พรรคประชาชาติ

ชาติของประชาชน บนฐานสังคมพหุวัฒนธรรม

“ทวี” ส่งเสริมการศึกษาเยาวชน แนะรัฐลดเงื่อนไข-ฟังเสียงประชาชน

          หอประชุมมูลนิธิมะทา อ.เมือง จ.ยะลา ว่า วันนี้ (14 พฤษภาคม 2565)  นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ  พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาตินายกูเฮง ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส เขต 3, นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 4, นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ส.ส.ปัตตานี เขต 4, นายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา เขต 2, นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา เขต.3 นายมูฮัมหมัดรุสดี เชคฮารูณ รองโฆษกพรรคประชาชาติ พบปะ แม่เลี่ยงเดียว ในประเด็น เราคือ พี่น้องกัน  “SATU HATI”   ประชาชาติไม่ทิ้งประชาชน

          พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง ได้กล่าวแสดงทัศนะกับผู้ปกครอง นักเรียนและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า “วันนี้ผมรู้สึกมีความตั้งใจกับความดีใจที่ได้มาทำกิจกรรมที่เป็นความคิดริเริ่มของพี่น้องในพื้นที่กิจกรรมที่มีความสำคัญในเรื่องการศึกษา ยังจำได้ว่า ตอนที่เข้ามาอยู่ ศอ.บต. มีปัญหาอยู่สามประการใหญ่ๆ คือ 1.คนยากจน 2.คนเจ็บป่วย 3.คนไม่มีความรู้ ซึ่งทั้งสามข้อเป็นเรื่องที่จะต้องช่วยเหลือ แต่ถ้าจำเป็นที่จะต้องเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งก่อน มีคำถามอยู่ว่าจะเลือกสิ่งใด ท่านประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดยะลา ท่านเป็นผู้ตอบว่า ถ้าจะต้องเลือกก็จะเลือกข้อสามคนไม่มีความรู้ เพราะจะต้องทำให้คนมีความรู้ ก็คือเลือกเรื่องการศึกษาก่อน”

           “ในช่วงที่เกิด โควิด-19 ที่การศึกษาของประเทศได้รับผลกระทบมากที่สุด เราจะเห็นว่า เมื่อเกิดโควิดสิ่งที่นายกประยุทธ์กับคณะได้เลือกปิดอะไรก่อน? ก็คือ เลือกปิดโรงเรียนหรือปิดการศึกษาก่อน หมายถึงเลือกปิดการหาความรู้ก่อน แล้วจึงปิดเศรษฐกิจต่างๆ และปิดประเทศ แต่พอจะเปิด นายกประยุทธ์ก็ไปเปิดเศรษฐกิจและเปิดประเทศก่อน แต่ไม่ยอมเปิดโรงเรียนทำให้หยุดเรียนในระบบไป 2 ปี และพึ่งจะมาเปิดโรงเรียนในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ มันย้อนแย้งกับความสำคัญ การทิ้งเวลาไป 2 ปีกับการปิดการศึกษา ปิดกั้นความรู้ ที่เสียหายมาก มันเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ซึ่งในประเทศต่างๆเขาไม่ทำแบบประเทศไทยเพราะว่า “เขาไม่นิยมความโง่เขลา” การจะชนะทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องชนะด้วยความรู้ ทุกสิ่งที่สำคัญในโลกไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความรู้ มนุษย์เกิดมามีสมองกับสติปัญญา ดังนั้นเพื่อต้องการให้มนุษย์ทุกคนได้ศึกษาเรียนรู้ การที่ประเทศไทยเราไปปิดการศึกษาเป็นเวลา 2 ปี ทำให้เราเสียโอกาส ถึงแม้ว่าจะมีการเรียนออนไลน์ก็ตาม แต่สำหรับพี่น้องในพื้นที่ค่อนข้างทำได้อย่างยากลำบาก ขาดแคลนอุปกรณ์มือถือ คอมพิวเตอร์ รัฐธรรมนูญฉบับนี้บอกเลยว่าถ้าใครที่ยากไร้ให้รัฐมีกองทุนให้เรียนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาแต่พอมาดูกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มีงบประมาณ 6,000 กว่าล้าน แต่กลับให้เฉพาะกับโรงเรียนใน สพฐ. หรือโรงเรียนของรัฐบาล ในขณะที่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผู้เรียน ผู้ปกครองนิยมเรียนประมาณ 600 โรงเรียน สถาบันปอเนาะ โรงเรียนตาดีกา ซึ่งเป็นอุดมการณ์และจิตวิญญาณและเป็นสถานที่ให้ความรู้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาไม่ให้การช่วยเหลือ ช่วยเหลือแต่โรงเรียนของรัฐ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เท่านั้นที่ให้ฟรีอยู่แล้ว ช่วยเหลือพิเศษผู้ยากจนอีกคนละ 3,000 บาท ส่วนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาและโรงเรียนเอกชนอื่นๆที่มีเด็กอยากจนยิ่งกว่ากลับไม่ได้ให้ มันเป็นความเหลื่อมล้ำในกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งพวกเราเข้าไม่ถึง”

           “การศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะการเปลี่ยนสถานภาพคนให้ดีขึ้น ต้องเปลี่ยนได้ด้วยความรู้ อาชีพต่างๆจะรับผู้มีความรู้ การเปลี่ยนแปลงที่ดีไม่ได้เปลี่ยนด้วยอาวุธหรือด้วยกำลัง ผมอยากจะกราบเรียนว่าในส่วนของพรรคประชาชาติ เป็นพรรคที่ก่อเกิดจากการศึกษา เราเชื่อมั่นว่ามนุษย์ทุกคนคุณค่าต้องมีความเท่าเทียม ต้องมีศักดิ์ศรีเท่ากัน มนุษย์ทุกคนจะต้องมีความสำคัญ ดังนั้นการศึกษาให้ความรู้จะต้องเป็นการศึกษาที่ดีมีคุณภาพเป็นหน้าที่ของคนในพรรค เป็นหน้าที่ของสังคม เพราะเราจะส่งต่ออนาคตของคนที่มีความรู้ ไม่ใช่ส่งต่ออนาคตของความยากจนซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งการเมืองในปัจจุบัน ผมมองไม่เห็นอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณที่ไม่ยอมกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น งบประมาณของประเทศที่จะเข้าสภาก็ยังเหมือนเดิม งบเบิกจ่ายในส่วนกลางเป็นรัฐรวมศูนย์อำนาจนิยมประมาณ 3.3 ล้านล้านบาท 97% ส่วนงบประมาณมาท้องถิ่นมีเพียงแค่ 3% ซึ่งถือว่าน้อยมาก ทั้งที่ท้องถิ่นเป็นคนรู้ปัญหาของประชาชนอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาที่เป็นเรื่องสำคัญ การเปิดการศึกษาที่กำลังจะถึงในวันที่ 17 พฤษภาคม นี้ สภาพเศรษฐกิจที่ทุกคนมีความยากลำบาก รัฐบาลสร้างเงื่อนไขข้อกำหนดในการเปิดเรียนไว้มาก สร้างข้อจำกัดมากทุกข้อกำหนดต้องใช้เงินทั้งนั้น แต่ไม่ส่งเงินงบประมาณมาให้กับครอบครัวและผู้เรียนทำให้มีความยากลำบากยิ่งขึ้น นี่คือปัญหา วันนี้ผมจึงอยากที่จะมารับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ และทุกท่านในที่นี้ที่ส่วนใหญ่สามีต้องขังอยู่ในเรือนจำเป็นแม้เลี้ยงเดี๋ยวต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ด้วยทราบว่ามีความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส เพราะในส่วนของพรรคประชาชาติเราต้องเอาปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชนไปพูดในระดับประเทศ และจะต้องเป็นตัวแทนเพื่อจะนำมาสู่การแก้ปัญหาต่อไปครับ ต้องขอบคุณทุกท่านที่จัดโครงการกิจกรรมช่วยเหลือนักเรียนในวันนี้ ที่เป็นกิจกรรมช่วยเด็กกำพร้าที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ” พันตำรวจเอกทวี กล่าว

          ในช่วงท้ายของการจัดงาน มีการเปิดเวทีรับฟังปัญหาของกลุ่มสตรี ในประเด็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ปัญหาของสามีที่ไม่ได้รับการประกันตัวอยู่ในเรือนจำ ปัญหาการเยี่ยมผู้ต้องขังที่ต้องมีค่าใช้จ่ายจากเงื่อนไขที่กำหนดในการตรวจโรคต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งที่ฐานะยากไร้ ปัญหาการเข้าถึงความยุติธรรมที่ยาก และปัญหาขาดการส่งเสริมอาชีพ รวมทั้งมีการมอบรองเท้าให้กลุ่มน้อง ๆ เยาวชน โดยเสร็จสิ้นกิจกรรมในช่วงค่ำ