"ประชาชาติสร้างคน คนสร้างชาติ"

‘พันตำรวจเอก ทวี’ หวั่นคดียิง ‘สส.กมลศักดิ์’ ไปไม่สุด ชี้พยานหลักฐานสำคัญยังไม่ครบ ด้าน ‘กมลศักดิ์’ เชื่อลอบสังหารเป็นขบวนการ คาใจข้อมูลโทรศัพท์หาย

‘พันตำรวจเอก ทวี’ หวั่นคดียิง ‘สส.กมลศักดิ์’ ไปไม่สุด ชี้พยานหลักฐานสำคัญยังไม่ครบ ด้าน ‘กมลศักดิ์’ เชื่อลอบสังหารเป็นขบวนการ คาใจข้อมูลโทรศัพท์หาย

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย นายอับดุลอายี สาแม็ง สส.ยะลา เขต 3 และ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 ร่วมให้สัมภาษณ์ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา น.อ.มนตรี โตประเสริฐ และ น.ต.เดโช รัตนพันธุ์ ในข้อหาสนับสนุนให้ผู้อื่นพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กล่าวว่า ขอให้กำลังใจพนักงานสอบสวนที่ต้องทำงานอย่างละเอียดรอบคอบในคดีสำคัญลักษณะนี้ พร้อมเปิดเผยว่า พรรคประชาชาติได้ตั้งคณะติดตามคดีขึ้นโดยเฉพาะ ทั้งอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส และทีมทนายความ เพื่อร่วมตรวจสอบความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด โดยยังมีความกังวลว่าพยานหลักฐานบางส่วนสำคัญต่อการขยายผล แต่ยังดำเนินการไม่ครบถ้วน จึงได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมเพิ่มเติมแล้ว

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ระบุว่า แม้ขณะนี้จะมีการตั้งพนักงานสอบสวนระดับกองบัญชาการเข้าร่วม แต่หัวใจสำคัญคือการรวบรวมพยานหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ให้ครบที่สุด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เนื่องจากคดีลักษณะจ้างวานฆ่ามักเป็นการสั่งการหลายทอดและซับซ้อน ยากต่อการพบหลักฐานโดยตรง พร้อมเผยว่าจากข้อมูลที่ได้รับ ผู้ต้องหาบางส่วนเองยังมีความกังวลว่าอาจเป็นเพียงผู้ถูกใช้ และอาจมีบุคคลที่มีอำนาจมากกว่านี้อยู่เบื้องหลัง

ด้าน สส.กมลศักดิ์ กล่าวว่า ในชั้นแจ้งความได้ให้ข้อมูลครบทุกประเด็น ทั้งการใช้ จ้างวาน ตัวการร่วม และการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการ โดยเชื่อว่าพฤติการณ์แห่งคดีและพยานหลักฐานสามารถเชื่อมโยงไปถึงผู้บงการได้มากกว่าข้อกล่าวหาที่แจ้งในปัจจุบัน

สส.กมลศักดิ์ยังตั้งข้อสังเกตสำคัญต่อหลักฐานการสื่อสารทางโทรศัพท์ของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน โดยระบุว่า ทีมทนายความกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะถือเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่สุดในการเชื่อมโยงเครือข่าย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นความชัดเจนเรื่องการประสานขอข้อมูลจากผู้ให้บริการโทรศัพท์ ทั้งที่ข้อมูลบางประเภทอาจถูกลบอัตโนมัติหากดำเนินการล่าช้า ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกคาใจต่อกระบวนการดังกล่าว

“ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง แต่คือการทำให้เห็นว่าการลอบสังหารครั้งนี้เป็นการทำงานกันเป็นขบวนการ มีหลายขั้นตอน และต้องขยายผลไปอีก 2-3 ชั้น เพื่อให้ถึงผู้บงการตัวจริง” สส.กมลศักดิ์ กล่าว

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคประชาชาติจะประชุมติดตามคดีอีกครั้ง เพื่อประเมินว่ามีอุปสรรคใดที่ทำให้การดำเนินคดีไม่สามารถไปถึงที่สุด พร้อมย้ำว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการลอบสังหาร สส.คนหนึ่งเท่านั้น แต่หากพบความเชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่รัฐ จะถือเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมและรัฐโดยตรง จึงต้องทำความจริงให้ปรากฏ

ขณะที่ สส.กมลศักดิ์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ทีมทนายความยื่นคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนแล้ว โดยคาดว่าจะทราบผลภายในช่วงเย็นวันนี้ เช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนที่ยื่นคัดค้านการประกันตัวเช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

เมื่อถูกถามว่าหลังคดีเข้าสู่ชั้นฝากขังแล้วรู้สึกเบาใจขึ้นหรือไม่ สส.กมลศักดิ์ตอบสั้น ๆ ว่า “ไม่เบาเลยครับ”

พร้อมกันนี้ สส.กมลศักดิ์ยังเรียกร้องให้สังคมไม่ลืมผู้เสียหายรายอื่นในคดี โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกยิงขณะปฏิบัติหน้าที่จนบาดเจ็บสาหัส สูญเสียดวงตา 1 ข้าง และยังอยู่ระหว่างการรักษา รวมถึงคนขับรถที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน พร้อมย้ำว่าการดำเนินคดีครั้งนี้ต้องตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายทุกคนอย่างแท้จริง.

#พรรคประชาชาติ

Picture of โดย  พรรคประชาชาติ

โดย พรรคประชาชาติ