"ประชาชาติสร้างคน คนสร้างชาติ"

วันที่ 11 กรกฎาคม 2567 เวลา 10.00 น. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานกรรมการติดตาม เร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตาม เร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ครั้งที่ 2/2567 เพื่อรับฟังการรายงานผลการดำเนินงาน ระยะเร่งด่วน 3 เดือน ในพื้นที่ 25 จังหวัด โดยมีนายแพทย์พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนจากกองทัพบก ในพื้นที่ 25 จังหวัด เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 10 – 01 ชั้น 10 กระทรวงยุติธรรม
 
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้นำข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” เร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่เน้นไปที่ประเด็น ความเชื่อมั่นของประชาชน ที่ยังคงกังวล เนื่องจากการขับเคลื่อนนโยบายยังพบผู้เสพที่อยู่ในชุมชน แม้มีการจับกุมยาเสพติดไปแล้วจำนวนมาก นายกรัฐมนตรี จึงมีข้อสั่งการให้ตรวจสอบทุกพื้นที่ เอ็กซเรย์หาผู้เสพผู้ค้าในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป และนำ ‘ร้อยเอ็ดโมเดล – น่านโมเดล’ มาขยายผลแก้ปัญหายาเสพติด รวมถึงการนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัด เพื่อลดอัตราการกระทำผิดซ้ำ จากตัวเลข ผู้เสพกว่า 1 แสนคน ในคดียาเสพติดที่ศาลมีคำสั่งให้คุมความประพฤติ และผู้กระทำผิดฐานยาเสพติดที่ถูกคุมขังในเรือนจำ แต่ยังไม่ได้รับการบำบัด ที่ปัจจุบันมีมากถึงร้อยละ 61
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวขอความร่วมมือจากหน่วยงานสาธารณสุข ตำรวจ ทหาร ป.ป.ส. รวมถึงการเข้มงวดสกัดกั้นการขนส่งยาเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ ที่พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 30 เท่า โดยเฉพาะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีพื้นที่ขนาดเล็ก แต่มีแนวชายแดนที่มีการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ในประเทศ
ด้านนายแพทย์พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช กล่าวย้ำถึง “ความเชื่อมั่นของประชาชน” ในการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในพื้นที่ 25 จังหวัด ที่ยังมผู้จำหน่ายปรากฎในชุมชน ส่วนการนำผู้เสพเข้ารับการบำบัดในชุมชน ยังคงต้องยกระดับการบำบัดในเรือนจำ ร่วมกับศูนย์ฟื้นฟูทางสังคมที่จะต้องให้ผู้เสพได้รับการบำบัดรักษา มีการศึกษา และสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมฯ มีการรายงานสถานการณ์ปัญหายาเสพติด ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2566 ถึง 7 กรกฎาคม 2567 โดยในส่วนการปราบปรามยาเสพติด ที่ผ่านมา ยังพบ ความพยายามลักลอบ ลำเลียงยาเสพติดเข้ามาประเทศไทย ในช่องทางเดิม คือ ภาคเหนือ – ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แม้ถูกสกัดกั้นไว้ได้ในพื้นที่ชายแดน และมีผลการจับกุม ตรวจยึดยาเสพติด ในแหล่งพักเก็บ ก่อนจะนำออกจำหน่าย แต่ทั้งนี้คดีอาชญากรรมรุนแรง ที่มีสาเหตุมาจากยาเสพติดมีแนวโน้มลดลง
ส่วนของการบำบัด รักษาในช่วงที่ผ่านมา จากจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดฯ 102,506 คน พบว่า ประเภทยาเสพติดของผู้เข้ารับการบำบัดมากที่สุด ยังคงเป็นยาบ้า ซึ่งมีจำนวน 81,176 ราย รองลงมา คือ เฮโรอีน ทั้งนี้ ผู้เสพที่เข้ารับการบำบัดสูงสุด พบว่า อยู่ในช่วงเดือน มกราคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงเวลา ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายปฏิบัติการลดความรุนแรงของยาเสพติด คือเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2566) และในช่วงเดือนมิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลเริ่มปฏิบัตินโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติด เร่งด่วน 3 เดือน (1 มิถุนายน ถึง 31 สิงหาคม 2567) แสดงให้ถึงความจริงจังของรัฐบาลที่มีผลต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดทุกภาคส่วน
ทั้งนี้ ในที่ประชุม สรุปแนวโน้ม 4 เรื่อง ที่เกี่ยวกับสถานการณ์ยาเสพติดในช่วงที่ผ่านมา
1. การสู้รบในประเทศเพื่อนบ้านและการสกัดกั้นตามนโยบายเร่งด่วน ในพื้นที่ชายแดนของประเทศไทย เป็นปัจจัยกระตุ้นให้กลุ่มผลิตเร่งผลิตและระบายยาเสพติดเข้ามาพักตามแนวชายแดนของประเทศไทย ส่งผลให้สถานการณ์นำเข้าในพื้นที่ชายแดน ยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
2. จากสภาพภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ติดกับแหล่งผลิต และมีความพร้อมในด้านการขนส่งทุกด้าน ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติใช้ประเทศไทยเป็นพื้นที่ลำเลียงผ่าน โดยเฉพาะทางทะเล ส่งผลให้บริเวณทะเลอ่าวไทยถูกใช้เป็นพื้นที่ส่งออกยาเสพติดบ่อยครั้งมากขึ้น
3 .ความเจริญทางเทคโนโลยี ระบบการขนส่งที่ขยายตัวรวดเร็ว และรูปแบบการค้าในสื่อสังคมออนไลน์ที่ง่ายและสะดวก กลุ่มค้ายาเสพติดในประเทศ จึงนำมาปรับใช้ในกระบวนการค้ายาเสพติด ส่งผลให้การค้ายาเสพติดขัดใหญ่ตัวอย่างรวดเร็ว
4. การปฏิบัติตรวจค้นสถานบันเทิงหลายแห่ง ยังพบยาเสพติดหลายชนิด และพบการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้เสพ เช่น การนำยาเสพติดหลายชนิดมาบดผสมให้เป็นสูตรใหม่ (cocktail drugs) ส่งผลให้แนวโน้มต่อไป จะพบยาเสพติดที่มีการผสมยาเสพติดหลายชนิดเพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจาก happy water และ เคนมผง”
นอกจากนี้ รูปแบบหลบเลี่ยงการถูกจับกุม จะมีการพัฒนาที่หลากหลาย เช่น การนำยาเสพติดผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า การมั่วสุมยาเสพติดในลักษณะปาร์ตี้ รวมถึงรูปแบบบรรจุภัณฑ์ยาเสพติดด้วย