วันนี้ (8 ธ.ค.64) ที่อาคารรัฐสภา นายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา พรรคประชาชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ เป็นประธานการประชุม โดยมี ส.ส.หลายท่านเข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามประเด็นการชุมนุมของพี่น้องประชาชนกลุ่มเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นด้วย ด้วย พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคประชาชาติ, นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล, นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย, พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และอีกหลายท่าน
โดยการประชุมวันนี้มีการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของนางสาวไครียะห์ ระหมันยะ ตัวแทนเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น จังหวัดสงขลา ที่ขอให้ตรวจสอบกระบวนการมีส่วนร่วม “โครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตอำเภอจะนะ” หรือ “โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ” หลังคณะกรรมการตรวจสอบโครงการฯ ที่รัฐบาลแต่งตั้งขึ้นได้มีการทำบันทึกข้อตกลงกับเครือข่าย เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ว่า จะตรวจสอบการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และจัดให้มีการศึกษาในเชิงยุทธศาสตร์หรือ (SEA) แบบมีส่วนร่วม โดยจะต้องออกแบบคณะศึกษาให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย โดยระหว่างนี้ให้ยุติการดำเนินการทุกอย่างในโครงการนี้เอาไว้ก่อนจนกว่ากระบวนการตรวจสอบดังกล่าวจะแล้วเสร็จ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ดำเนินการตามรายละเอียดตามที่ได้ตกลงกันไว้ แต่ยังปล่อยให้ ศอ.บต. ดำเนินการเปลี่ยนสีผังเมือง และบริษัท ทีพีไอ โพลีน พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้เป็นเจ้าของโครงการนี้ เร่งดำเนินโครงการอย่างไม่สนใจต่อข้อตกลงเบื้องต้น โดยเดินหน้าศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ระหว่างวันที่ 13 – 23 ธ.ค. 2564 จึงขอให้ กมธ.ตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบโครงการดังกล่าว และกระบวนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ว่าเป็นไปอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม หรือไม่ เนื่องจากโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ เป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่ต้องใช้ที่ดินจำนวนมากเกือบ 2 หมื่นไร่ และจะมีโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ เข้ามาตั้งอยู่ใกล้กับชุมชนในพื้นที่ 3 ตำบลของอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา รัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงตั้งแต่เริ่มต้น ไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะกลายเป็นความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้