(4 กรกฎาคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ที่ปรึกษากรรมาธิการ และกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และคณะฯ ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา วานนี้ (วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม) เพื่อศึกษาดูงานและจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน ในการแก้ไขปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับกรณีที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิทำกินของราษฎรในพื้นที่มาอย่างยาวนาน โดยมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ณ ศาลาประชาคม หมู่ที่ 1 บ้านไทยสามัคคี ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้สะท้อนปัญหาเชิงกฎหมายและข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการฯ โดยตรง ก่อนจะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์พื้นที่จริง เพื่อหาแนวทางเชิงรุกในการแก้ไขข้อพิพาททางกฎหมายเรื่องที่ดินทับซ้อนดังกล่าว
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ ที่ปรึกษากรรมาธิการ และกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมประชุมและรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยกล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินทำกินระหว่างรัฐกับประชาชนที่ยืดเยื้อมานาน จนเป็นเหตุให้ชาวบ้านจำนวนมากต้องถูกดำเนินคดีและติดคุก
[ศาลไม่รับ “มติ ครม.” ยึดกฎหมายอุทยานฯ ทำชาวบ้านแพ้คดี]
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบกระบวนการต่อสู้ทางกฎหมายในชั้นศาลที่ผ่านมา ไม่ว่าจะนำความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือแนวคิด “อยู่ก่อนป่า” เข้าไปต่อสู้ สุดท้ายชาวบ้านก็มักจะแพ้คดี เนื่องจากศาลไม่ได้ยอมรับมติคณะรัฐมนตรี (มติ ครม.) แต่จะยึดตามตัวบทกฎหมาย โดยเฉพาะ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 นอกจากนี้ ยังได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของ มาตรา 64 ในกฎหมายฉบับดังกล่าวว่า
“มาตรา 64 ถ้าท่านไปยอมรับ เท่ากับท่านไม่ได้ต่อสู้สิทธิ์ แต่ท่านยอมรับว่าเป็นเพียง ‘ผู้ให้อาศัย' แล้วอยู่แบบที่รัฐจะเมตตาว่าจะให้อยู่ได้นานเท่าไหร่” – พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง
[ชู “ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม” ล้างมลทินคดีที่ดินรัฐทับซ้อนประชาชน]
เพื่อแก้ปัญหาระดับโครงสร้าง พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง จึงได้นำเสนอแนวคิดการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎร ในกรณีที่รัฐไปประกาศเขตป่าไม้ เขตอุทยาน หรือเขตที่ดินของรัฐอื่น ๆ ทับซ้อนกับที่ดินทำกินของประชาชน โดยมีสาระสำคัญดังนี้:
ล้างคดีทุกประเภท: ให้มีการนิรโทษกรรมแก่ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีปกครอง เพื่อให้ทุกคนได้กลับมาเริ่มต้นใหม่อย่างเท่าเทียม
ตั้งเงื่อนไขสกัดนายทุน: การนิรโทษกรรมนี้จะต้องมีมาตรการคัดกรองที่เข้มงวด โดย “ต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเทาหรือนายทุน” ที่เข้ามาบุกรุกครอบครองที่ดิน
ป้องกันการสวมสิทธิ์: มีข้อกำหนดห้ามไม่ให้มีการใช้ชาวบ้านในพื้นที่เดิมเป็น “นอมินี” เพื่อซื้อขายหรือโอนสิทธิ์ที่ดินให้กับกลุ่มทุนในภายหลัง
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขความขัดแย้งเรื่องที่ดินทำกินระหว่างรัฐกับประชาชน โดยมุ่งเน้นการคืนความเป็นธรรมให้ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ ควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรป่าไม้ไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มผลประโยชน์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเคลื่อนไหวของ กมธ.กฎหมายฯ ในครั้งนี้ ถูกจับตามองว่าเป็นก้าวสำคัญในการใช้กลไกฝ่ายนิติบัญญัติเข้ามาเป็นตัวกลางในการประสานรอยร้าวและหาข้อยุติระหว่างหน่วยงานรัฐและภาคประชาชน เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและสร้างความเป็นธรรมในสังคมต่อไป