"ประชาชาติสร้างคน คนสร้างชาติ"

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เปิดโครงการสัมมนารับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย ฉบับใหม่ หนุนแก้หนี้ประชาชน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
สงขลา 16 พฤษภาคม 2568 – พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานพิธีเปิดโครงการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสียและผู้ได้รับผลกระทบจากร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยการสัมมนาครั้งนี้จัดโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. สภาผู้แทนราษฎร มีผู้แทนภาคธุรกิจ ภาควิชาการ สื่อมวลชน และผู้สนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
พันตำรวจเอก ทวี เน้นย้ำว่า การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการปฏิรูปกฎหมายล้มละลายให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยในปัจจุบัน โดยประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงเกือบ 20 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและความมั่นคงของครอบครัว รวมถึงศักยภาพการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจโดยรวม
“ร่างพระราชบัญญัตินี้มุ่งเน้นการสร้างกลไกฟื้นฟูกิจการที่ครอบคลุมทุกระดับ ทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดย่อม และบุคคลธรรมดา โดยมีการปรับเกณฑ์มูลค่าหนี้ขั้นต่ำให้เหมาะสม รวมถึงจัดทำหมวดสำหรับ SME และบุคคลธรรมดาที่มีหนี้ตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไป เพื่อให้สามารถฟื้นตัวได้โดยไม่ต้องล้มละลาย พร้อมกับนำกลไก Automatic Stay หรือการพักชำระหนี้โดยอัตโนมัติทันทีที่ศาลรับคำร้องขอฟื้นฟู เพื่อหยุดกระบวนการบังคับคดีและให้ลูกหนี้มีโอกาสแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรม” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าว
พันตำรวจเอก ทวียังระบุเพิ่มเติมว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้เปิดโอกาสให้ลูกหนี้สามารถเจรจากับเจ้าหนี้โดยไม่ต้องจัดประชุมเต็มรูปแบบ หากสามารถบรรลุข้อตกลงกับเจ้าหนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ก็สามารถดำเนินการจัดทำแผนฟื้นฟูได้ทันที ซึ่งช่วยลดขั้นตอน ลดต้นทุน และความล่าช้า อีกทั้งยังให้ความคุ้มครองแก่ผู้ค้ำประกันไม่ให้รับผิดเกินแผนฟื้นฟู เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจลุกลามไปยังครอบครัวและผู้เกี่ยวข้องอย่างไม่เป็นธรรม
“ข้อเสนอจากเวทีรับฟังความคิดเห็นก่อนหน้านี้ เช่น การพักหนี้ การยกเว้นดอกเบี้ยต้นเงิน และการให้ความรู้แก่ลูกหนี้และผู้ค้ำประกันในกระบวนการศาล สะท้อนถึงความจำเป็นที่ร่างกฎหมายต้องเป็นเครื่องมือความยุติธรรมที่เข้าถึงได้จริง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะประชาชนระดับรากหญ้า” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวเสริม
ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับนี้ตั้งอยู่บนหลัก “ความเป็นธรรมทางสัญญา” เพื่อปกป้องลูกหนี้รายย่อยซึ่งมีอำนาจต่อรองต่ำไม่ให้ถูกกดขี่จากข้อสัญญาที่ไม่สมดุล ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 โดยเปิดโอกาสให้ลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูอย่างสมัครใจ ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรมและเสมอภาค เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากระยะยาว โดยไม่ใช่การยกเว้นความรับผิดหรือส่งเสริมให้หลีกเลี่ยงการชำระหนี้
“กฎหมายที่ดีต้องมาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นเครื่องมือที่ยุติธรรม เข้าถึงง่าย และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” พันตำรวจเอก ทวีกล่าวปิดท้าย
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเสวนารับฟังความคิดเห็นในหัวข้อ “การแก้ไขปัญหาหนี้สินโดยใช้กลไกของร่างกฎหมายล้มละลาย” โดยมีวิทยากรสำคัญ อาทิ นายพิชัย นิลทองคำ รองประธานคณะกรรมาธิการ และผู้ช่วยศาสตราจารย์นิสิต อินทมาโน รวมถึงเครือข่ายภาคประชาสังคม เข้าร่วมอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้กลไกของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 77 ที่กำหนดให้ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านก่อนการตรากฎหมาย เพื่อให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดำเนินไปอย่างโปร่งใสและมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย
Picture of โดย  พรรคประชาชาติ

โดย พรรคประชาชาติ

Facebook