“ทวี” ค้านรัฐ ขายที่ดินให้ต่างชาติ

           พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีราชชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ เผยแพร่ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

“ขายที่ดินให้ต่างชาติ” รัฐสร้างความสุขให้เศรษฐีบนความทุกข์ของประชาชน

            คณะรัฐมนตรี เห็นชอบ กฎกระทรวงเรื่องให้สิทธิต่างชาติศักยภาพสูง 4 กลุ่ม ถือครองที่ดินได้ไม่เกิน 1 ไร่ โดยต้องลงทุนไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท อย่างน้อย 3 ปี กลายเป็นที่ฮือฮาอีกครั้งสำหรับมติ ครม.ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ถูกตราหน้าจากสังคมว่าเป็น “กฎหมายขายชาติ” ขณะที่สังคมไทยมีความเหลื่อมล้ำในการเป็นกรรมสิทธิ์ในการถือครองที่ดินมากที่สุด การกระจุกตัวของโฉนดที่ดิน (นายทุนกักตุนที่ดิน) ข้อมูลจากกรมที่ดินพบว่า ที่ดินที่ผู้ครอบครองเกิน 50 ไร่มีเพียง 44,931 คน ถ้าคิดประเทศไทยมี 66 ล้านคน คนที่มีที่ดินเกินกว่า 50 ไร่ ถือว่ากระจุกตัวอยู่กับคนเพียง 0.06 %

            ข้อมูลความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างการถือครองที่ดินที่ถ่างเพิ่มขึ้น คนเพียง 1 % ของประเทศ ถือครองที่ดินมากถึง 22,522,047 ล้านไร่ หรือมากกว่าพื้นที่ 7 จังหวัดภาคตะวันออกรวมกัน ขณะที่ร้อยละ 20 ของกลุ่มที่ถือครองที่ดินน้อยที่สุด กลับถือครองที่ดินเพียงแค่ 232,790 ไร่ (ข้อมูลจากงานวิจัย ‘รวยกระจุก จนกระจาย: ความเหลื่อมล้ำกับการปฏิรูปภาษีที่ดิน’ ของ รศ.ดร.ดวงมณี เลาวกุล) และ บุคคลที่ถือครองที่ดินมากที่สุดมีที่ดิน 631,263 ไร่ หรือเกือบใกล้เคียงพื้นที่ของจังหวัดภูเก็ตสองจังหวัดต่อกัน ขณะที่ผู้ถือครองเล็กที่สุดมีเพียงแค่ 1 ตารางวาเท่านั้น (ข้อมูลจากงานวิจัย ‘รวยกระจุก จนกระจาย: ความเหลื่อมล้ำกับการปฏิรูปภาษีที่ดิน’ ของ รศ.ดร.ดวงมณี เลาวกุล)

  • ที่ดินร้อยละ 70 ถูกปล่อยทิ้งไว้ให้รกร้างว่างเปล่า ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ หรือใช้ประโยชน์ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของพื้นที่ มีจำนวนมากประเมินเป็นมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจ 127,000 ล้าน บาทต่อปี (มูลนิธิสถาบันที่ดินฯ, 2544)

            มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2564 ให้แก้ไขกฎหมายหรือกฎระเบียบ เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดิน รวมทั้งเห็นชอบ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เศรษฐีต่างชาติอยู่อาศัยในประเทศ ไทยได้ในระยะยาว และสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ทั้งถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดเกินกว่า 49% ถือครองกรรมสิทธิ์ในโครงการบ้านจัดสรรได้และขยายสิทธิ์การเช่าระยะยาว ต่ออายุได้ถึง 99 ปี แอบอ้างว่าเพื่อเป้าหมายดึงเม็ดเงินเข้า ประเทศ 1 ล้านล้านบาทภายใน 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2565

            ต่อมา เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวซึ่งระบุว่า สาระสำคัญของกฎกระทรวง ต่างชาติที่ซื้อที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ ต้องเป็นกลุ่มคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูง 4 ประเภท ลงทุนในธุรกิจหรือกิจการประเภทหนึ่งประเภทใด ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท และต้องดำรงการลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี ประเภทการลงทุน เช่น ใน พันธบัตรรัฐบาลไทย การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมเป็นที่ดินภายในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล หรืออยู่ภายในบริเวณที่กำหนดเป็นเขตที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง และต้องอยู่นอกเขตปลอดภัยในราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหาร

นโยบายขายที่ดินให้ต่างชาติช่างย้อนแย้งกับประชาชนที่ไร้ความมั่นคงในที่ดิน ซึ่งใน ปี 2561 ครัวเรือนในภาคการเกษตร จำนวน 5 ล้านครัวเรือน ยังไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกินของตนเอง จำนวน 40% (ทะเบียนเกษตรกร พ.ศ.2561)

  • คนรายได้น้อยในชุมชนแออัด 633,000 คน เข้าไม่ถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ
  • การกระจุกของที่ดินไทยอย่างไม่เป็นธรรม เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ประเทศไทยติดอันดับโลกเรื่องความเหลื่อมล้ำ

           รายงานของThe Credit Suisse Global Wealth Report 2018 ระบุคนไทยเพียง 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นถือครองความมั่นคั่งหรือมีทรัพย์สินรวม 66.9 เปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ เท่ากับว่าคนไทยจำนวน 95 เปอร์เซ็นต์ถือครองทรัพย์สินเพียงร้อยละ 33.1 ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ

เป็นตัวเลขที่สะท้อนว่า ไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก เรียงลำดับ 4 อันดับ คือ

อันดับ 1 คือ ไทย ประชากร 1 เปอร์เซ็นต์ มีทรัพย์สินรวม 66.9 เปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ

อันดับ 2 คือ รัสเซีย ประชากร 1 เปอร์เซ็นต์ มีทรัพย์สินรวม 57.1 เปอร์เซ็นต์ ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ

อันดับ 3 ได้แก่ ตุรกี ประชากร 1 เปอร์เซ็นต์ มีทรัพย์สินรวม 54.1 เปอร์เซ็นต์ ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ

อันดับ 4 ได้แก่ อินเดีย ประชากร 1 เปอร์เซ็นต์ มีทรัพย์สินรวม 51.5 เปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ

           รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ฯ ประสบความล้มเหลวและล้มละลายในการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะไม่สามารถจัดให้มีการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม นโยบายขายที่ดินให้ต่างชาติที่รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ฯพุดขึ้นมาใหม่จึงเป็นเรื่องเศร้าที่รัฐสร้างความสุขให้เศรษฐีบนความทุกข์ของประชาชน

#ประชาชนประชาชาติ

“ประชาชาติ” ร่วมเสวนาพรรคฝ่ายค้าน ถอดบทเรียนเหตุการณ์หนองบัวลำภู

          (29 ตุลาคม 2565) จากโรงแรม อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร ว่า โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2566 จัดเวทีเสวนา “ถอดบทเรียนเหตุการณ์หนองบัวลำภู” โดยมีตัวแทนจาก 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าร่วม อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล ร.อ.จารุพล เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคเพื่อชาติ รวมถึง นายอับดุลเราะมัน มอลอ ผู้ช่วยผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ และผู้แทนพรรคประชาชาติ เป็นต้น

        ภายในงานมีปาฐกถาพิเศษ ถึงเหตุการณ์ในวันที่ 6 ตุลา 2565 เกิดเหตุโศกนาฎกรรมที่ จ.หนองบัวลำภู ทำให้มีผู้เสียชีวิต 37 ราย เป็นเด็กถึง 24 ราย แบ่งเป็นเด็กเล็ก 23 ราย และเด็กประถมวัย 1 ราย โดยเนื้อหาภายในงาน ระบุว่า วันนี้ฝ่ายค้านไม่ได้ต้องการตอกย้ำการสูญเสีย หรือพูดเพื่อหาเสียง แต่เป็นการหาทางออกให้ประเทศ และเป็นการถอดบทเรียน โดยจะนำการถอดบทเรียนนี้ไปใช้ในการตรวจสอบถ่วงดุลในสภาฯ ซึ่งฝ่ายค้านจะยื่นญัตติด่วน เรื่องเหตุการณ์หนองบัวลำภู ในวันที่ 3 พฤศจิกายน นี้ เพื่อนำไปเป็นข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายมนตรี บุญจรัส รองโฆษกพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย นายพลรักษ์ รักษาพล ในฐานะคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคประชาชาติ และ นายศุภณัฐ กิ่งแก้ว ในฐานะกลุ่มคนรุ่นใหม่ พรรคประชาชาติ เดินทางมาร่วมกิจกรรมการเสวนาด้วย โดยมีประชาชนที่สนใจเดินทางมาเข้าร่วมรับฟัง กว่า 500 คน

#ประชาชนประชาชาติ

“ทวี สอดส่อง” ลงพื้นที่อ่างทอง ห่วงมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัย-ให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย

          (28 ตุลาคม 2565) อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และ เลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย นายมนตรี บุญจรัส รองโฆษกพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม และ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย, นางสาวธนัญญรัชช์ เศรษฐาธิรัชฎ์ และ นายไชยพล เดชตระกูล ในฐานะคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคประชาชาติ

          เดินทางมาลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชนจุดพักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วมอำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง จากสถานการณ์คันกั้นน้ำหมู่ที่ 1,7 บริเวณวัดไทรย์พังทำให้กระแสน้ำจากทุ่งขุนอินทประมูลไหลลงคลอง 3  ซ้าย ทะลักเข้าท่วมพื้นที่และผิวจราจรถนนสาย 3064 อ่างทอง – โพธิ์ทอง สามแยกป่างิ้วเป็นบริเวณกว้าง โดย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และ เลขาธิการพรรคประชาชาติ ได้สนทนา

          แลกเปลี่ยนความเห็นประชาชนเรื่องผลกระทบอุทกภัยน้ำท่วม และสอบถามเรื่องมาตรการการเยียวยาช่วยเหลือจากทางภาครัฐ ทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบบริเวณกว้าง ในตำบลบางพลับ ตำบลอินทรประมูล อำเภอโพธิ์ทอง ทั้งนี้ เฉพาะชาวบ้านในพื้นที่ตำบลป่างิ้ว ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง ยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างต่อเนื่องกว่า 600 หลังคาเรือน ประชาชนต้องช่วยกันขนย้ายอพยบชาวบ้านที่ติดค้างอยู่ภายในบ้านออกมาพร้อมนำข้างโดยบางส่วนมีการได้อพยพชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมไปทำการพักชั่วคราว ที่บริเวณ อบจ.อ่างทอง ทั้งนี้ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง และคณะ ได้เดินทางต่อไปยัง ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลอินทร์ประมูล เพื่อสนทนาและสอบถามถึงมาตรการในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมกับผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลอินทร์ประมูลด้วย โดยใช้เวลา สนทนานานกว่า 1 ชั่วโมง โดย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง และคณะ ยังได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากกรณีมีผู้ร้องเรียนปัญหาจากกลุ่มผู้แทนวินมอเตอร์ไซค์ในจังหวัดอ่างทองด้วย ก่อนเดินทางกลับในเวลา 13.00น.

#ประชาชนประชาชาติ

“ประชาชาติ” ห่วงน้ำท่วมพืชผลการเกษตร ผักราคาพุ่ง สินค้าขาดตลาด

นายมนตรี บุญจรัส รองโฆษกพรรคประชาชาติ ในฐานะ ที่ปรึกษากรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม และ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย เผยแพร่ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยระบุว่า จากข่าวที่ปรากฎทางสื่อมวลชน รายงานจากตลาดทรัพย์สินพลาซ่า เทศบาลนครสงขลา ว่า ผักหลายชนิดราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นหอม จากปกติ 160-170 บาทต่อกิโลกรัม แต่วันนี้ราคาพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 220 บาทแล้ว ผักชี 170 บาท ผักกาดหอม กิโลฯละ 110 บาท ผักคะน้า 60 บาท ส่วนผักบุ้งจีน วันนี้ไม่มีขาย ของขาดตลาด เนื่องจากแหล่งปลูกผักในพื้นที่ภาคกลาง ฝนตกและน้ำท่วม ส่งผลพื้นที่เพาะปลูกเสียหาย ส่งผลผักออกสู่ตลาดลดลง ส่วนที่ตลาดริมน้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี ที่วันนี้เปิดให้พ่อค้า-แม่ค้า กลับมาขายของกันอีกครั้ง หลังน้ำลด ปกติจะมีชาวบ้านนำพืชผักพื้นบ้านที่ปลูกกันเองมาขายในราคาไม่แพง แต่เกิดน้ำท่วมทำให้พื้นที่ปลูกผักถูกน้ำท่วมเสียหายอย่างสิ้นเชิง ทำให้แม่ค้าต้องไปรับผักจากตลาดไท และสี่มุมเมืองมาวางขายแทน ซึ่งผักสดเกือบทุกชนิด ราคาขยับแพงขึ้นมาก อย่างต้นหอม จากราคากิโลกรัมละ 150 บาท ขึ้นเป็น 220 บาท ถั่วฝักยาวจากกิโลกรัมละ 40 บาท ขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 70 บาท และผักบุ้งจีนจากราคากิโลกรัมละ 40 บาท ขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 90 บาท เป็นต้น ซึ่งแม่ค้าบอกว่า ราคาผักยังมีแนวโน้มที่จะปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกว่าที่ชาวสวนจะกลับมาปลูกผักรอบใหม่และส่งออกตลาด ต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 1 เดือน

นายมนตรี บุญจรัส ระบุ “ส่วนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา ประสบกับปัญหาฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผักหลายชนิดเกิดใบขึ้นรา เน่าเสีย เป็นจำนวนมาก จึงเก็บผลผลิตขายได้น้อย ประกอบกับราคาน้ำมันก็แพงขึ้น ทำให้ต้นทุนการปลูกผักสูงขึ้นตามไปด้วย เกษตรกรได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า พ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อก็ต้องตั้งราคาแข่งกันเพื่อให้สามารถซื้อผักไปขายในตลาดได้ ทำให้ตอนนี้ผักหลายชนิดปรับขึ้นราคาต่อเนื่อง แม้ว่าผักจะขายได้ราคาดี แต่ต้นทุนการปลูกก็สูง และราคาก็ไม่แน่นอน”

“ผมฝากถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือความเดือดร้อนของเกษตรกร อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรและให้ความช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วนในทุกมิติ ภาครัฐควรขยายมิติการทำงานเชิงนโยบายเกษตร รวมถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจการเกษตร เพื่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจด้านการเกษตรของประเทศไทย จะได้ช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไปครับ” นายมนตรี บุญจรัส กล่าว

#น้ำท่วม

#ประชาชนประชาชาติ

“ประชาชาติ” ส่งเสริมผู้ประกอบการร้านอาหารไทย-ต้มยำมาเลเซีย แลกเปลี่ยนความเห็น “เชฟทองเลียบ-วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

(21 ตุลาคม 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานจากงานนิทรรศการ TRAFS :Thailand Retail,Food & Hospitality Services ณ ห้องแสดงสินค้าและนิทรรศการ EH102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร ว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และ เลขาธิการพรรคประชาชาติ และ นายไชยพล เดชตระกูล ในฐานะคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคประชาชาติ , เชฟทองเลี่ยม พุกทอง นายกสมาคมเดอะเชฟ ประเทศไทย , นางเบญจวรรณ ปกป้อง ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร และ นายอุกฤษฏ์ วัชระพิริยะกุล รองผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร ร่วมให้การต้อนรับ กลุ่มคณะผู้ประกอบการร้านอาหารไทย ร้านต้มยำ ในประเทศมาเลเซีย ในโอกาสที่เดินทางมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการขับเคลื่อนโยบายการส่งเสริมผู้ประกอบการร้านอาหารไทย ร้านต้มยำในประเทศมาเลเซีย

ทั้งนี้ เชฟทองเลี่ยม พุกทอง นายกสมาคมเดอะเชฟ ประเทศไทย พร้อมด้วย นางเบญจวรรณ ปกป้อง ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร ได้นำ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และ เลขาธิการพรรคประชาชาติ และ คณะผู้ประกอบการร้านอาหารไทย ร้านต้มยำ ในประเทศมาเลเซีย เดินนำชมการสาธิตการทำส้มตำและน้ำสมุนไพรผสมผักรวม ภายในบูทของวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร และบูทต่าง ๆ ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายมนตรี​ ปุณณมากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร​ บริษัท​ ไทยเมดิเคิลกรุ๊ป​ จำกัด ได้เข้ามาทักทาย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง และ คณะผู้ประกอบการร้านอาหารไทย ร้านต้มยำในประเทศมาเลเซีย พร้อมนำชมบูท แสดงการสาธิตขั้นตอนการผลิตถุงมือยางตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสินค้าของผู้ประกอบการไทย และถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกด้วย

#ประชาชนประชาชาติ

“ประชาชาติ” หนุนใช้เทคโนโลยี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

พรรคประชาชาติ ว่า นายฐาคณิษฐ์ พรทองประเสริฐ รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ ในฐานะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยให้เติบโต ต้องคำนึงถึงความยั่งยืน ซึ่งเป็นสิ่งที่นานาประเทศให้ความสำคัญเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ ซึ่งทั่วโลกตั้งเป้าที่จะทำให้ได้ภายในปี 2573 ทั้งนี้ ไทยเอง ควรพัฒนาโมเดลการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยี ให้เป็นวาระแห่งชาติที่จะพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย มีการพัฒนาต่อยอดโดยใช้ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ 

นายฐาคณิษฐ์ พรทองประเสริฐ ระบุว่า “ปัจจุบันแนวโน้มในอนาคตจะเปลี่ยนไปทั้งเทคโนโลยี การก้าวเข้าสู้สังคมผู้สูงอายุ รวมถึงกลุ่มแรงงานที่มีแนวโน้มจำนวนลดลง การเตรียมรับมือเป็นเรื่องสำคัญ จึงต้องพยายามผลักดันเศรษฐกิจแบบใหม่ที่เน้นที่ใช้ความรู้ เทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือสามารถปรับเปลี่ยนได้รวดเร็ว” 

“ประเทศไทยจะต้องเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องคน องค์ความรู้เรื่องเทคโนโลยี รวมถึงเงินทุนสำหรับการพัฒนาต่อยอดและสำหรับการเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงในการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หากรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งในปีหน้า สามารถมีนโยบายที่จะสนับสนุนได้ อนาคตทิศทางประเทศเดินหน้าต่อไปได้ครับ” นายฐาคณิษฐ์ กล่าว

#ประชาชนประชาชาติ

“ประชาชาติ” หารือ “เชฟทองเลียบ-วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร” ส่งเสริมผู้ประกอบการร้านอาหารไทย-ต้มยำมาเลเซีย

(19 ตุลาคม 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานจากอาคารอำนวยการ วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร กรุงเทพฯ ว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และ เลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย นายมนตรี บุญจรัส รองโฆษกพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม และ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย, นางสาวธนัญญรัชช์ เศรษฐาธิรัชฎ์ ในฐานะคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคประชาชาติ เดินทางมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการขับเคลื่อนโยบายการส่งเสริมผู้ประกอบการร้านอาหารไทย ร้านต้มยำในประเทศมาเลเซีย กับ เชฟทองเลียบ พุกทอง นายกสมาคมเดอะเชฟ ประเทศไทย โดยมี นางเบญจวรรณ ปกป้อง ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร และ นายอุกฤษฏ์ วัชระพิริยะกุล รองผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร ร่วมให้การต้อนรับ ทั้งนี้ ได้มีการประชุมออนไลน์กับกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารไทย ร้านต้มยำ ในประเทศมาเลเซีย ด้วย

นอกจากนี้ นางเบญจวรรณ ปกป้อง ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร ยังได้แนะนำอาหารและเครื่องดื่มจากครัวพระนคร วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร โดยไฮไลต์เป็น เครื่องดื่มสมุนไพร เป็นน้ำมะกรูดคั้นสด ผสมน้ำผึ้ง ผัดไทกุ้งสด ส้มตำไทย ตำปูปลาร้า และน้ำรากบัว

แผนที่ วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร

#ประชาชนประชาชาติ

“ประชาชาติ” ประชุมนโยบาย สร้างความเข้มแข็งเกษตรกร

(18 ตุลาคม 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานพรรคประชาชาติ กรุงเทพฯ ว่า เมื่อเวลา 10.00น. ที่ผ่านมา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และ เลขาธิการพรรคประชาชาติ , นายธงชาติ รัตนวิชา ฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาชาติ , นายมนตรี บุญจรัส รองโฆษกพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม และ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย, นางสาวธนัญญรัชช์ เศรษฐาธิรัชฎ์ , นางสาวอนุสรา มู่ฮัมหมัด และ นายไชยพล เดชตระกูล ในฐานะคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคประชาชาติ ร่วมให้การต้อนรับ นายรัตนะ สวามีชัย เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ , นายศรีสะเกษ สมาน และ นายศรัณย์พงศ์ ฟุ้งเกียรติ ในฐานะรองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ และ นายชยพล ถิลา ผู้ช่วยเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ในโอกาสที่เดินทางมาแลกเปลี่ยนความเห็นและเสนอแนะข้อกำหนดทางด้านนโยบายการส่งเสริม

การพัฒนาความเข้มแข็งแก่เกษตรกร และองค์กรเกษตรกร การผลิต การแปรรูป การตลาด และการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม และร่วมให้ความเห็นต่อนโยบาย กฎหมาย หรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง และมีผลกระทบต่อเกษตรกร ทั้งนี้ มี นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ และคณะ ร่วมประชุมทางไกลเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเพื่อกำหนดแนวทางการส่งเสริม และสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านพันธุกรรมพืช และสัตว์ท้องถิ่น ผลผลิตทางเกษตรกรรม และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปผลผลิตทางเกษตรกรรมในครั้งนี้ด้วย

#ประชาชนประชาชาติ

“ษัษฐรัมย์” ร่วมถกนโยบายประชาชาติ หนุน “รัฐสวัสดิการ” คือทางออก

           จากสำนักงานพรรคประชาชาติ กรุงเทพมหานคร ว่า รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ขับเคลื่อนเรื่องรัฐสวัสดิการว่าด้วยการต่อสู้เรื่องสวัสดิการแรงงาน เดินทางมาร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็น นโยบาย “การศึกษาเป็นสิทธิ : เรียนฟรีมีคุณภาพ ล้างหนี้ กยศ.” (โดยแปลงหนี้เป็นทุน) ร่วมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคประชาชาติ โดยมี นายวันมูหะมัตนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ ร่วมให้การต้อนรับ ทั้งนี้ ได้มีสื่อมวลชนเดินทางมาร่วมสัมภาษณ์ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง และถ่ายทำสกู๊ปข่าวเพื่อนำไปเผยแพร่ด้วย โดยมีคณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง สมาชิกพรรค และกลุ่มนักศึกษา และคนรุ่นใหม่ของพรรค กว่า 30 คน เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความเห็นด้วย

          รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ระบุว่า “เรียนมหาวิทยาลัยฟรี เท่าสิทธิราชการใช้งบประมาณ 40,000 ล้านบาท ส่วนการล้างหนี้ กยศ.ทำในหลายประเทศ มีทั้งทำให้แบบอัตโนมัติ ตลอดไปแบบนอร์เวย์ ทำแบบมีเงื่อนไข หรือทำแบบเฉพาะกิจ ก็มีได้”…. “ตามข้อมูลตัวเลขที่พวกเราทำมามีตัวทวีคูณเศรษฐกิจมหาศาลสามารถเพิ่มรายได้ ของคนรุ่นใหม่ได้ 30 %  สำหรับการล้างหนี้ และเรียนฟรี ปกติคนเราต้องใช้ถึง 10 ปีในการเพิ่มรายได้นี้ มันจะลดหนี้ครัวเรือนและรักษาชีวิตความฝันไว้ได้”

        “แต่เราไม่มีคนเริ่ม ไม่มีคนกล้าที่จะพูดเรื่องผิดปกติของสังคม ไม่มีคนแรก ต้องขอบคุณอาจารย์และเพื่อนๆ พรรคประชาชาติฐานเสียงอยู่ในจังหวัดยากจน ยากจนและถูกเลือกปฏิบัติ ผมหวังว่าพรรคประชาชาติ พรรคฝั่งประชาธิปไตย ที่ มี ส.ส.ไม่เยอะ มีฐานเสียงจากจังหวัดยากจน จะเป็นผู้นำให้พรรคการเมืองอื่นกล้าหาญทางนโยบายมากขึ้นครับ” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ระบุ

#ประชาชนประชาชาติ

“ประชาชาติ” ห่วงวิกฤตน้ำท่วม กระทบภาคธุรกิจ แนะรัฐเร่งบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประกอบการ

           (12 ตุลาคม 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก พรรคประชาชาติ ว่า นายฐาคณิษฐ์ พรทองประเสริฐ รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ ในฐานะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ประชาชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ จึงอยากให้ภาครัฐ มีมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน นักธุรกิจรายย่อย และผู้ประกอบการ-ธุรกิจเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว

           นายฐาคณิษฐ์ พรทองประเสริฐเพิ่มเติม กล่าวว่า “ฝนตกหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย กระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชนและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งทางตรงและทางอ้อม รัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรบรรเทาความเดือดร้อน ด้วยการออกมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยเฉพาะผู้ประสบอุทกภัยใน 5 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ขอนแก่น อุบลราชธานี และศรีสะเกษ รวมทั้ง ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ ระวังอันตรายจากสัตว์และแมลงมีพิษ อันตรายจากกระแสไฟฟ้า โดยเฉพาะบริเวณน้ำท่วมแนวสายไฟฟ้า เสาไฟฟ้า หรือวัตถุสื่อนำกระแสไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัย ควรเพิ่มความระมัดระวังการขับขี่พาหนะบริเวณน้ำไหลผ่านทาง และงดการท่องเที่ยวในพื้นที่ถ้ำที่มีน้ำท่วมขัง และน้ำตกที่น้ำไหลเชี่ยวครับ”

“เราจะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมครับ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านครับ” นายฐาคณิษฐ์ กล่าว

#ประชาชนประชาชาติ