พรรคประชาชาติ

ชาติของประชาชน บนฐานสังคมพหุวัฒนธรรม

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ

ขอสนับสนุนร่างยกเลิกคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 14/2559 จริงๆแล้วในส่วนของพรรคประชาชาติได้ยื่นขอให้มีการยกเลิกคำสั่ง คสช. ฉบับนี้มาก่อนแล้ว เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 แต่เราเห็นว่าคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวกับการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการยืดเยื้อมานาน ซึ่งไม่ใช่แค่คำคำสั่งเฉพาะที่ 14/2559 ก่อนหน้านี้ มีคำสั่ง 2 ฉบับ คือคำสั่งที่ 98/2557 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2557 และคำสั่งที่ 57/2559 ลงวันที่ 15 กันยายน 2559 รวม 3 ฉบับที่มีการยื่นญัตติไป แต่เนื่องจากว่าอีก 2 คำสั่งนอกเหนือจากคำสั่งที่ 14 เกี่ยวข้องกับการเงิน ทางสภาจึงมีหนังสือแจ้งมายังพรรคประชาชาติในฐานะเจ้าของญัตติ ว่าต้องส่งให้คณะรัฐมนตรีรับรอง จึงเป็นที่มาว่าพรรคประชาชาติไม่ได้เป็นหนึ่งในเจ้าของญัตติให้ยกเลิกเฉพาะคำสั่งที่ 14/2559 ซึ่งเป็นญัตติของสภาในวันนี้ แต่อย่างไรก็ตาม อย่างที่กล่าวไปตั้งแต่ต้นว่า พรรคประชาชาติเห็นด้วยอย่างยิ่งให้มีการยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการพูดถึงอยู่ตลอดในฝ่ายบริหารเพื่อต้องการแก้ไขปัญหาที่มีการยืดเยื้อมาหลายสิบปี เพราะปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการเชื่อมโยงในหลายมิติ มีความละเอียดอ่อน หนึ่งในเงื่อนไขและเหตุการณ์ที่ยังคงอยู่ คือ เรื่องการกำหนดนโยบายที่ผิดพลาดของฝ่ายบริหารในแต่ละยุคและแต่ละสมัย หนึ่งในนั้นที่มีความผิดพลาดคือคำสั่ง คสช.

พรบ.ศอ.บต. 2553 ได้ตราขึ้นตามเจตนา โดยเป้าประสงค์ให้ ศอ.บต. พัฒนาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ควบคู่กันไป เป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐ โดยมาตรา 19 ให้อำนาจหน้าที่ของสภาที่ปรึกษาซึ่งมาจากภาคประชาชนมีส่วนร่วม หลายหน่วยงาน หลายองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรผู้นำด้านศาสนา ผู้นำท้องถิ่น เราคนในพื้นที่ใช้สภาแห่งนี้เป็นเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ปรากฏว่าอย่างที่สมาชิกได้อภิปรายก่อนหน้านี้ หลังจากเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร การที่มีคำสั่ง 14/2559 เปรียบเสมือนว่าการแก้ไขกฎหมายที่ไม่ได้ผ่านสภาฯ แต่อาศัยรัฐธรรมนูญชั่วคราวในขณะนั้นมาตรา 44 ให้อำนาจ คสช. ได้ออกคำสั่งต่างๆหลาย 100 ฉบับ อย่างที่ทราบกันดีว่าคำสั่ง คสช. กระทบทุกโครงสร้างต่างๆ ในการบริหารประเทศ นั่นก็คือปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ไปออกคำสั่งปิดปาก เสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนและสภาที่ปรึกษาไม่มีอีกแล้ว แต่วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559 ปัญหาหลายๆอย่าง ที่พี่น้องฝากถึงสภาที่ปรึกษาที่มาจากองค์กรศาสนาทุกศาสนา จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คสช. ไปปิดปากโดยให้ กอ.รมน. เป็นผู้นำในการตั้งสภาที่ปรึกษา แน่นอนที่สุดก่อนหน้านี้ที่ได้รับผลกระทบและถูกปิดปาก เขาไม่ได้ส่งเสียง เพราะส่งเสียงไปก็หาว่าเป็นมุสลิมหัวรุนแรง สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องส่งแทนพวกเขาเหล่านี้อยากให้ ศอ.บต กลับมาเป็นเหมือนเดิมตามมาตรา 19 และอำนาจหน้าที่มาตราที่ 23 และหลายๆประเด็นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราไม่มีตัวแทนของ ศอ.บต ที่จะส่งเสียงให้ฝ่ายบริหารรับฟัง

ประธานที่เคารพ การปิดปากในลักษณะนี้ ถึงเวลาแล้วที่สภาฯต้องหยิบยกยกเลิกคำสั่งของ คสช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระบวนการสันติภาพต้องควบคู่การพัฒนา กระบวนการสันติภาพที่กำลังมีขึ้นตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่ง เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 ให้มีคณะพูดคุยเพื่อกระบวนการสันติภาพ อยู่ในคณะพูดคุยที่มีการแต่งตั้งนอกจากกระทรวงยุติธรรมและมีตัวแทนของ ศอ.บต สิ่งต่างๆเหล่านี้ถ้าเรามีสภาที่ปรึกษากลับคืนมา อย่างน้อยที่สุดทิศทางกระบวนการสันติภาพที่มี ศอ.บต เป็นหนึ่งในคณะพูดคุยได้ก็จะได้ฟังเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนให้มามีส่วนร่วมในการพูดคุยผ่าน ศอ.บต ด้วยเหตุดังกล่าว ประชาชาติเราจึงสนับสนุนและยินดีจากการฟังอภิปรายทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลและเชื่อว่าการนำพระราชบัญญัติ ศอ.บต 2553 โดยการยกยกเลิกคำสั่ง คสช. ให้มาตรา 19 ทำหน้าที่เป็นไปตามกลไกและตามเจตนารมย์ของ ศอ.บต จะทำให้ส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาและการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิมนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต 5

ขอสนับสนุนร่างยกเลิกคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 14/2559 จริงๆแล้วในส่วนของพรรคประชาชาติได้ยื่นขอให้มีการยกเลิกคำสั่ง คสช. ฉบับนี้มาก่อนแล้ว เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 แต่เราเห็นว่าคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวกับการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการยืดเยื้อมานาน ซึ่งไม่ใช่แค่คำคำสั่งเฉพาะที่ 14/2559 ก่อนหน้านี้ มีคำสั่ง 2 ฉบับ คือคำสั่งที่ 98/2557 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2557 และคำสั่งที่ 57/2559 ลงวันที่ 15 กันยายน 2559 รวม 3 ฉบับที่มีการยื่นญัตติไป แต่เนื่องจากว่าอีก 2 คำสั่งนอกเหนือจากคำสั่งที่ 14 เกี่ยวข้องกับการเงิน ทางสภาจึงมีหนังสือแจ้งมายังพรรคประชาชาติในฐานะเจ้าของญัตติ ว่าต้องส่งให้คณะรัฐมนตรีรับรอง จึงเป็นที่มาว่าพรรคประชาชาติไม่ได้เป็นหนึ่งในเจ้าของญัตติให้ยกเลิกเฉพาะคำสั่งที่ 14/2559 ซึ่งเป็นญัตติของสภาในวันนี้ แต่อย่างไรก็ตาม อย่างที่กล่าวไปตั้งแต่ต้นว่า พรรคประชาชาติเห็นด้วยอย่างยิ่งให้มีการยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการพูดถึงอยู่ตลอดในฝ่ายบริหารเพื่อต้องการแก้ไขปัญหาที่มีการยืดเยื้อมาหลายสิบปี เพราะปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการเชื่อมโยงในหลายมิติ มีความละเอียดอ่อน หนึ่งในเงื่อนไขและเหตุการณ์ที่ยังคงอยู่ คือ เรื่องการกำหนดนโยบายที่ผิดพลาดของฝ่ายบริหารในแต่ละยุคและแต่ละสมัย หนึ่งในนั้นที่มีความผิดพลาดคือคำสั่ง คสช.

พรบ.ศอ.บต. 2553 ได้ตราขึ้นตามเจตนา โดยเป้าประสงค์ให้ ศอ.บต. พัฒนาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ควบคู่กันไป เป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐ โดยมาตรา 19 ให้อำนาจหน้าที่ของสภาที่ปรึกษาซึ่งมาจากภาคประชาชนมีส่วนร่วม หลายหน่วยงาน หลายองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรผู้นำด้านศาสนา ผู้นำท้องถิ่น เราคนในพื้นที่ใช้สภาแห่งนี้เป็นเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ปรากฏว่าอย่างที่สมาชิกได้อภิปรายก่อนหน้านี้ หลังจากเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร การที่มีคำสั่ง 14/2559 เปรียบเสมือนว่าการแก้ไขกฎหมายที่ไม่ได้ผ่านสภาฯ แต่อาศัยรัฐธรรมนูญชั่วคราวในขณะนั้นมาตรา 44 ให้อำนาจ คสช. ได้ออกคำสั่งต่างๆหลาย 100 ฉบับ อย่างที่ทราบกันดีว่าคำสั่ง คสช. กระทบทุกโครงสร้างต่างๆ ในการบริหารประเทศ นั่นก็คือปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ไปออกคำสั่งปิดปาก เสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนและสภาที่ปรึกษาไม่มีอีกแล้ว แต่วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559 ปัญหาหลายๆอย่าง ที่พี่น้องฝากถึงสภาที่ปรึกษาที่มาจากองค์กรศาสนาทุกศาสนา จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คสช. ไปปิดปากโดยให้ กอ.รมน. เป็นผู้นำในการตั้งสภาที่ปรึกษา แน่นอนที่สุดก่อนหน้านี้ที่ได้รับผลกระทบและถูกปิดปาก เขาไม่ได้ส่งเสียง เพราะส่งเสียงไปก็หาว่าเป็นมุสลิมหัวรุนแรง สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องส่งแทนพวกเขาเหล่านี้อยากให้ ศอ.บต กลับมาเป็นเหมือนเดิมตามมาตรา 19 และอำนาจหน้าที่มาตราที่ 23 และหลายๆประเด็นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราไม่มีตัวแทนของ ศอ.บต ที่จะส่งเสียงให้ฝ่ายบริหารรับฟัง

ประธานที่เคารพ การปิดปากในลักษณะนี้ ถึงเวลาแล้วที่สภาฯต้องหยิบยกยกเลิกคำสั่งของ คสช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระบวนการสันติภาพต้องควบคู่การพัฒนา กระบวนการสันติภาพที่กำลังมีขึ้นตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่ง เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 ให้มีคณะพูดคุยเพื่อกระบวนการสันติภาพ อยู่ในคณะพูดคุยที่มีการแต่งตั้งนอกจากกระทรวงยุติธรรมและมีตัวแทนของ ศอ.บต สิ่งต่างๆเหล่านี้ถ้าเรามีสภาที่ปรึกษากลับคืนมา อย่างน้อยที่สุดทิศทางกระบวนการสันติภาพที่มี ศอ.บต เป็นหนึ่งในคณะพูดคุยได้ก็จะได้ฟังเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนให้มามีส่วนร่วมในการพูดคุยผ่าน ศอ.บต ด้วยเหตุดังกล่าว ประชาชาติเราจึงสนับสนุนและยินดีจากการฟังอภิปรายทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลและเชื่อว่าการนำพระราชบัญญัติ ศอ.บต 2553 โดยการยกยกเลิกคำสั่ง คสช. ให้มาตรา 19 ทำหน้าที่เป็นไปตามกลไกและตามเจตนารมย์ของ ศอ.บต จะทำให้ส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาและการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม

ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๔/๒๕๕๙
เรื่อง คณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแคนภาคใต้
และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
ลงวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙

#ประชาชนประชาชาติ