"ประชาชาติสร้างคน คนสร้างชาติ"

พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง สนับสนุนญัตติพิจารณาคดีตากใบ เรียกร้องความยุติธรรมและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติ แสดงจุดยืนสนับสนุนญัตติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสองท่าน ในการพิจารณาสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะกรณีคดีสลายการชุมนุมที่ตากใบซึ่งหมดอายุความ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ยังคงสร้างความเจ็บปวดและตั้งคำถามถึงกระบวนการยุติธรรมของรัฐ
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้ พ.ต.อ.ทวี ระบุว่าเขาเห็นด้วยกับญัตติของ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และ นายรอมฎอน ปัญจอ ซึ่งเรียกร้องให้รัฐสภาพิจารณาผลกระทบจากการขาดอายุความของคดีตากใบ รวมถึงเสนอแนะแนวทางการฟื้นฟูความชอบธรรมของรัฐ และการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
“ความยุติธรรมคือหัวใจของสังคม”
พันตำรวจเอกทวีเน้นย้ำถึงความสำคัญของความยุติธรรม โดยกล่าวว่า “ความยุติธรรมเป็นองค์ประกอบสำคัญของการอยู่ร่วมกันเป็นสังคมและประเทศชาติ หากขาดความยุติธรรม สังคมจะเต็มไปด้วยความแตกแยก และไม่เพียงแต่ผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบ แต่สังคมโดยรวมก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน”
ความคืบหน้ากว่า 20 ปี แต่ยังขาดข้อยุติที่ชัดเจน
พันตำรวจเอกทวีชี้ว่าแม้จะผ่านมากว่า 20 ปีนับตั้งแต่ปี 2547 ที่เหตุการณ์ความไม่สงบเริ่มต้นขึ้น แต่ทุกภาคส่วนยังคงแสวงหาทางออกจากสถานการณ์ความรุนแรงนี้ เขาเชื่อว่าขณะนี้มีสัญญาณของความหวัง แต่ยังไม่มีข้อยุติที่แท้จริงในการแก้ปัญหา โดยเน้นว่าทางออกที่สำคัญคือ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกภาคส่วน
“ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องของชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่เป็นความรู้สึกของคนทั้งประเทศ” พ.ต.อ.ทวีกล่าว พร้อมระบุว่านายกรัฐมนตรีได้ออกมาขอโทษต่อประชาชนแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงการรับรู้ถึงปัญหาในระดับรัฐ
การติดตามคดีและการมีส่วนร่วมของประชาชน
พันตำรวจเอกทวีกล่าวถึงความพยายามของหน่วยงานความมั่นคงในการติดตามผู้กระทำผิดตามหมายจับ เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทันก่อนอายุความจะสิ้นสุด แม้จะเหลือเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม เขาเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้คือการส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมให้เกิดขึ้นจริง โดยกล่าวว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนจะเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมที่สงบสุข
ความสำเร็จในอดีตจากการตั้งคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะและตากใบ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากทุกภาคส่วน เช่น เจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร และผู้นำศาสนา ชี้ว่า การเยียวยาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการช่วยเหลือทางกายภาพ แต่ยังรวมถึงจิตใจและจิตวิญญาณ เช่น การส่งผู้ได้รับผลกระทบไปประกอบพิธีอุมเราะห์
อย่างไรก็ตามปัญหาการขาดอายุความของคดีตากใบยังคงเป็นประเด็นใหญ่ซึ่งต้องอาศัยการแก้ไขกฎหมายและการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม เขาเสนอว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรง เช่น การบังคับสูญหาย ควรได้รับการยกเว้นจากการหมดอายุความ
การสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และประชาชนต้องเป็นศูนย์กลางของการแก้ปัญหา โดยเน้นว่าการตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาผลกระทบจากคดีตากใบเป็นก้าวสำคัญที่รัฐสภาควรดำเนินการอย่างจริงจัง
“เมื่อเราเอาประชาชนเป็นศูนย์กลางไม่ได้ เราต้องทำให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง” พ.ต.อ.ทวีกล่าว พร้อมย้ำว่าทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างความยุติธรรมและความไว้วางใจในสังคม

#ประชาชนประชาชาติ

Picture of โดย  พรรคประชาชาติ

โดย พรรคประชาชาติ

Facebook