พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ เสนอปรับแนวคิดการแก้ปัญหาหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จากการมุ่งเน้นบริหารและติดตามหนี้ ไปสู่การสร้างหลักประกันด้านโอกาสทางการศึกษาและการมีงานทำอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เดิมอย่างเป็นธรรม ควบคู่กับการขยายทุนการศึกษาและสวัสดิการ เพื่อไม่ให้คนรุ่นใหม่ต้องเริ่มต้นชีวิตด้วยภาระหนี้จากความยากจน
[หนี้ กยศ. ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้กู้ แต่เป็นโจทย์ใหญ่ของความเหลื่อมล้ำทางสังคม]
กองทุน กยศ. ดำเนินงานมาประมาณ 30 ปี มีผู้กู้สะสมกว่า 7.4 ล้านคน ภาระหนี้ที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะตัวผู้กู้ แต่ยังเกี่ยวข้องกับรายได้ การออม การสร้างครอบครัว และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ชี้ว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 54 กำหนดหน้าที่ของรัฐในการจัดการศึกษา สนับสนุนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ดังนั้น การศึกษาจึงไม่ควรกลายเป็นจุดเริ่มต้นของภาระหนี้ที่ติดตามประชาชนไปตลอดชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่เกิดมาในครอบครัวที่มีข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ
แม้กฎหมาย กยศ. จะกำหนดให้ค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาจ่ายแก่สถานศึกษาโดยตรง ส่วนค่าครองชีพจ่ายแก่ผู้กู้ แต่ภาระการชำระคืนยังคงตกอยู่กับผู้กู้ตามกฎหมายและสัญญา เมื่อผู้เรียนสำเร็จการศึกษาแต่ไม่มีงานทำ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอ ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจึงตกอยู่กับตัวผู้กู้และครอบครัวเป็นสำคัญ
[เปิดตัวเลขหนี้ กยศ. ตั้งคำถามถึงโอกาสในการมีงานทำและความสามารถในการชำระหนี้]
ข้อมูลปี 2569 ระบุว่า ผู้กู้ที่ครบกำหนดชำระหนี้ครั้งแรกหลังสำเร็จการศึกษา 2 ปี มีจำนวน 207,799 บัญชี ในจำนวนนี้มีผู้ถูกหักเงินเดือนผ่านนายจ้างและกรมบัญชีกลาง 82,240 บัญชี หรือ 39.58% ขณะที่อีก 125,559 บัญชี หรือ 60.42% ไม่ถูกหักเงินเดือนผ่านระบบดังกล่าว
ตัวเลขนี้ไม่ใช่อัตราการว่างงานโดยตรง เนื่องจากผู้กู้บางส่วนอาจประกอบอาชีพอิสระหรือมีรายได้จากช่องทางอื่น แต่สะท้อนถึงความจำเป็นที่รัฐต้องติดตามว่า หลังสำเร็จการศึกษาแล้ว ประชาชนมีงานทำ มีรายได้เพียงพอ และสามารถชำระหนี้ได้จริงมากน้อยเพียงใด
ขณะเดียวกัน ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 พบว่า ผู้กู้ กยศ. อายุ 35 ปีขึ้นไปที่ค้างชำระหนี้มีจำนวน 1,126,005 คน มียอดหนี้รวมกว่า 146,651 ล้านบาท ซึ่งเป็นประชาชนจำนวนมากที่อยู่ในวัยสร้างครอบครัว เลี้ยงดูบุตร และดูแลพ่อแม่ แต่ยังต้องแบกรับภาระหนี้จากการศึกษา
“หนี้ทางการศึกษาของคนรุ่นพ่อแม่ ไม่ควรกลายเป็นอุปสรรคต่ออนาคตของคนรุ่นลูก”
นอกจากนี้ ผู้กู้ที่เข้าเกณฑ์ปรับโครงสร้างหนี้มีจำนวน 3,492,449 บัญชี แต่มีผู้ทำสัญญาแล้ว 823,087 ราย หรือ 23.57% ขณะที่อีก 2,669,362 ราย หรือ 76.43% ยังไม่ได้ทำสัญญา จึงเป็นประเด็นที่รัฐบาลและ กยศ. ต้องเร่งตรวจสอบว่า มีอุปสรรคใดทำให้ผู้กู้จำนวนมากยังไม่เข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือ โดยไม่ด่วนสรุปว่าทั้งหมดถูกปฏิเสธสิทธิ
[กฎหมายแก้ไขแล้ว ต้องทำให้สิทธิเกิดขึ้นจริง]
พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2566 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2566 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ที่เป็นคุณแก่ลูกหนี้มากขึ้น ทั้งอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 1% ต่อปี เงินเพิ่มกรณีผิดนัดไม่เกิน 0.5% ต่อปี และการปรับลำดับการตัดชำระหนี้ให้ตัดเงินต้นในส่วนที่ครบกำหนดก่อน
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการคำนวณยอดหนี้ ดอกเบี้ย เบี้ยปรับ และการปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. จึงควรเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ว่า มีการคำนวณหนี้ใหม่ให้ถูกต้องแล้วกี่ราย ผู้กู้ชำระเงินเกินจำนวนเท่าใด มีการคืนเงินแล้วเท่าใด และยังมีข้อร้องเรียนที่อยู่ระหว่างดำเนินการอีกกี่ราย
เพราะ สิทธิที่กฎหมายรับรองไม่ใช่ความเมตตาของหน่วยงาน แต่เป็นหน้าที่ที่รัฐต้องทำให้เกิดผลจริง
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เสนอ 3 แนวทางสำคัญ
1. ล้างหนี้ กยศ. เก่าอย่างเป็นธรรม — ใช้กลไกตามกฎหมายอย่างเต็มที่ ทั้งการผ่อนผัน การปรับโครงสร้างหนี้ และมาตรการที่เป็นคุณแก่ลูกหนี้ พร้อมพิจารณาความช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ที่ไม่มีความสามารถชำระหนี้อย่างแท้จริง โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมต่อผู้ที่ชำระหนี้ไปแล้วด้วย
2. ขยายทุนการศึกษาและสวัสดิการ ลดการกู้ยืมเพราะความยากจน — ผลักดันให้รัฐเพิ่มบทบาทการสนับสนุนทุนการศึกษา โดยใช้ช่องทางตามกฎหมาย รวมถึงหลักการตามมาตรา 6/1 ที่เปิดทางให้ใช้ทุนการศึกษาแทนการให้เงินกู้ยืมในบางกรณี เพื่อให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เข้าถึงการศึกษาได้โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นชีวิตด้วยหนี้
3. เปลี่ยนจากการบริหารหนี้ สู่การบริหารโอกาสทางการศึกษา — ให้ความสำคัญกับคุณภาพการศึกษา การพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน การมีงานทำ และรายได้ที่เพียงพอ พร้อมส่งเสริมความรับผิดชอบของสถานศึกษาต่อคุณภาพการเรียนรู้และโอกาสในการประกอบอาชีพของผู้สำเร็จการศึกษา
ความสำเร็จของ กยศ. ไม่ควรวัดเพียงจำนวนเงินที่ปล่อยกู้หรือยอดหนี้ที่จัดเก็บคืนได้ แต่ต้องวัดด้วยว่า ประชาชนได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพหรือไม่ มีงานทำหรือไม่ มีรายได้เพียงพอหรือไม่ และครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหรือไม่
คนที่สำเร็จการศึกษาไม่ใช่ภาระของประเทศ แต่คือทรัพยากรมนุษย์ที่ประเทศลงทุนเพื่อสร้างอนาคต ล้างหนี้เก่าอย่างยุติธรรม หยุดสร้างหนี้ใหม่จากการศึกษา
การแก้ปัญหาหนี้ กยศ. ไม่ควรจบลงเพียงการช่วยเหลือลูกหนี้รุ่นปัจจุบัน แต่ต้องป้องกันไม่ให้คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญกับวงจรหนี้แบบเดิมอีกต่อไป ด้วยระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ เข้าถึงได้อย่างทั่วถึง และมีหลักประกันสำหรับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์
ถึงเวลาเปลี่ยนจากแนวคิด “กองทุนให้คนจนกู้เพื่อเรียน” ไปสู่ “รัฐสวัสดิการทางการศึกษาที่ลงทุนสร้างคน”
เพราะหน้าที่ของรัฐไม่ใช่เพียงให้ประชาชนกู้เงินเพื่อมีโอกาสเรียน แต่ต้องสร้างโอกาสให้ประชาชนมีความรู้ มีอาชีพ มีรายได้ และมีศักดิ์ศรีในการดำรงชีวิต
รัฐต้องสร้างคน ไม่ใช่สร้างหนี้ แต่ต้องคืนอนาคตให้ประชาชนและสร้างศักยภาพให้ประเทศไทย
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง
หัวหน้าพรรคประชาชาติ
#พรรคประชาชาติ #ทวีสอดส่อง #กยศ #ล้างหนี้กยศ #คืนโอกาสทางการศึกษา #รัฐต้องสร้างคนไม่ใช่สร้างหนี้