เขียนวันที่ 28 มิถุนายน 202229 มิถุนายน 2022“พรรคประชาชาติ” ประชุมยุทธศาสตร์นโยบายฯ หนุนรัฐสวัสดิการ-แก้ปัญหา กยศ. ช่วยประชาชน (28 มิถุนายน 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานพรรคประชาชาติ กรุงเทพฯ ว่า เมื่อเวลา 14.00น. ที่ผ่านมา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นประธานการประชุมคณะทำงาน การจัดทำยุทธศาสตร์เตรียมการเลือกตั้ง พรรคประชาชาติ พร้อมด้วย พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ และคณะทำงานด้านการจัดทำนโยบาย ของพรรคประชาชาติ ทั้ง 7 ด้าน อาทิ 1)ด้านการบริหารและการปกครอง 2)ด้านกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และกระบวนการยุติธรรม 3)ด้านเศรษฐกิจภาพรวม หนี้สิน แรงงาน ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการเกษตร 4)ด้านสังคม เด็กและเยาวชน การศึกษา สตรี ผู้สูงอายุ ศาสนา สาธารณสุข ท่องเที่ยวและกีฬา 5)ด้านความขัดแย้งทางการเมือง และเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ 6)ด้านการต่างประเทศ และ 7)ด้านนโยบายด้านการสื่อสารมวลชน และเทศโนโลยีสารสนเทศ โดยนายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวขอบคุณ คณะทำงานทุกท่านที่ช่วยกันทำงานเพื่อพรรค และมีการนำเอาเรื่องรัฐสวัสดิการ มาใช้เป็นตัวกำหนดกรอบนโยบายของพรรคสำหรับการเลือกตั้งในครั้งหน้า ที่พวกเรามั่นใจและชัดเจน ทั้งเรื่องการศึกษา กยศ. ที่จะทำให้เราหาเสียงได้ทั่วประเทศ ซึ่งบางพื้นที่ทั่วประเทศเราจะส่งผู้สมัครด้วย ขณะที่พันตำรวจเอกทวี กล่าวระหว่างการประชุมว่า นโยบายของพรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยเรามีการแบ่งคณะทำงาน และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาช่วยผลักดันนโยบายแต่ละด้านด้วย รวมทั้งขอบคุณคณะทำงานทุกนโยบายด้วย พันตำรวจเอกทวี กล่าวเพิ่มเติมในประเด็นช่วยเหลือเยาวชน และประชาชนเรื่อง กยศ. ว่า แม้ในขณะที่สภาผู้แทนราษฏรกำลังเร่ง ร่าง พ.ร.บ.กยศ.ฉบับใหม่ขึ้นมา บางฝ่ายก็ยังมีมุมมองต่อลูกหนี้ที่ไม่ดี ซึ่งเมื่อได้เอาข้อเท็จจริงมาแจกแจงดูจะพบได้เลยว่า กยศ. ปัญหาดอกเบี้ย และเบี้ยปรับได้สร้างปัญหาให้กับเยาวชน ซึ่งจะโตเป็นกำลังสมองของประเทศชาติต่อไป ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นเป็นกลุ่มลูกหนี้ กยศ ที่ถูกฟ้อง ดำเนินคดี มีคำพิพากษาและอยู่ชั้นบังคับคดี ประมาณมากกว่า 1 ล้านรายที่ไม่ได้รับประโยชน์จากนโยบายต่างๆที่ทาง กยศ. ได้ออกมาในช่วงวิกฤตโรคระบาดโคโรน่าไวรัส (โควิด) นำมาซึ่งการถูกอายัดบัญชีและยึดทรัพย์กว่าหลายหมื่นราย แม้ว่าลูกหนี้จะพยามใช้หนี้แต่กลับกลายไปตัดชำระเพียงในส่วนเบี้ยปรับ ซึ่งในบางรายสูงเท่าเงินต้น หรือมากกว่าเงินต้น เท่าตัว ลูกหนี้จึงไม่อาจหลุดพ้นจากวงจรหนี้ได้ หลายรายที่ท้อ และยอมโดนยึดทรัพย์ แต่ความหายนะยังไม่จบเพียงเท่านี้เมื่อ กยศ. อาศัยกฎหมายไล่บี้อายัดบัญชีลูกหนี้ ทำให้ลูกหนี้หลายคนที่ลำบากกันอยู่แล้วลำบากแสนสาหัส จากต้นคิดที่ดี ในการให้โอกาสทางการศึกษา กลับกลายเป็นลูกหนี้ กยศ. ทำให้ไร้อนาคตเป็นการส่งต่อความความยากจนอย่างเรื้อรัง มติกรรมาธิการให้มีดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ต่อปี ไม่มีเบี้ยปรับและไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และมีบทเฉพาะกาลให้ใช้กับลูกหนี้ก่อนร่าง พรบ กยศ นี้ด้วย ซึ่งจะส่งผลช่วยลูกหนี้ที่ถูกดำเนินคดี ถูกฟ้อง มีคำพิพากษาแล้วและถูกบังคับคับดคีมากกว่า 2 ล้านคนได้รับประโยชน์ อีกด้วย” #ประชาชนประชาชาติ เลี่อนขั้น
เขียนวันที่ 28 มิถุนายน 202229 มิถุนายน 2022นายมนตรี บุญจรัส รองโฆษกพรรคประชาชาติ เป็นผู้แทนพรรคประชาชาติ ร่วมงานวันสถาปนารัฐสภา ครบรอบ 90 ปี (28 มิถุนายน 2565) สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภา ว่า เมื่อเวลา 10.00น. ที่ผ่านมา นายมนตรี บุญจรัส รองโฆษกพรรคประชาชาติ เป็นผู้แทนพรรคประชาชาติ ร่วมงานวันสถาปนารัฐสภา ครบรอบ 90 ปี โดย รัฐสภาและสภาผู้แทนราษฎรจัดพิธีสงฆ์ อาราธนาพระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหารเพล ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา จากนั้นมีการมอบโล่รางวัลให้ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา แบ่งเป็นหน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติราชการดีเด่นตามตัวชี้วัด และหน่วยงานที่ให้การส่งเสริม สนับสนุน ผลการปฏิบัติราชการดีเด่นของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ประจำปี พ.ศ. 2564 โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธี และเสร็จสิ้นพิธีการในเวลา 12.00น. ณ ห้องจัดประชุมสัมมนา บี 1-2 อาคารรัฐสภา#ประชาชนประชาชาติ เลี่อนขั้น
เขียนวันที่ 27 มิถุนายน 202228 มิถุนายน 2022“วันนอร์” เสวนา 90 ปี รัฐสภา ชี้ ประชาธิปไตยไม่ได้เกิดจากรัฐประหาร (27 มิถุนายน 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภา ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายธงชาติ รัตนวิชา ฝ่ายกฎหมาย คณะยุทธศาสตร์ฯ พรรคประชาชาติ พร้อมด้วย นายมนตรี บุญจรัส รองโฆษกพรรคประชาชาติ เดินทางมาเป็นผู้แทนพรรคประชาชาติ ร่วมพิธีเปิดนิทรรศการและเสวนาทางวิชาการ “90 ปี รัฐสภา การเดินทางและความหวัง” เนื่องในโอกาสครบรอบ 90 ปีการสถาปนารัฐสภา โดยมีสมาชิกรัฐสภา คณะทูต เข้าร่วมงาน พร้อมชมนิทรรศการ “90 ปี รัฐสภา 90 ความทรงจำ” โดยนำวัตถุดิบพิพิธภัณฑ์ชิ้นสำคัญและเอกสาร จดหมายเหตุอันมีคุณค่า ทำเอกสารจดหมายเหตุ เพื่อนำเสนอเรื่องราวการดำเนินงานตามภารกิจต่าง ๆ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ปฏิบัติควบคู่ไปกับการสนับสนุนงานด้านนิติบัญญัติ รวมทั้งเหตุการณ์เกี่ยวกับการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2475 ทั้งนี้ รัฐสภาในฐานะองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติได้ถือกำเนิดขึ้น พร้อมกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานของฝ่ายนิติบัญญัติ และในวันที่ 28 มิถุนายน 2565 ถือเป็นวันครบรอบ 90 ปีที่รัฐสภาที่ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติในระบอบประชาธิปไตย นอกจากงานนิทรรศการแล้ว เวลา 10.30น. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะ อดีตประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เดินทางมาร่วมงานเสวนาเรื่อง “90 ปี รัฐสภาไทย การเดินทางและความหวัง” ร่วมกับ นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีร โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมบรรยายพิเศษและกล่าวเปิดงานด้วย นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนเข้ามาในรัฐสภาตั้งแต่ปี 2522 โดยได้เป็นประธานรัฐสภาในปี 2539 ทำงานเกี่ยวเนื่องกับรัฐสภามาปีนี้ก็ 43 ปีแล้ว แต่ตนคิดว่าเรายังเดินทางไม่ถึงเป้าหมาย และไม่ถึงความฝัน นอกจากนี้ ยังรู้สึกผิดหวังลึกๆ ในบทบาทของรัฐสภา ที่ควรจะเป็นสภาของประชาชน และเป็นประชาธิปไตยมากกว่านี้ ต้องเป็นสภาที่ได้เลือกผู้บริหารประเทศอย่างแท้จริง และทำเรื่องที่เป็นประโยชน์มากกว่านี้ เช่น การกระจายอำนาจ ให้ประชาชนทุกจังหวัดมีสภาจากการเลือกตั้ง และมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นของตัวเอง สภาต้องไม่ทำงานให้รัฐบาลกลางอย่างเดียว นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวถึงสิ่งที่ประทับใจในทางบวกของการเดินทางของรัฐสภาตลอด 90 ปี ว่า คือ1.ช่วงที่ตนเป็นประธานสภาฯ คือการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน พ.ศ.2540 ที่มาจากประชาชนจริงๆ เพราะ มี ส.ส.มาจากการเลือกตั้ง มีความเป็นประชาธิปไตย มีองค์อิสระ และมี ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้ง ทั้งยังมีการกำหนดขอบเขตอำนาจอย่างชัดเจน แต่น่าเสียดายที่ใช้ได้เพียง 9 ปี เพราะเกิดการปฏิวัติ เมื่อปี 25492.การตั้งสถาบันพระปกเกล้าที่ทำงานควบคู่กับรัฐสภา เพื่อพัฒนาประชาธิปไตย3.รัฐสภาปัจจุบัน มีช่องทางในการถ่ายทอดสดการประชุมรัฐสภา ทำให้ประชาชนมีโอกาสติดตามบทบาทสมาชิกได้อย่างใกล้ชิด อันจะส่งผลต่อการเลือกตั้งสมาชิกตามลำดับ และจะส่งผลต่อรัฐบาลด้วย แต่ต้องไม่มีการซื้อเสียง งูเห่า และการแจกกล้วย ส่วนปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการทำงานของรัฐสภา คือ เราถูกเตะตัดขาจากการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะมีขุนศึก บวกนายทุน และอำนาจนิยมที่ชอบในอำนาจ ซึ่งวันนี้เราก็ยังไม่พ้นวังวนนี้ จนเราได้รัฐบาลที่มาจากการก่อเหตุนี้ ที่ต้องมาคอยดูแลขุนศึก และนายทุน จนทำให้ประชาชนเดือดร้อน เราจึงต้องสร้างจิตสำนึกประชาธิปไตยให้ประชาชน และสร้างความรู้สึกนึกคิดว่า การปฏิวัติเป็นสิ่งชั่วร้าย เพราะประชาธิปไตยที่กินได้ ไม่ได้เกิดจากรัฐประหาร นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวถึงการทำงานของรัฐสภาที่ยึดโยงประชาชน ว่า ตนคิดว่ารัฐสภาต้องยึดโยงกับประชาชน โดยส.ว.ควรมีหน้าที่แค่การกลั่นกรองกฎหมาย ไม่ใช่มามีส่วนในการทำกฎหมายปฏิรูป หรือกฎหมายสำคัญอื่นๆ ทั้งนี้ ตนอยากฝากไปถึงรัฐบาลเรื่องกระทู้ถามสด ที่มีขึ้นเพื่อเป็นการวัดกึ๋นการทำงานของรัฐบาล ถ้าทำงานไม่เก่งจะมาตอบไม่ได้ เพราะเป็นการถามเดี๋ยวนั้น ตอบเดี๋ยวนั้น และต้องไม่ใช่การมอบให้รัฐมนตรีมาตอบแทน นายกฯ ต้องฟังและเข้าใจเอง อย่าบอกว่างานเยอะ เพราะมีการกำหนดแล้วว่า วันพุธ และวันพฤหัสบดี มีการประชุมสภาฯ รัฐบาลต้องว่าง และที่รัฐสภามีห้องมากมายรองรับการทำงานของรัฐบาล ดังนั้นรัฐบาลต้องมาสภา เพราะคุณมาจากสภา เพราะเบอร์หนึ่งคือประธานรัฐสภา และสภาคือฝ่ายที่ให้เงินรัฐบาลไปบริหารประเทศ ส่วนนายกฯ คือเบอร์สอง นอกจากนี้ ตนอยากถามว่าเวลาละเมิดอำนาจศาล ทำไมถึงติดคุก แต่เวลาที่มีการทำปฏิวัติละเมิดอำนาจประชาชนทั้งประเทศ และมีการฉีกรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ศาลกลับวินิจฉัยว่าเป็นอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ดังนั้นจึงอยากฝากให้ศาลทบทวนแนวทางวินิจฉัยนี้เพราะจะเป็นเรื่องที่ทำให้เราเดินต่อไปไม่ได้ และไม่เช่นนั้นจะเจอการรัฐประหารอีกหลายรอบ เลี่อนขั้น
เขียนวันที่ 26 มิถุนายน 202227 มิถุนายน 2022“ทวี” หารือ “อาจารย์ลอย” วิศวกรระดับโลก เยือนไทย ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจ-การเมืองไทย (วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2565) ผู้สื่อข่าว รายงานจาก โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ว่า เมื่อเวลา 14.00น. ที่ผ่านมา พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ , นายมนตรี บุญจรัส รองโฆษกพรรคประชาชาติ ที่ปรึกษากรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม และ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย , นายไชยพล เดชตระกูล คณะทำงานยุทธศาสตร์หาเสียงการเลือกตั้ง พรรคประชาชาติ ให้การต้อนรับ อาจารย์ลอย ชุนพงษ์ทอง วิศวกรระดับโลก ผู้เชี่ยวชาญทางด้านคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ ผู้ทรงคุณวุฒิสหวิทยาการ แห่งราชบัณฑิตยสภา เนื่องในโอกาสที่เดินทางมาที่ประเทศไทย โดยหารือในประเด็นสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศไทยในปัจจุบัน ทั้งนี้ มีอาจารย์อภัสรา สิมาทอง และ อาจารย์มานพ สีเหลือง จากสถาบันเยลโล่การบัญชี สถาบันให้คำปรึกษาทางกฏหมาย และการวางแผนภาษี และระบบบัญชี ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย โดยใช้เวลาหารือ กว่า 2 ชั่วโมง ก่อนเดินทางกลับ ในเวลา 16.00น. เลี่อนขั้น
เขียนวันที่ 25 มิถุนายน 202226 มิถุนายน 2022“ประชาชาติ” อัดรัฐขึ้นราคาปุ๋ย แนะเกษตรกรใช้เกษตรอินทรีย์ลดต้นทุนการผลิต นายมนตรี บุญจรัส รองโฆษกพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม และ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ในประเด็นที่มีหน่วยงานภาครัฐอนุมัติให้มีการปรับราคาปุ๋ยหน้าโรงงานหลายสูตรตามที่ผู้ผลิต/ผู้นำเข้าเสนอมา ว่า เรื่องดังกล่าวสะท้อนความไร้ประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการของรัฐบาล ที่ปล่อยให้ประชาชนเผชิญวิกฤตปัญหาราคาพลังงานเชื้อเพลิงปรับสูงขึ้น ส่งผลต่อทั้งต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง และค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง ซ้ำเติมปัญหาเกษตรกร ประเทศไทยพึ่งการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศสูงถึง 90-95% และปัจจุบันมูลค่าต้นทุนการนำเข้าเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ทั้ง ๆ ที่ ประเทศไทยมีทรัพยากรที่สามารถผลิตปุ๋ยได้เอง คือแม่ปุ๋ยไนโตรเจนที่ได้จากก๊าซธรรมชาติ และแม่ปุ๋ยโพแทสเซียมที่มีแหล่งแร่โพแทสเซียมที่จังหวัดนครราชสีมาและชัยภูมิ อีกทั้งมีการนำเข้าปุ๋ยเคมี เฉลี่ย ปริมาณ 5 ล้านตัน มูลค่า 50,000 กว่าล้านบาท วัตถุอันตราย อาทิ ยาฆ่าแมลง ฆ่าวัชพืช ยาฆ่าโรคพืช เฉลี่ยมูลค่า 30,000 กว่าล้านบาท ปริมาณเกือบ 200,000 ตัน รวมกันทั้งปุ๋ยและวัตถุอันตราย มูลค่าเกือบ 100,000 ล้านบาท ทางออกของการลดต้นทุนเกษตรกร คือ ประเทศไทยควรทบทวนเรื่องการสร้างโรงงานปุ๋ยแห่งชาติของตนเอง ซึ่งปัจจุบันนี้น่าจะคุ้มทุน รวมทั้งการผลิตปุ๋ยโพแทสเซียม (0-0-60) เพื่อแลกเปลี่ยน ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 กับประเทศเพื่อนบ้าน เน้นการนำบายโพรดักส์ที่อยู่ในรูปปุ๋ยไนโตรเจนมาช่วยเกษตรกรให้มากขึ้น อีกทั้งยังส่งเสริมการใช้สารชีวภัณฑ์ เช่นจุลินทรีย์ ทดแทนการใช้สารเคมีหรือวัตถุอันตรายเป็นต้น นายมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคต ประเทศไทยควรใช้ยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยง (Connectivity Strategy) ระหว่างประเทศ ในมิติเศรษฐกิจ, ความมั่นคงด้านการเกษตร มีความสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะ กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคอาเซียน ท่ามกลางวิกฤตโรคระบาด Covid19 ยิ่งต้องอาศัยความร่วมมือเพื่อการเติบโตไปสู่อนาคตที่มั่นคง ครัวเรือนไทยประกอบอาชีพหลากหลายโดยขึ้นอยู่กับสภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่ โดยภาคเกษตรเป็นแหล่งรายได้สำคัญของครัวเรือนไทยในชนบท ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร หรือการรับจ้างในภาคเกษตร แต่อย่างไรก็ตาม เกษตรกรไทยส่วนใหญ่ยังคงมีปัญหาในด้านการผลิต ส่วนใหญ่ยังคงผลิตสินค้าเกษตรรายย่อย และยังขาดการวางแผนและการจัดการอย่างเป็นระบบ รวมถึงปัญหาสำคัญอย่างราคาต้นทุนการผลิต นั่นคือ ปุ๋ย ครับ เลี่อนขั้น
เขียนวันที่ 25 มิถุนายน 202226 มิถุนายน 2022“อับดุลอายี” มุ่งยกระดับเศรษฐกิจยะลา หนุนเยาวชนเรียนรู้ภาษาจีน จากอาคารรัฐสภา ว่า นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เดินทางลงพื้นที่ในจังหวัดยะลา ร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งในฐานะที่จังหวัดยะลาเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับชายแดน การที่ประชาชนในพิ้นที่ได้เรียนรู้ และมีทักษะการสื่อสารมากกว่า 1 ภาษา จึงเป็นสิ่งจำเป็น อาทิ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาอาหรับ ภาษามลายู และโดยเฉพาะภาษาจีน ซึ่งการส่งเสริมทักษะทางภาษาจีนให้กับเยาวชน จะทำให้เยาวชน และประชาชนในพื้นที่สามารถสื่อสารสร้างความเข้าใจระหว่างคนที่ต่างวัฒนธรรมได้ โดยจะให้เป็นไปตามความสมัครใจ ไม่ใช่การบังคับ ซึ่งการสื่อสารกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่สังคมต้องการ โดยเฉพาะถ้าหากคนในสังคมไม่สามารถที่จะสื่อสารทางด้านภาษาให้คนต่างวัฒนธรรมเข้าใจได้ อาจจะเกิดผลเสียตามมามากมาย นายอับดุลอายี กล่าวเพิ่มเติมว่า การเรียนรู้ภาษาที่สอง (bilingualism) ทำให้เราสามารถสื่อสารกับผู้คนต่างวัฒนธรรม เปิดโอกาสสู่มิตรภาพ ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และเปิดโลกทัศน์ต่อความคิดและวัฒนธรรมอันหลากหลาย ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เบื้องต้น ได้รับฟังแนวคิด การจัดตั้ง ชมรมคนรักภาษาจีนขึ้นในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการหารือกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ต่อไป เลี่อนขั้น
เขียนวันที่ 22 มิถุนายน 202222 มิถุนายน 2022“ซูการ์โน” เผย กมธ. การกระจายอำนาจ ชูวาระ เลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ (วันพุธที่ 22 มิถุนายน 2565) ห้องประชุมกรรมาธิการ N 404 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ว่า นายซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 83 ว่า ความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษพิจารณา ในวันนี้ มีวาระการพิจารณา เรื่อง การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ โดยเชิญ ผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้แทนกลุ่ม We’re all voters : เลือกผู้ว่าฯ ทั่วประเทศต้องเกิดขึ้นจริง เข้าร่วมประชุม โดยทางกลุ่ม We’re all voters : เลือกผู้ว่าฯ ทั่วประเทศต้องเกิดขึ้นจริง มีข้อเสนอ อาทิ 1) ผลักดันให้การรณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศให้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ และรัฐสภา 2) ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และปลดล็อกให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีขอบเขตอำนาจและการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ “ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ มีมติให้กระทรวงมหาดไทยรับข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณาและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป และ คณะกรรมาธิการฯ จะจัดให้มีการสัมมนาเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป” นายซูการ์โน มะทา กล่าว เลี่อนขั้น
เขียนวันที่ 21 มิถุนายน 202222 มิถุนายน 2022“ทวี” นำคณะ ต้อนรับสภาชนเผ่าพื้นเมืองฯ สนับสนุนพรรคประชาชาติ ผลักดัน (ร่าง) พ.ร.บ.สภาชนเผ่าพื้นเมือง สำนักงานพรรคประชาชาติ กรุงเทพฯ ว่า เมื่อเวลา 10.00น. ที่ผ่านมา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคประชาชาติ , นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส เขต 4 พรรคประชาชาติ , นายสุรพล นาควานิช ผู้อำนวยการพรรค และนายทะเบียนพรรค , นายธงชาติ รัตนวิชา ประธานคณะทำงานด้านกิจการรัฐสภา และคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาชาติ , นายมนตรี บุญจรัส รองโฆษกพรรคประชาชาติ นางสาวอนุสรา มู่ฮัมหมัด คณะทำงานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคประชาชาติ ให้การต้อนรับ สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย IMN เครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมือง ที่เดินทางมาเข้าพบพรรคประชาชาติ เพื่อประชุม หารือ แลกเปลี่ยนความเห็นในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมือง และต้องการผลักดันร่าง พรบ.สภาชนเผ่าพื้นเมืองและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชนเผ่าพื้นเมืองและชาติพันธุ์เข้าสู่สภาฯ รวมทั้งเชิญชวนพรรคประชาชาติ และเครือข่าย มาร่วมรณรงค์และสนับสนุน (ร่าง) พ.ร.บ.สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย พ.ศ. .. “ยอมรับตัวตน คุ้มครองสิทธิ ส่งเสริมวิถีชนเผ่าพื้นเมืองทุกกลุ่มชาติพันธุ์ของประเทศไทย” พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กล่าวว่า พรรคประชาชาติ ขอขอบคุณทุกท่านที่เป็นตัวแทนในการนำข้อมูลที่สำคัญเรื่องที่สำคัญ อย่าง ร่างฯพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมืองฯ ที่ทุกท่านได้มีส่วนร่วม ได้เห็นว่าถ้ามีกฎหมายชนิดนี้ขึ้นมาจะเป็นการยกระดับสังคมไทยที่ทำให้คนใกล้เคียงกับคนหรือเท่ากับคนขึ้นมา โดยการก่อกำเนิดของพรรคประชาชาติ ถ้าถามอุดมการณ์และก็นโยบายของพรรคนี้ ก็คือ เรามองว่าเราให้ความสำคัญกับการมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี และก็จะมีความเสมอภาคไม่ว่าจะมีแตกต่างหลากหลาย แต่ว่ามนุษย์ทุกคนจะต้องได้รับเกียรติ มีความเสมอหน้ากัน คือนโยบายหลักของพรรคประชาชาติ “นโยบายหลักของพรรคประชาชาตินั้น เราเชื่อว่าในการปกครองระบอบประชาธิปไตย วันที่ทำให้คนเท่ากับคน ก็คือ วันที่คนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง คนรวยที่สุดกับคนไม่ว่าจะอยู่บนดอยหรืออยู่ใดๆก็ตาม ถ้าไปใช้สิทธิ์เสียงของคนจะเท่ากัน หนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียง แต่หนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียง มันควรจะเป็นหนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงที่มีเกียรติยศเท่ากัน แต่ความเป็นจริง เรายังมีความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากมนุษย์สร้าง ที่ไม่ใช้วัตถุ มนุษย์สร้างกฏหมาย กฏหมายจำนวนมากของสังคมไทย จะเป็นกฏหมายในลักษณะชาตินิยม อำนาจนิยม เมื่อความนิยมว่าวัฒนธรรมหนึ่งใหญ่ไปกว่าวัฒนธรรมหนึ่ง ตัวคนออกกฏหมายใหญ่ อีกคนผู้บังคับใช้กฏหมายมันจึงมีลักษณะกฏหมายกดทับ กดทับอย่างเดียวไม่พอบางส่วนทำลายวัฒนธรรม ทำลายความเชื่อทำลายเผ่าพันธุ์ โดยเฉพาะกฏหมายที่ระบุว่าอันตรายต่อรัฐ เป็นอันตรายต่อความมั่นคง หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อย ทำให้เกิดอคติต่อชนเผ่า หรือชาติพันธ์ คนบนดอยจะมีกฏหมายจำนวนมากที่มองว่าเป็นคนผิด เพราะอยู่บนดอย เช่น คนดอยรุกป่า ทั้งๆที่จริง คือว่าคนในที่ราบที่ไม่มีป่าแสดงว่าที่ราบต้องรุก แต่ถูกมองเป็นคนดี แต่บนดอยยังมีป่าอยู่กับมองเป็นคนรุกป่า” พันตำรวจเอก ทวี กล่าวเพิ่มเติมว่า “วันนี้เราได้รับฟังข้อมูล ตัวกฏหมายก็สิ่งที่บอกไว้ 2 เรื่อง เรื่องแรกนั้น วาระแรก พรรคประชาชาติมีคณะไปช่วยดูช่วยศึกษา แต่เราก็เชื่อมั่นอยู่แล้วว่า ถ้ากฏหมายที่ประชาชนเสนอ ตัวพรรคประชาชาติ เราไม่ได้อยากจะไปแก้ไขอะไรเลยแม้แต่แรกเดิม เราอยากจะส่งเสริม เพราะว่าคนที่เป็นประชาชน ไม่มีเงินเดือนเหมือน ส.ส. ที่มีเงินเดือนมีอาหารฟรี ขึ้นเครื่องบินก็ฟรี พวกเรานี้ขึ้นเครื่องบินเสียเงินหมด ดังนั้น เราก็จะพยายามรักษาไว้ วาระที่สองก็จะมาดูว่า กฏหมายควรให้เกิดความยุติธรรมกับคนส่วนใหญ่และคนในประเทศหมดทุกคน ในส่วนของพรรคประชาชาติ ในฐานะที่พรรคเรามีพรรคร่วมฝ่ายค้านอยู่จะนำไปเข้าเวทีพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีข้อสังเกตกรณีประชาชนส่วนใหญ่ที่พบว่าเสียงของประชาชนถ้าในทางการปกครองหรือในทางกฏหมายจะเป็นเสียงที่ไม่เป็นเสียง แต่คนบางคนส่วนน้อยเสียงดังมากกว่าโดยเฉพาะชนเผ่าพื้นเมือง เป็นเสียงที่นอกจากจะไม่มีเสียงแล้ว เป็นเสียงที่รัฐใมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงก็ได้ “พรรคประชาชาติเราเชื่อว่า ถ้าเราทำให้คนเท่า ทำให้สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ความยุติธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้ประชาชนครับ” พันตำรวจเอก ทวี กล่าว เลี่อนขั้น
เขียนวันที่ 17 มิถุนายน 202217 มิถุนายน 2022“ประชาชาติ” แนะรัฐส่งเสริมสวัสดิการภาคการเกษตร จากรัฐสู่ชาวนา ห้องประชุมใหญ่ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่า เมื่อเวลา 13.30น. ที่ผ่านมา นายมนตรี บุญจรัส รองโฆษกพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย เดินทางมาพบเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในเวทีสัญจร “พรรคการเมืองฟังเสียงคนจน ครั้งที่ 6” โดยมีเครือข่ายสมัชชาคนจน 72 องค์กร ร่วมกับเครือข่ายองค์กรภาคีคนจน เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน เครือข่ายนักวิชาการและสื่อมวลชน มาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น รับฟังปัญหา ข้อเรียกร้อง และความต้องการของเครือข่ายเกษตรกรต่อพรรคการเมือง การนำเสนอร่างรัฐธรรมนูญคนจน การนำเสนอนโยบายของพรรคการเมือง การแถลงจุดยืนพรรคการเมืองต่อการเขียนรัฐธรรมนูญ และเวทีวัฒนธรรม นายมนตรี บุญจรัส กล่าวว่า “พรรคประชาชาติเสนอว่า ต้องแก้ที่ 5 อ.ให้ทุกคนมีครบ คือ 1.อาหาร 2.อาชีพ 3.อนามัย 4.โอกาส 5.อัตลักษณ์ ส่วน 1 อ. ที่จะต้องไม่มีในสังคมคือ ความอยุติธรรม หรือความไม่เป็นธรรม เพื่อแก้ปัญหาวันนี้ เราหนีไม่พ้นแล้วที่ต้องมีรัฐสวัสดิการ “พวกเราต้องให้ความสำคัญกับรัฐสวัสดิการ เพราะการแก้ปัญหาของชาติในปัจจุบัน ไม่มีใครสามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจนได้ นอกจากจะนำรัฐสวัสดิการมาใช้ แต่ก่อนอื่นต้องมีการปรับโครงสร้างของประเทศ ระบบการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะงบประมาณไม่ได้ถูกกระจายเข้าไปในท้องถิ่นและชุมชน รวมถึงการให้ความสำคัญกับสิทธิแรงงานและสวัสดิการ โดยเฉพาะสวัสดิการภาคการเกษตร จากรัฐสู่ชาวนา” นายมนตรี บุญจรัส กล่าวเพิ่มเติมว่า “ชาวนาไทยเป็นกลุ่มคนที่ต้องแบบรับความเสี่ยง จากกลไกตลาดทางการเกษตรที่ผูกติดกับทุนนิยมโลกาภิวัฒน์ ส่งผลให้ราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอนกลายเป็นความเสี่ยงที่ชาวนาต้องแบกรับ และต้องพยายามปรับตัวเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ปัจจุบัน ทั้งการทำงานในภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร ด้วยเหตุนี้ สวัสดิการภาคเกษตรจึงเป็นประเด็นสำคัญในการสร้างเครือข่ายความคุ้มครองทางสังคมให้กับชาวนา เพื่อให้เป็นหลักประประกันในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงแต่โดยลำพัง” “สำหรับข้อเสนอแนะทางนโยบายนั้น การจัดสวัสดิการภาคเกษตรจำเป็นต้อง สร้างบูรณาการทางกฎหมาย เพื่อเป็นหลักในเชิงสถาบัน นอกจากนี้ การจัดสวัสดิการภาคเกษตร ควรให้ความสำคัญกับทั้งระดับตัวบุคคลและระดับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันไปพร้อมกับการสร้างความเป็นธรรมในการถือครองทรัพยากรทางการเกษตรให้กับชาวนา” “ในอนาคตควรทำการเปรียบเทียบการจัดสวัสดิการภาคการเกษตรในประเทศที่กำลังพัฒนาและพัฒนาแล้ว เพื่อให้มีต้นแบบสำหรับการถอดบทเรียน ให้กับการจัดสวัสดิการในประเทศไทย” “รัฐควรมีการกำหนดนโยบายในการช่วยเหลือเกษตรกรในด้านสวัสดิการภาคการเกษตรทั้งทางด้านเทคโนโลยี เครื่องมือ และความรู้ความชำนาญให้กับเกษตกร เพื่อส่งเสริมรายได้ให้เกษตรกรเพิ่มขึ้น โดยที่ไม่พยายามลดศักยภาพในการผลิตของเกษตรกรผ่านนโยบายของภาครัฐ และภาครัฐควรลดการผลักภาระและการให้ความเท่าเที่ยมกับเกษตรกรให้เกิดความมั่นคงครับ” นายมนตรี กล่าว เพิ่มเติมว่า หลังเสร็จสิ้นการจัดกิจกรรม นายมนตรี บุญจรัส ได้เดินชมนิทรรศการของเครือข่ายสมัชชาคนจน ที่จัดแสดงโดยรอบสถานที่จัดงานด้วย และร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องปัญหาราคาสินค้า พืชผลทางการเกษตร ก่อนเดินทางกลับในเวลา 17.30น. เลี่อนขั้น
เขียนวันที่ 15 มิถุนายน 202217 มิถุนายน 2022ฝ่ายค้านขอเปิดญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ และ นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาชาติ พร้อมด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคร่วมฝ่ายค้าน อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังปวงชนไทย ยื่นญัตติต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ที่รัฐสภา เพื่อขอเปิดญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา151 ทั้งนี้ การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยังคงใช้ชื่อยุทธการ ‘เด็ดหัว สอยนั่งร้าน’ ในส่วนของข้อกล่าวหา ที่แนบไปในญัตติยังคงยึด 6 กรอบหลัก ประกอบไปด้วย ความผิดพลาดล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดิน จงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและมาตรฐานจริยธรรม มีพฤติการณ์ส่อทุจริตเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาหรือเรื่องที่ฝ่ายค้านเคยอภิปรายได้เคยทักท้วง การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการทำลายระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา สำหรับ รายชื่อ 10 รัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประกอบไปด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง รวมไปถึงรัฐมนตรีที่เป็นแกนนำจากพรรคร่วมรัฐบาล ที่เปรียบเหมือนเป็นนั่งร้านให้ ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม จากพรรคภูมิใจไทย นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เลี่อนขั้น