พรรคประชาชาติ

ชาติของประชาชน บนฐานสังคมพหุวัฒนธรรม

(วันที่ 7 พฤษภาคม 2567) ที่ผ่านมา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางมาเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายแก้หนี้ประชาชน ทั้งนี้ ในที่ประชุมมีกำหนดการรับมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินของรัฐบาล โดย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกํากับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย มีการถอดบทเรียนการจัด “มหกรรมแก้หนี้สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม” ในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด โดยเชิญผู้อำนวยการยุติธรรมจังหวัดยะลา, สุราษฎร์ธานี, เชียงใหม่, ขอนแก่น, และชลบุรี รวมถึงการระดมความคิดเห็นทบทวนแผนการจัด “มหกรรมแก้หนี้สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม จัดโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพด้วย โดยมีการจัดประชุมต่อเนื่องถึงวันที่ 8 พฤษภาคม 2567
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวในการเปิดงานว่า การประชุมครั้งนี้ว่า ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้อง จะได้ความรับข้อมูล ความรู้ มาชี้แจงและร่วมหาทางออก โดยมี นายกิตติรัตน์ ณ ระนองในฐานะประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาขนรายย่อย ซึ่งเป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ อดีตกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเมื่อพูดถึงเรื่องภาคการเงินแล้ว มีประสบการณ์มากมายและกว้างขวาง
ขณะที่กระทรวงยุติธรรม ที่มีบทบาทให้ความเป็นธรรม ทั้งในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ทางแพ่ง การบริหารงาน ทางการปกครอง ที่สำคัญ กระทรวงยุติธรรมต้องให้ความเป็นธรรมเข้าถึงประชาชน ไม่ใช่ประชาชนต้องเข้าหาความยุติธรรม แต่ต้องให้ความเป็นธรรมเข้าถึงประชาชนโดยเสมอหน้าทุกคน ซึ่งปัญหา 4 เรื่อง ที่จะมอบให้แก่ “ยุติธรรมจังหวัดที่จะขับเคลื่อนงานควิกวิน (Quick Win) ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ได้แก่
เรื่องแรก การแก้ปัญหายาเสพติด ที่จะต้องนำคนที่ติดยาเสพติดจนคุณภาพชีวิตด้อยลง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เรื่องที่ 2 การแก้ปัญหาหนี้สิน ซึ่งเป็นหัวข้อการประชุมวันนี้ เรื่องที่ 3 เป็นเรื่องการเอาชนะผู้มีอิทธิพล ผู้ให้การค้ำยัน สนับสนุนที่รวมถึงข้าราชการ ที่มักก่ออาชญากรรมพิเศษซึ่งต้องไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และเรื่องสุดท้าย คือการเอาชนะความยากจน ที่ไม่ใช่แค่หนี้สินเพราะความยากจนอาจเกิดจากความเหลื่อมล้ำ ความไม่ยุติธรรม เช่น กว่า 80% ของผู้ต้องราชทัณฑ์มีการศึกษาต่ำกว่าขั้นพื้นฐาน ไม่มีความรู้ ไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ จนต้องไปกระทำความผิด ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ
“การไกล่เกลี่ย ไม่ใช่มหกรรมความจำยอมให้ลูกหนี้เข้าสู่วังวันเป็นหนี้ไม่รู้จักจบสิ้น และไม่ใช่แค่เจ้าหน้าหนี้ได้ประโยชน์ แต่ลูกหนี้ซึ่งเป็นประชาชนต้องเป็นได้รับความเป็นธรรม ซึ่งทุกท่านจะได้รับการชี้ทางออกจากปัญหาครับ”