่
               3.1 เวทีสานเสวนาประชาธิปไตยในชุมชน
               3.2 กลุ่มเยาวชนอาสาพลเมืองดี
               3.3 เครือข่ายสตรีอาสาประชาธิปไตยตำบล

ระยะที่ 3 : การติดตามผลระยะยาว (ภายใน 12 เดือน)

1. จัดประชุม “เวทีรวมพลังประชาธิปไตยตำบล” เพื่อสรุปผลการดำเนินงานของเครือข่ายแต่ละพื้นที่ และถอดบทเรียนการขับเคลื่อนประชาธิปไตยฐานราก
2. รวบรวมข้อมูลผลลัพธ์และตัวอย่างความสำเร็จ เพื่อขยายผลและประชาสัมพันธ์ในพื้นที่อื่นๆต่อไป
3. พัฒนาฐานข้อมูลเครือข่ายประชาธิปไตยตำบล เพื่อใช้ในการสื่อสารและประสานงานระหว่างพรรคกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

โครงการอบรมการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย​