เขียนวันที่ 27 เมษายน 202328 เมษายน 2023พรรคประชาชาติ ส่ง “มนตรี บุญจรัส” ร่วมเวที ประชันวิสัยทัศน์พรรคการเมือง นโยบายเกษตรกรรม และความมั่นคงทางอาหาร (27 เมษายน 2566) ผู้สื่อข่าวรายงานจากสวนชีววิถี/สวนผักคนเมืองไทรม้า จังหวัดนนทบุรี ว่า เมื่อเวลา 13.00น. ที่ผ่านมา นายมนตรี บุญจรัส คณะกรรมการบริหารพรรคประชาชาติ และรองโฆษกพรรคประชาชาติ ในฐานะ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ หมายเลข 11 ผู้แทนพรรคประชาชาติ และคณะ เดินทางมาแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีประชันวิสัยทัศน์และนโยบาย “เกษตรกรรม และความมั่นคงทางอาหาร : เลือกตั้ง 2566” จัดโดย สภาเกษตรกรแห่งชาติ มูลนิธิชีววิถี(BioThai) มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย) มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เครือข่ายความมั่นคงทางอาหาร เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ร่วมกับ 101 PublicPolicy ThinkTank และสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการสนับสนุนของแผนงานอาหารเพื่อสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมี คุณประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เป็นผู้กล่าวเปิดงาน และคุณกรรณิการ์ กิจติเวชกุล จากรายการเช้าทันโลก FM 96.5 เป็นผู้ดำเนินรายการ มีประชาชนที่สนใจและกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมรับฟังจนเต็มห้องประชุม มีการถ่ายทอดสัญญาณสดผ่านทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ มูลนิธิชีววิถี และเพจ Bio Thai ออกอากาศสดคู่ขนานกันไปด้วย นายมนตรี บุญจรัส คณะกรรมการบริหารพรรคประชาชาติ และรองโฆษกพรรคประชาชาติ ในฐานะ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ หมายเลข 11 ผู้แทนพรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า การร่วมกิจกรรมการแสดงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมก่อนการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ซึ่งจะเป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญและมีความหมายสำหรับประเทศไทย หลังจากผ่านวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และสังคม อันเนื่องจากผลของโรคระบาด ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและการเมืองในระดับโลก รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อมภายในประเทศไทยด้วย พรรคประชาชาติ ได้นำเสนอนโยบายหลายด้าน และยังมีประเด็นที่เกี่ยวโยงกับการปรับเปลี่ยนเกษตรกรรมเพื่อรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ความไม่ปลอดภัยทางอาหาร ปัญหาโภชนาการของเด็กไทย การกระจายอำนาจและสร้างความเท่าเทียมในระบบเกษตรและอาหาร รวมอยู่ด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมนตรี บุญจรัส คณะกรรมการบริหารพรรคประชาชาติ และรองโฆษกพรรคประชาชาติ ในฐานะ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ หมายเลข 11 ผู้แทนพรรคประชาชาติ ได้แสดงวิสัยทัศน์และตอบคำถามหลัก 4 คำถาม ได้แก่ 1) แนวทางการเปลี่ยนผ่านเกษตรกรรมที่ต้องใช้เงินอุดหนุนจำนวนมากทุกๆปี เพื่อก้าวไปสู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืนและสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่กำลังเกิดขึ้น 2) ปัญหาความไม่ปลอดภัยในอาหาร โดยเฉพาะผักและผลไม้ที่มีสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐานเกินครึ่งหนึ่ง ในขณะที่ในประเทศที่มีมาตรฐานความปลอดภัยของอาหารสูงกว่า เช่น ในประเทศญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐอเมริกา พบการตกค้างเพียง 3-5% เท่านั้น 3) นโยบายและแนวทางแก้ปัญหาเด็กไทยอายุ 0-5 ปี มากถึง 11.7% และอายุ 6-14 ปี จำนวน 9.7% ที่อยู่ในสภาวะเตี้ยและแคระแกร็น ไม่นับกลุ่มด้อยโอกาสที่ต้องเผชิญกับปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหาร ทั้งๆที่เราเรียกขานตัวเองว่าเป็นครัวของโลก และ 4) กลไก และมาตรการ เพื่อลดปัญหาการรวมศูนย์ทั้งด้านการผลิต การตลาด รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาการเกษตรของประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายมนตรี บุญจรัส คณะกรรมการบริหารพรรคประชาชาติ และรองโฆษกพรรคประชาชาติ ยังได้เดินชมแปลงเกษตรสาธิต และนิทรรศการข้อมูลทางการเกษตรบริเวณสวนชีววิถี หรือสวนผักคนเมืองไทรม้า ภายในบริเวณสถานที่จัดงานด้วย ก่อนเดินทางกลับในเวลา 16.30น. #เลือกตั้ง2566 #เลือกตั้ง66 #นโยบายเกษตร #นโยบายความมั่นคงทางอาหาร #พรรคประชาชาติ #ประชาชนประชาชาติ #ประชาชนประชาชาติ เลี่อนขั้น
เขียนวันที่ 27 เมษายน 202328 เมษายน 2023“พ.ต.อ.ทวี” ชงแก้พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ ให้การศึกษาคนสร้างชาติ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวบนเวทีดีเบตภาคใต้ ช่อง 7 เอชดี ที่ จ.นครศรีธรรมราชว่า คำถามเป็นการกดทับความคิดของทางการเมือง โดยเฉพาะอ้างคำถามจากผู้ว่าแบงก์ชาติ จริงๆแล้วพรรคการเมืองการคิดให้ประชาชนได้เรียนฟรี การคิดให้ประชาชนมีสวัสดิการ 3,000 บาทต่อเดือน ความคิดให้ประชาชนมีที่ดินทำกินไม่ทำให้คนตาย แต่การบริหารประเทศที่ผ่านมา ปล่อยให้ประชาชนยากไร้ ทำให้คนตายแล้ว ซึ่งวิธีคิดของรัฐบาลปัจจุบัน เป็นการสงเคราะห์ ถือเป็นการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพราะว่า จะต้องมาแสดงความยากจน แล้วจึงได้การสงเคราะห์ช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นการจัดทำงบประมาณถามว่า จะเอาเงินมาจากไหน เงินถ้าจะทำให้ได้ดีก็ต้องสร้าง GDP ให้กับประเทศ แต่วันนี้ รัฐบาลเริ่มจากทำเศรษฐกิจแย่ เงินเลยไม่มา ที่สำคัญงบประมาณ ถ้าเรามีมีเจตจำนงจะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีก็จัดงบประมาณประการแรกแก้ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 20 ที่ไปเขียนว่า รายจ่ายลงทุนให้ไปเฉพาะสร้างถนน ซึ่งต้องเอารายจ่ายดังกล่าวมาลงทุนสร้างมนุษย์ เพราะได้มีการวิจัยแล้วว่า ถ้าการสร้างมนุษย์ที่เป็นเด็ก จะได้ผลตอบแทนเข้ามา 9 เท่า แล้วการสร้างมนุษย์ในประเทศที่มีความเจริญ เขาวัดกันที่คุณภาพของมนุษย์ ดังนั้นการแก้ปัญหาความยากจนที่ดีที่สุดคือ แก้ที่ระบบการศึกษา โดยมีผลการวิจัย ระบุออกมาแล้วว่า ถ้าการแก้ปัญหาความยากจน ให้คนมีการศึกษาดี สามารถแก้ได้ 47 เปอร์เซ็นต์ การแก้แบบให้คนมีสาธารณสุขแก้ได้ 35 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การแก้ยากจน นำเงินไปสร้างถนน เพื่อให้คนรวยใช้รถ แก้ได้เพียง 17 เปอร์เซ็นต์ ประการที่ 2 สำคัญที่สุด คือไปแก้มาตรา 20 วรรค 2 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง คือให้เขียนเฉพาะว่า บุคลากรของรัฐและสวัสดิการของรัฐต้องมีรายได้พอเพียง ซึ่งเราไปเติมข้อความอีกคำหนึ่ง นอกจากบุคลากรของรัฐแล้ว ประชาชนต้องมีรายได้และสวัสดิการพอเพียงเป็นทางรอดของประเทศมีทางเดียวคือ ต้องสร้างคน เพื่อให้คนไปสร้างชาติ“ถ้าท่านไปสร้างเงินก่อนมันทำให้คนมีกิเลส แล้วการสร้างเงินก่อนจะทำให้คนทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คนมีความสำคัญมาก เพราะมนุษย์มีคุณค่ามีศักดิ์ศรี ประเทศจะไปได้ก็คือการสร้างคน ดังนั้นการหางบประมาณ ประการหนึ่งก็คือเราต้องเดินไปที่รัฐรวมศูนย์ เราสามารถดึงเงินมาแสนกว่าล้านเพื่อสร้างคนให้มีการศึกษาดีได้” เลขาธิการพรรคประชาชาติ ระบุ #ประชาชนประชาชาติ เลี่อนขั้น
เขียนวันที่ 26 เมษายน 202328 เมษายน 2023“ประชาชาติ” ส่ง “อับดุลอายี สาแม็ง” ประชันวิสัยทัศน์ นโยบายพรรคการเมือง ส่งเสริมชุมชนเข้มแข็ง ผู้สื่อข่าวรายงานจากห้องประชุม ดร.สมศักดิ์ และคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ชั้น 2 อาคารสยามบรมราชกุมารี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) นายอับดุลอายี สาแม็ง ผู้สมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา เขต 3 พรรคประชาชาติ หมายเลข 10 ร่วมประชันวิสัยทัศน์ “รวมพลังขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ : จับตา นโยบายพรรคการเมือง ส่งเสริมชุมชนเข้มแข็ง” จัดโดย เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน 5 ภาค ประกอบด้วย เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน เครือข่ายแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย เครือข่ายองค์กรชุมชนด้านสวัสดิการชุมชน กลุ่มองค์กรชุมชนด้านเศรษฐกิจฐานราก และเครือข่ายองค์กรชุมชนด้านการป้องกันและต่อต้านการทุจริต โดยมีนักศึกษา และประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความเห็นเป็นจำนวนมาก นายอับดุลอายี สาแม็ง ผู้สมัคร ส.ส.ยะลาเขต 3 พรรคประชาชาติ ในฐานะตัวแทนของพรรค กล่าวว่า การส่งเสริมชุมชนให้เข้มแข็ง เป็นเรื่องที่พูดกันมานานเป็นสิบๆ ปี แต่สำหรับภาคใต้โดยเฉพาะชายแดนใต้สุด 3 จังหวัด 4 อำเภอที่มีปัญหามาโดยตลอดนั้น เป็นเรื่องของส่วนเกิน “ผมดูวิธีการบริหารจัดการที่ผ่านมา ศูนย์กลางอยู่ที่กรุงเทพฯ แล้วก็กวาดรัศมีไปถึงเชียงใหม่ ก็ประมาณ 700-800 กิโลฯ เมื่อกวาดวงเวียนเสร็จเรียบร้อยแค่นครศรีธรรมราช หลุดจากนั้นไปเป็นเรื่องของส่วนที่มันเกินรัศมีจากวงเวียน เหตุที่ผมพูดแบบนี้ก็เนื่องจากว่า มันมีโครงสร้างที่มาจัดตั้งระบบของการปกครอง ก็คือ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต.เกิดขึ้นมาอีก 1 องค์กรใหญ่ที่มาดูแลประเทศ” “ตรงนี้ถ้าเรามีโอกาส เราก็อยากจะเสนอนโยบายหลักอย่างแรกเลยก็คือว่าจะต้องมาปรับโครงสร้างตัวนี้ใหม่ อย่างเช่น ขณะนี้ ศอ.บต. ผมดูๆ แล้วก็มาเป็นประเทศเล็กๆ มาอยู่ในประเทศใหญ่ ประเทศใหญ่ก็คือประเทศไทยทั้งหมด แต่ว่าใน 4–5 จังหวัดภาคใต้ ก็มีประเทศเล็กๆ แต่ระบบการปกครองนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง”“นี่เราพยายามเข้าสู่ระบบประชาธิปไตย จะมีการเลือกตั้งใหม่อีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่ในขณะเดียวกันประเทศเล็กที่ผมว่า มันเป็นลักษณะของการใช้อำนาจรัฐที่สมบูรณ์แบบอยู่ อย่างเช่น ใช้อำนาจของ กอ.รมน. ใช้อำนาจทหาร โดยเฉพาะในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็มีกฎหมายอีก 2 -3 ฉบับ กฎอัยการศึก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และกฎหมายพิเศษอื่นอีก แล้วก็เพิ่มเป็นคำสั่งของ กอ.รมน. ที่อยู่ในเขตพื้นที่ 5 จังหวัดด้วยซ้ำไป” “ถ้าจะมาส่งเสริมชุมชนให้เข้มแข็ง ผมว่าอันดับต้น พรรคประชาชาติจะต้องมาปรับโครงสร้างตัวนี้ใหม่ โดยจะต้องการลดทอนเรื่องของ พ.ร.บ.ที่มันเกี่ยวข้อง ความหมายของผมตรงนี้ก็คือว่า ต้องการให้มีความเสมอภาคทั้งประเทศเสียก่อน มิฉะนั้นชุมชนที่อยู่นอกเหนือจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็อาจจะมีโอกาสมาก แต่ว่า 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีโอกาสน้อยลง เนื่องจากว่ายังมีกฎหมายลักษณะอย่างนี้เป็นตัวขวางอยู่ การเสนอเบื้องต้นคือว่าเราจะทำอย่างไรให้ พ.ร.ก. , พ.ร.บ.ที่มันใช้อยู่ในเขตสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ปลดออกไปก่อน แล้วก็ให้เสมอเหมือนทุกภูมิภาคของประเทศนี้ นี่คือสิ่งที่เกิดเป็นเบื้องต้น” “สิ่งที่มันเป็นเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ชุมชนอาจจะมีปัญหามาโดยตลอด อย่างเช่น ที่พูดถึงกันอยู่เสมอว่าเราจะลดค่าไฟ เราจะลดค่าน้ำมัน เราจะลดค่าแก๊สหุงต้ม อะไรต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถามว่ามีเองไหม เราก็มีในเขตพื้นที่ของภาคใต้ ถ้าเช่นนั้นวิธีการที่จะไปทำเรื่องของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล อย่างเป็นธรรม เป็นสิ่งที่จำเป็นตามมา”“อย่างเช่นว่า เรามีแก๊สธรรมชาติอยู่ในทะเล ในกลุ่มของ JDA ที่อยู่ในเขตพื้นที่ภาคใต้ แล้วก็เชื่อมโยงไปกับประเทศมาเลเซีย เหล่านี้ถามว่าเราจะบริหารจัดการอย่างไร แล้วก็ถามว่าสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ ณ ขณะนี้ ผลการผลิต ผลการขุดเจาะแก๊สธรรมชาติออกมาเพื่อใช้ประโยชน์ในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดประโยชน์ต่างๆ เหล่านี้ได้อย่างไร” “ผมก็มองว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดเราต้องการบริหารประเทศให้เกิดความมั่นคง ความเสมอภาคต้องอยู่บนพื้นฐานของการมีความรู้ แต่ 3 จังหวัด 4 อำเภอที่มันมีปัญหามาโดยตลอด ก็คือระดับการศึกษาก็แย่กว่าที่อื่นในประเทศไทย เรื่องเศรษฐกิจปากท้องเราก็แย่กว่าที่อื่นในประเทศไทย ถามว่าเราจะกำหนดนโยบายว่าอย่างไร”“คนภาคใต้ทั้งหมด 14 จังหวัดก็มียางพารา เรากำหนดไว้แล้วรอบต่อไปเราจะกำหนดราคายางไปเลย 80 บาท อย่างน้อยเป็นเรื่องของการเสริมรายได้ให้กับชุมชนที่จะมีมากขึ้น แต่เราก็มีปัญหามาโดยตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา ก็มีโรคเชื้อราใบยางร่วงที่เกิดขึ้น เราเสียหายไป 3-4 แสนล้าน รัฐบาลที่ผ่านมาไม่เอาใจใส่ ไม่ดูแล ไม่ไปทำอะไรเลย ต่อไปพรรคประชาชาติก็จะไม่ทอดทิ้ง ก็จะไม่ละเลยสิ่งที่เป็นปัจจัยหลักในเรื่องการส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน เราจะต้องทำเร็วที่สุด อาจจะไม่ถึง 6 เดือนด้วยซ้ำไป” “ผมก็มองว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดเราต้องการบริหารประเทศให้เกิดความมั่นคง ความเสมอภาคต้องอยู่บนพื้นฐานของการมีความรู้ แต่ 3 จังหวัด 4 อำเภอที่มันมีปัญหามาโดยตลอด ก็คือระดับการศึกษาก็แย่กว่าที่อื่นในประเทศไทย เรื่องเศรษฐกิจปากท้องเราก็แย่กว่าที่อื่นในประเทศไทย ถามว่าเราจะกำหนดนโยบายว่าอย่างไร”“คนภาคใต้ทั้งหมด 14 จังหวัดก็มียางพารา เรากำหนดไว้แล้วรอบต่อไปเราจะกำหนดราคายางไปเลย 80 บาท อย่างน้อยเป็นเรื่องของการเสริมรายได้ให้กับชุมชนที่จะมีมากขึ้น แต่เราก็มีปัญหามาโดยตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา ก็มีโรคเชื้อราใบยางร่วงที่เกิดขึ้น เราเสียหายไป 3-4 แสนล้าน รัฐบาลที่ผ่านมาไม่เอาใจใส่ ไม่ดูแล ไม่ไปทำอะไรเลย ต่อไปพรรคประชาชาติก็จะไม่ทอดทิ้ง ก็จะไม่ละเลยสิ่งที่เป็นปัจจัยหลักในเรื่องการส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน เราจะต้องทำเร็วที่สุด อาจจะไม่ถึง 6 เดือนด้วยซ้ำไป” นายอับดุลอายี ยังได้ตอบคำถามจากเครือข่ายองค์กรชุมชนว่า “จากคำถามความจริงผมอยู่ใต้จะตอบแทนคนอีสามก็ยากหน่อย แต่ว่าโดยหลักการแล้ว อย่างเช่นว่า กรณีความเหลื่อมล้ำในเรื่องของน้ำ ผมดูแล้วมันไม่ใช่ประเด็นหลักสำคัญ แต่วิธีคิดก็คือ ตั้งความหวังไปที่ระบบของชลประทาน ระบบชลประทานก็คือง่าย เพิ่มจำนวนฝายให้มาก เพิ่มการเก็บกักน้ำลำธารคูคลองต่างๆ ตรงนี้มันเป็นโดยธรรมชาติ เมื่อน้ำเก็บกักได้นาน ก็เกิดการซึมผ่านใต้ดิน แล้วก็จะไปเกิดอีกจุดหนึ่ง เพิ่มปริมาณน้ำที่อยู่ใต้ดินมากขึ้น” “การที่จะทำแหล่งน้ำให้กับทุกคนทุกหมู่บ้านมันอาจจะเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าโดยธรรมชาติแล้วเนื่องจากว่าปริมาณน้ำที่อยู่ตามลำธารคูคลองต่างๆ มันมากขึ้น และก็อยู่อย่างยั่งยืนแล้ว น้ำก็จะซึมผ่านไปยังอีกหลายๆ จุด จะเพิ่มปริมาณน้ำใต้ดินมากขึ้น จะเกิดเป็นเรื่องของการดำเนินการในการใช้น้ำต่อไป ในเรื่องนี้ผมเคยอยู่ท้องถิ่นมากก่อน ผมก็ทำเรื่องนี้แล้วก็เกิดเป็นประเด็นผลประโยชน์ในการใช้น้ำมากขึ้นจริงๆ”“เรื่องที่ 2 ที่ว่าอยู่ตามชายแดนคนงานจะทะลัก ผมอยู่ทางใต้ก็มีปัญหาเดียวกัน อย่างเช่นที่ อ.เบตง จ.ยะลา แต่เนื่องจากว่าความสมดุลเรื่องการใช้แรงงานระหว่างประเทศของมาเลเซียกับไทยก็ยังมีความสมดุลกันได้อยู่ คือคนมาเลเซียจะไม่ค่อยได้เข้ามาในประเทศไทยสักเท่าไหร่ แต่จะมีคนจากพม่า เขมร ที่ผ่านมาเลเซียแล้วเข้ามาประเทศไทย ก็ใช้มาตรการร่วมระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อเข้ามากำกับดูแลปริมาณแรงงานต่างชาติที่เข้าทะลักมาประเทศไทย ซึ่งเราก็ทำได้ผลอยู่ในระดับหนึ่ง” “ในเรื่องการสนับสนุนให้ตั้งองค์กรสภาชุมชนเข้มแข็งอย่างไรนั้น ผมเห็นว่าที่ผ่านมาเราก็พยายามส่งเสริมให้มีวิสาหกิจชุมชนขึ้นมา เราก็ต้องมีการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนให้มากขึ้น ให้เกิดสภาพคล่องให้มีทุนหมุนเวียน อย่างที่หลายๆ พรรคก็มีการสนับสนุนนโยบายตรงนี้ พรรคประชาชาติก็เหมือนกัน ถึงจะเป็นพรรคเล็กๆ แต่เราจะมองอีกด้านหนึ่ง แหล่งลงทุนจะไม่ได้คาดหวังที่งบประมาณโดยลำพัง เราอาจจะต้องมีการจัดสรรที่ว่า ตอนต้นมีทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถทำเป็นเงิน ทำเป็นประโยชน์มาได้ เอาทรัพยากรธรรมชาติตั้งเป็นกองทุน 2 ระบบ เป็นกองทุนวิสาหกิจชุมชน และกองทุนของระบบการศึกษา เพื่อที่จะได้มาดำเนินการให้เกิดการขับเคลื่อนของวิสาหกิจเพื่อให้โตขึ้นในภาคเศรษฐกิจฐานรากของประเทศของเราต่อไป” “ส่วนเรื่องของความเหลื่อมล้ำในเรื่องของการใช้ที่ดิน เป็นเรื่องที่เกิดการทับซ้อนจากประกาศพื้นที่ป่า เช่น เขตป่าไม้ เขตอุทยาน ไปทับซ้อนในที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนอยู่เดิม เหล่านี้ต้องไปสำรวจแล้วก็ไปดำเนินการใหม่ แล้วอาจจะมีการจัดสรรที่ดินให้เป็นของตนเอง นโยบายของเราคือต้องการให้ทุกคนมีที่ทำกินเป็นของตนเอง ไม่น้อยกว่า 20 ไร่” “ในเรื่องการสนับสนุนให้ตั้งองค์กรสภาชุมชนเข้มแข็งอย่างไรนั้น ผมเห็นว่าที่ผ่านมาเราก็พยายามส่งเสริมให้มีวิสาหกิจชุมชนขึ้นมา เราก็ต้องมีการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนให้มากขึ้น ให้เกิดสภาพคล่องให้มีทุนหมุนเวียน อย่างที่หลายๆ พรรคก็มีการสนับสนุนนโยบายตรงนี้ พรรคประชาชาติก็เหมือนกัน ถึงจะเป็นพรรคเล็กๆ แต่เราจะมองอีกด้านหนึ่ง แหล่งลงทุนจะไม่ได้คาดหวังที่งบประมาณโดยลำพัง เราอาจจะต้องมีการจัดสรรที่ว่า ตอนต้นมีทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถทำเป็นเงิน ทำเป็นประโยชน์มาได้ เอาทรัพยากรธรรมชาติตั้งเป็นกองทุน 2 ระบบ เป็นกองทุนวิสาหกิจชุมชน และกองทุนของระบบการศึกษา เพื่อที่จะได้มาดำเนินการให้เกิดการขับเคลื่อนของวิสาหกิจเพื่อให้โตขึ้นในภาคเศรษฐกิจฐานรากของประเทศของเราต่อไป” “ส่วนเรื่องของความเหลื่อมล้ำในเรื่องของการใช้ที่ดิน เป็นเรื่องที่เกิดการทับซ้อนจากประกาศพื้นที่ป่า เช่น เขตป่าไม้ เขตอุทยาน ไปทับซ้อนในที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนอยู่เดิม เหล่านี้ต้องไปสำรวจแล้วก็ไปดำเนินการใหม่ แล้วอาจจะมีการจัดสรรที่ดินให้เป็นของตนเอง นโยบายของเราคือต้องการให้ทุกคนมีที่ทำกินเป็นของตนเอง ไม่น้อยกว่า 20 ไร่” #ประชาชนประชาชาติ เลี่อนขั้น
เขียนวันที่ 24 เมษายน 202325 เมษายน 2023“พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง” แสดงวิสัยทัศน์ สร้างรัฐสวัสดิการ-ดับไฟใต้ยั่งยืน “พ.ต.อ.ทวี” ขึ้นเวทีดีเบตของช่อง 7 HD ชูนโยบายดับไฟใต้ยั่งยืน ประกาศแก้จน นำพาประเทศสู่ “รัฐสวัสดิการ” ขอโอกาสเลือกพรรคประชาชาติเป็นรัฐบาลเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ ด้านกองเชียร์ต่างพรรคแห่ชื่นชม เหตุแสดงวิสัยทัศน์ไม่โจมตีพาดพิงพรรคอื่น เมื่อช่วงค่ำของวันจันทร์ที่ 24 เม.ย.66 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ นำคณะพรรคประชาชาติและสมาชิกพรรคร่วมเวทีดีเบตภาคใต้ ซึ่งจัดโดยสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 HD ที่สวนสาธารณะเมืองสงขลา เวทีเริ่มต้นด้วยการประชันวิสัยทัศน์ผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ โดยพรรคประชาชาติได้ส่ง นายอับดุลเราะมัน บอลอ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 7 สงขลา ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ จากนั้น พ.ต.อ.ทวี ซึ่งร่วมเวทีด้วย ได้ขึ้นกล่าวในหัวข้อ “เปิดหน้าชน ขุนพลภาคใต้” นอกจากนั้นยังได้ ร่วมตอบคำถามจากพิธีกรบนเวที อาทิ หลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจภาคใต้และรายได้ของประชาชนถดถอย จะเพิ่มศักยภาพ เติมโอกาสให้ประชาชนอย่างไร เพื่อให้คุณภาพชีวิตคนใต้ดีขึ้น และประเด็นคำถาม ในแต่ละปีรัฐบาลทุ่มงบประมาณจำนวนมากในการพัฒนาเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาความมั่นคงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีนโยบายอย่างไรที่จะยุติความขัดแย้งและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้หลุดพ้นจากความยากจน รวมถึงคำถามที่ผ่านมาคนภาคใต้ มีส่วนร่วมและมีความตื่นตัวทางการเมืองสูง คิดว่าเรื่องขั้วการเมือง ยังเป็นปัจจัยชี้ขาดในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ตอบคำถามบนเวทีตอนหนึ่งว่า ในการเลือกตั้งปี 62 พรรคประชาชาติเป็นพรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 7 คน แบบแบ่งเขต 6 คนและแบบบัญชีรายชื่อ 1 คน สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่ได้อยู่เพื่อรับใช้พรรคการเมือง และประชาชนไม่ได้อยู่เพื่อรับใช้รัฐบาล แต่รัฐบาลและพรรคการเมืองต่างหากที่จะต้องรับใช้ประชาชน ฉะนั้นพรรคประชาชาติก็จะเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศที่จะแก้ปัญหา โดยปัญหาหนึ่งก็คือ ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราจะแก้อย่างยั่งยืน นอกจากนั้นเราจะเปลี่ยน จะทำให้ประชาชนทั้งประเทศพ้นจากความยากจน เราหนีไม่พ้นการแก้ปัญหาความยากจนด้วยการนำประเทศไปสู่รัฐสวัสดิการ พรรคประชาชาติจะทำให้คนมีสิทธิเสมอกัน และจะทำให้เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกิน อย่างน้อยครัวเรือนละ 20 ไร่ มีนโยบายเรียนฟรีมีคุณภาพถึงปริญญาตรี นี่คือสิ่งที่พรรคประชาชาติจะทำให้พี่น้องประชาชน ต่อจากนั้น พ.ต.อ.ทวี ยังได้นำคณะลงพื้นที่ไปที่ ร้านบังไลท์ ณ เขต 8 เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นศูนย์รวมของนักเรียน นักศึกษา เยาวชน คนทำงานที่มาจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โอกาสนี้ พ.ต.อ.ทวี ได้พบปะและพูดคุยขอคะแนนให้กับผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ปัตตานี เขต 1 ยะลา และเขต 5 นราธิวาส พร้อมทั้งได้ชิมโรตีกับกาแฟโบราณ ซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อของทางร้าน ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างมาก โดยได้ร่วมพูดคุยนโยบายของพรรคประชาชาติ ซึ่งเยาวชนคนรุ่นใหม่สนใจนโยบายไม่เอากัญชาเสรี และล้างหนี้ กยศ. รวมถึงเรียนฟรีมีคุณภาพจนจบปริญญาตรี นอกจากนั้นยังให้ความสนใจนโยบายสร้างสันติภาพชายแดนใต้ และสร้างรัฐสวัสดิการของพรรคประชาชาติอีกด้วย #ประชาชนประชาชาติ เลี่อนขั้น
เขียนวันที่ 20 เมษายน 202321 เมษายน 2023“พ.ต.อ.ทวี” ลงพื้นที่ชายแดนใต้ต่อเนื่อง ร่วมละศีลอดที่โรงเรียนสัมพันธ์วิทยา เจาะไอร้อง นราธิวาส ประกาศหนุนพัฒนาการศึกษา เพราะการศึกษาจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง พ.ต.อ ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ นำคณะพรรคประชาชาติเดินทางลงพื้นที่ร่วมละศีลอด ที่โรงเรียนสัมพันธ์วิทยา ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส โดยมีคณะผู้บริหารโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน โอกาสนี้ พ.ต.อ ทวี ได้กล่าวกับผู้มาร่วมละศีลอดว่า เดือนรอมฎอนเป็นเดือนอันประเสริฐ วันนี้ก็อยู่ในช่วงสุดท้ายของเดือน ก็จะรายอแล้ว ตนคิดว่าประเทศไทยเราโชคดีที่มีพี่น้องอิสลามอยู่ในพื้นที่ และฮาลาลของประเทศไทยได้รับการยอมรับไปทั่วโลก สาเหตุของการยอมรับ ส่วนหนึ่งไม่ได้มองว่าเป็นประเทศที่มีมุสลิมมากหรือน้อย แต่เกิดจากคำว่า “ปัตตานี” พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงเรื่องการบูรณะบริเวณโดยรอบมัสยิดตะโละมาเนาะ หรือมัสยิด 300 ปี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งเคยวางแผนจะทำให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ เป็นศูนย์กลางของส่วนรวม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต.ว่า เมื่อพ้นจากตำแหน่งไป ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้การบูรณะไม่ได้เกิด “หลังจากรายอ จะมีเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น ก็คือการเลือกตั้ง การเลือกตั้งครั้งนี้อยากให้ทุกคนภูมิใจว่าทุกคนมีพรรคการเมืองของบ้านเรา มีพรรคการเมืองของเราเอง พรรคการเมืองที่มีทั้งหมดเกือบร้อยพรรค จะเป็นพรรคการเมืองของคนอื่นหมด แม้แต่พรรคที่หัวหน้าพรรคอยู่ภาคใต้ แต่พรรคการเมืองก็เป็นคนของกรุงเทพฯ” “แต่พรรคประชาชาติเป็นพรรคการเมืองของคนปัตตานี ของคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยน นโยบายของพรรคเกิดจากอุดมการณ์ของพี่น้องทั้งหมดที่เราต้องการมาเปลี่ยนแปลง เราหนีไม่พ้น เราต้องเอาการศึกษานำการเมืองการทหาร” “สิ่งที่เคยแสดงจุดยืนอีกอย่างหนึ่งก็คือ ต้องเอาความรู้และปัญญานำหน้า การเมือง การทหารต้องตามหลัง เพราะการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงด้วยความรู้ การศึกษาสามารถแก้ปัญหาความยากจนได้” “พรรคประชาชาติมีนโยบายสำคัญ คือพรรคประชาชาติสร้างคน เพื่อจะให้ประชาชนไปสร้างชาติ คนต้องมีการศึกษาฟรีมีคุณภาพถึงปริญญาตรี โดยเฉพาะพี่น้องมุสลิม เราต้องยอมรับว่าพี่น้องมุสลิมเป็นศาสนาที่ใช้ประโยชน์จากมนุษย์มากที่สุด เป็นศาสนาที่ใช้ประโยชน์จากมนุษย์ยาวนานที่สุด เป็นศาสนาที่ให้ความสำคัญของมนุษย์มากที่สุด” พ.ต.อ.ทวี กล่าว #ประชาชนประชาชาติ เลี่อนขั้น
เขียนวันที่ 18 เมษายน 202319 เมษายน 2023“มนตรี บุญจรัส” สักการะศาลหลักเมืองอ่างทอง ยืนยันพรรคประชาชาติ เดินหน้าสู้ศึกเลือกตั้งเต็มที่ (18 เมษายน 2566) ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลหลักเมือง จังหวัดอ่างทอง ว่า เมื่อเวลา 13.13น. ที่ผ่านมา นายมนตรี บุญจรัส กรรมการบริหารพรรคประชาชาติ และรองโฆษกพรรคประชาชาติ ในฐานะ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ หมายเลข 11 พร้อมทีมงานและผู้สนับสนุน เข้าไหว้สักการะศาลหลักเมืองของจังหวัดอ่างทอง บริเวณตรงข้ามศาลากลางจังหวัดอ่างทอง ก่อนจะพาคณะลงพื้นที่ติดป้ายหาเสียงทั่วจังหวัดอ่างทอง ทำความเข้าใจกับประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดอ่างทอง เพื่อทำประชาสัมพันธ์นโยบายพรรค และแนะนำตัวผู้สมัคร ให้เข้าถึงประชาชนได้มากที่สุด เพราะเหลืออีกเพียงไม่ถึงเดือนก็จะถึงวันเลือกตั้ง นายมนตรี บุญจรัส ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ระบุว่า พรรคประชาชาติรับฟังเสียงพี่น้องเกษตรกร ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของประเทศ ภาคเกษตรถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เนื่องจากเป็นต้นทางของปัจจัยในการดำรงชีวิต ทั้งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค รวมทั้งยังเป็นแหล่งรองรับแรงงานจากภาคการผลิตอื่น ๆ “พรรคประชาชาติ มีนโยบายขับเคลื่อนภาคเกษตรในมิติต่าง ๆ ทั้งการสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานของการทำเกษตร การบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาระบบขนส่ง การส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรอง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาช่องทางการตลาดที่หลากหลาย ตลอดจนการแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่ออาชีพเกษตรกร ครับ” นายมนตรี บุญจรัส กล่าว นายมนตรี บุญจรัส กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการรับฟังเสียงประชาชน พบว่า ประชาชนรวมทั้งพี่น้องเกษตรกร ในพื้นที่จังหวัดอ่างทองพร้อมให้กำลังใจพรรคประชาชาติ และพรรคประชาชาติเองก็มีความพร้อมเต็มที่ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ซึ่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคทุกคน ยังคงลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ศาลหลักเมือง ของจังหวัดอ่างทองอยู่ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัด เป็นอาคารจตุรมุข ตัวศาลสูงจากพื้นประมาณ 1.5 เมตร ศาลหลักเมืองจังหวัดอ่างทองเป็นศาลหลักเมืองแห่งที่ 2 ต่อจากศาลหลักเมือง กรุงเทพฯ ที่มีการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังทั้ง 4 ด้าน ภายในศาลมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่งงดงามมาก เสาหลักเมืองประดิษฐานอยู่ในศาลหลักเมืองบนแท่นแปดเหลี่ยม พื้นปูด้วยหินอ่อน ทำจากไม้ชัยพฤกษ์ คัดจาก 1 ใน 5 ต้น ที่นิคมสร้างตนเองพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี มีลักษณะที่เรียกว่าไม้ขานาง คือ ลำต้นตรงขึ้นไปแล้วแยกเป็น 2 กิ่งแบบง่ามหนังสติ๊กโบราณ ถือเป็นไม้มงคล ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงบ่าย นายมนตรี บุญจรัส ได้เดินทางพร้อมคณะเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของจุดติดตั้งป้ายหาเสียงของพรรคประชาชาติทั่วทั้งจังหวัดอ่างทอง พร้อมแวะรับประทานอาหารที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดริมคลอง ซึ่งเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดเจ้าแรกในอ่างทอง ที่เปิดมานานกว่า 20 ปี โดยมีคุณตุ๋ม-บังอร และคุณพร เจ้าของร้านชูนิ้วมือ แสดงสัญลักษณ์ หมายเลข 11 พร้อมกล่าวอวยพรเพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วย #ประชาชนประชาชาติ เลี่อนขั้น