รมว.ยุติธรรม รุดเยี่ยมจุดเกิดเหตุคาร์บอมบ์หน้าแฟลตตำรวจ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา

วันนี้ (30 มิถุนายน 2567) พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดเกิดเหตุระเบิดบริเวณหน้าแฟลตตำรวจ สภ.บันนังสตา หมู่ 2 ตำบล
บันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา หลังจากที่มีคนร้ายได้นำระเบิดแบบแสวงเครื่องประกอบในรถยนต์ (คาร์บอมบ์) นำไปจอดไว้บริเวณริมถนนหน้าแฟลตข้าราชการตำรวจ สถานีตำรวจภูธรบันนังสตา ต่อมาได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น แรงระเบิดสร้างความเสียหายให้กับอาคารบ้านพักและแฟลตเป็นบางส่วน รวมถึงมีทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่บริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุได้รับความเสียหาย โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย ทราบชื่อว่า นางรอกีเยาะห์ สะระนะ อายุ 45 ปี อยู่ บ.บาเจาะ ม.2 ตำบลบาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งเป็นครูสอนโรงเรียนตาดีกา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย 34 ราย เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่ง รพ.บันนังสตา เพื่อทำการรักษาต่อไป
โดยภายหลังจากตรวจที่เกิดเหตุแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย เลขาธิการ ศอ.บต. ได้เข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่ รพ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และประชาชน โดยได้พูดคุยให้กำลังใจ มอบกระเช้าเยี่ยมและเงินช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้น
ในการนี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์คาร์บอมบ์ที่เกิดขึ้น ในพื้นที่อำเภอบันนังสตา ที่บริเวณแฟลตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บันนังสตา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นครู ผู้หญิง สอนที่โรงเรียนตาดีกา (โรงเรียนสอนศาสนา) แห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บันนังสตา มาซื้อกับข้าว อาหาร เพื่อเตรียมประกอบอาหารให้กับเด็กนักเรียนที่โรงเรียน ช่วงของเหตุการณ์คุณครูได้ขับรถผ่านมาพอดี จนเกิดระเบิดขึ้น และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวนหลายราย ซึ่งขณะนี้มีผู้มาแจ้งความประสงค์ หลังจากทางจังหวัดได้เปิดศูนย์เยียวยารับแจ้งความเสียหาย จำนวน 34 ราย หลังเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมทั้งจังหวัด ได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการการให้ความช่วยเหลือเยียวยา รวมทั้งการติดตามความคืบหน้าของคนร้ายในการก่อเหตุ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

#ประชาชนประชาชาติ

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ โฆษกพรรคประชาชาติ

ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษย์ชน
นำคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษย์ชน
มาศึกษาดูงานโครงสร้างและกระบวนการศาลรัฐธรรมนูญในการส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
ณ ศาลรัฐธรรมนูญ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
(เมืองคาร์ลสรูห์) (The Constitutional Court in Karlsruhe)

#ประชาชนประชาชาติ

พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำคณะ เข้าร่วมการประชุมว่าด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ ครั้งที่ 12 ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย (12th St.Petersburg International Legal Forum)

วันที่ 27 มิถุนายน 2567 ระหว่างเวลา 9.30 -12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี นางเพ็ญรวี มาแสง รองอธิบดีกรมบังคับคดี และคณะเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี เข้าร่วมการประชุมว่าด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ ครั้งที่ 12 ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย โดยในช่วงแรก ได้หารือกับ นาย ดิมิทรี อริสตอฟ ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดี สหพันธรัฐรัสเซีย (Mr. Dmitriy Aristov , Director of the Federal Bailiff Service) โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้สอบถามเกี่ยวกับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สหพันธรัฐรัสเซียพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการสนับสนุนงานบังคับคดี ซึ่งสำนักงานบังคับคดีสหพันธรัฐรัสเซียได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และนำชมการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยดำเนินงานในทุกขั้นตอนทั่วประเทศ ตั้งแต่การตรวจสอบและติดตามสถานะของลูกหนี้ การตรวจสอบประเภทหนี้ การชำระหนี้และค่าธรรมเนียมต่างๆ รวมถึงการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน ทั้งข้อมูลเกี่ยวกับคดี ตลอดจนขั้นตอน และกระบวนการบังคับคดี ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ชื่นชมนวัตกรรมดังกล่าว พร้อมทั้งเสนอให้นำไปเป็นต้นแบบในการปรับใช้กับประเทศไทยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานบังคับคดี
จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เข้าร่วมการประชุมเปิดสำหรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนานาชาติ (Open Meeting of Justice Ministers) ณ Congress Center, Conference Hall 10 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจากประเทศต่าง ๆ ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการพัฒนากระบวนการยุติธรรม โดยในส่วนของประเทศไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้กล่าวถึงความก้าวหน้าของประเทศไทยในการปฏิรูปเรือนจำ การลดจำนวนผู้ต้องขัง และการเตรียมความพร้อมกลับคืนสู่สังคม โดยเน้นย้ำว่าการดำเนินงานของประเทศไทยทั้งหมดอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 หลักกฎหมาย และหลักนิติธรรม โดยประเทศไทยให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายและดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาผู้ต้องขังล้นคุก โดยผู้ต้องขังส่วนมากเป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด รัฐบาลจึงได้แก้ประมวลกฎหมายยาเสพติดโดยนำหลักสาธารณสุขเข้ามาช่วยในการบำบัดเพื่อให้บุคคลเหล่านั้นเป็นผูัมีสุขภาพดี เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ และมีความพร้อมกลับคืนสู่สังคม นอกจากนั้น รัฐบาลยังมีนโยบายแยกผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาออกจากผู้ต้องขังเด็ดขาด เนื่องจากคนกลุ่มนี้ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์รวมถึงนำมาตรการคุมขังในสถานที่อื่นแทนสถานที่คุมขังมาปรับใช้ เช่น การควบคุมตัวในที่พักอาศัย (House Arrest) เพื่อให้เป็นมาตรการลดจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำอีกด้วย ในส่วนการเตรียมความพร้อมกลับคืนสู่สังคมนั้น ปัจจุบัน กระทรวงยุติธรรมได้ให้ความสำคัญกับการให้การศึกษาขั้นพื้นฐานแก่ผู้ต้องขังเพื่อให้มีความรู้ติดตัวและสามารถออกไปประกอบอาชีพภายหลังจากกลับคืนสู่สังคมได้ ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรัสเซียได้ชื่นชมการดำเนินงานในการพัฒนาเรือนจำและผู้ต้องขังของประเทศไทย รวมทั้งได้เชิญมาเข้าร่วมการประชุมฯ อีกในปีหน้า เพื่อนำเสนอต้นแบบที่ดีให้กับประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
ภายหลังจากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะ ได้หารือทวิภาคีร่วมกับ นายซาเด็ค ราฮิมิ รองประธานศาลฎีกาและสมาชิกสภาศาลสูงของอิหร่าน (H.E. Mr Sadegh Rahimi, Deputy Head of the Judiciary and Member of the High Judicial Council) และคณะ ซึ่งประกอบด้วยคณะผู้พิพากษาจากสำนักงานตุลาการต่างประเทศ คณะผู้บริหารจากกระทรวงการต่างประเทศ และคณะเจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำกรุงมอสโก โดยในเบื้องต้น อิหร่านได้ชื่นชมถ้อยแถลงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและความพยายามของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขี้นในเรือนจำ รวมถึงขอบคุณรัฐบาลไทยที่ดูแลชาวมุสลิมเป็นอย่างดี โดยที่ผ่านมาทั้งสองประเทศมีความร่วมมือที่ดีร่วมกันมาโดยตลอด ในโอกาสนี้ จึงได้แลกเปลี่ยนพัฒนาการของอิหร่านในการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ชั้นตำรวจ อัยการ ศาล ข้อมูลทุกอย่างสามารถแลกเปลี่ยนกันได้ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้บุคลากรในกระบวนการยุติธรรมสามารถทำงานที่บ้านได้ และประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมผ่านทางแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (E-Platform) เช่นกัน ซึ่งสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย สำหรับผู้กระทำความผิดก็มีระบบ E-tracking ในการติดตามผู้ต้องขังที่อยู่นอกเรือนจำ รวมถึงมีการออกใบรับรอง Clean Citizens ให้ด้วย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ผู้กระทำความผิดสามารถกลับคืนสู่สังคมและประกอบอาชีพได้ ทั้งนี้ ได้สอบถามประเทศไทยถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกับประเทศไทยต่อไป
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ขอบคุณรัฐบาลอิหร่านที่แลกเปลี่ยนพัฒนาการด้านเทคโนโลยี สำหรับความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนั้น ประเทศไทยมีความยินดีที่จะร่วมมือกับอิหร่านเนื่องจากมีภูมิประเทศ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศใกล้เคียงกัน กล่าวคือ เป็นทั้งประเทศต้นทาง ประเทศทางผ่าน และประเทศปลายทาง นอกจากนั้น ทั้งสองประเทศ ยังมีผู้ต้องขังคดียาเสพติดจำนวนมาก รวมถึงมีปัญหาการแพร่ระบาดของยาบ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยให้ความสำคัญกับการบำบัดรักษา และการฟื้นฟูผูัติดยาเสพติด สำหรับกรณีผู้ผลิต เนื่องจากส่วนมากเป็นผู้ผลิตมาจากต่างประเทศ ประเทศไทยจึงเน้นการสกัดกั้นสารตั้งต้น การปราบปราม และการยึดทรัพย์ ซึ่งในประเด็นนี้ อิหร่าน ได้ชื่นชมการดำเนินงานของประเทศไทย และเห็นว่าทั้งสองประเทศมีสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน จึงมีความยินดีที่จะร่วมมือกับประเทศไทยในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติดต่อไป

#ประชาชนประชาชาติ

พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หารือผู้อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และกรรมาธิการกรมความมั่นคงสาธารณะ ประจำมณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน และรองผู้ว่าราชการมณฑลเสฉวน ความร่วมมือป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ติดตามจับกุมผู้ต้องหาหมายแดง ส่งกลับดำเนินคดีในไทย

(วันที่ 24 มิถุนายน 2567) ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงยุติธรรม ว่า เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ผ่านมา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายนิยม เติมศรีสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม, นายธนากร คัยนันท์ ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, นางสาวอทิตยา ทองบุญ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ และคณะ ให้การต้อนรับ Mr. Ye Hanbing รองผู้ว่าราชการมณฑลเสฉวน และผู้อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และกรรมาธิการกรมความมั่นคงสาธารณะ ประจำมณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน หารือถึงความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยได้ข้อสรุป 3 ประเด็น ดังนี้
1.ความร่วมมือ ตามข้อตกลงว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ เอ็มโอยู การป้องกันยาเสพติดลุ่มน้ำโขง เมื่อปี 2562 ของชาติสมาชิก 7 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย, จีน, กัมพูชา, เมียนมา, เวียดนาม, ลาว และสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC : United Nations Office on Drugs and Crimes)
2.ความร่วมมือในการป้องกัน สกัดกั้นเคมีภัณฑ์ที่ใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด รวมถึงการปราบปรามการค้ายาเสพติด การเข้าอายัดทรัพย์สินที่ได้จากการจำหน่าย รวมถึงการจับกุมผู้ต้องหาในระดับผู้บงการของขบวนการในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ
3.ความร่วมมือในการฝึกอบรมร่วมกันเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างทั้ง 2 ประเทศ
4.ความร่วมมือทางกฎหมาย ในการติดตามนำตัวผู้ต้องหา ตามหมายแดง (Red Notice) จากการกระทำผิดคดียาเสพติดที่เกิดขึ้นในมณฑลเสฉวน แล้วหลบหนีอยู่ในประเทศไทย เพื่อส่งตัวกลับไปดำเนินคดี
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวแสดงความยินดีถึงการเยือนของคณะรองผู้ว่าการมณฑลเสฉวน ซึ่งประเทศไทยและจีนต่าง มีประเด็นการหารือจากความร่วมกันในหลายเรื่อง และยังมีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการหารือในประเด็นยาเสพติด แหล่งผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ที่ทั้ง 2 ประเทศเผชิญหน้าในปัญหาเดียวกัน ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เห็นด้วยกับความร่วมมือที่จะเกิดขึ้น โดยเชื่อว่า ในยุคของความร่วมมือระหว่างไทย – จีน จะทำให้ผู้ต้องหายาเสพติดไม่มีแหล่งกบดานอีกต่อไป
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ให้ความสนใจเทคนิคการตรวจพิสูจน์สภาพน้ำเสีย ที่มีการระบายจากครัวเรือน ซึ่งทางการมณฑลเสฉวน นำมาใช้เป็นตัวชี้วัดการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยคาดหวังการได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าว แก่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(สำนักงาน ป.ป.ส.) นำไปประยุกต์ใช้
ด้าน Mr. Ye Hanbing กล่าวว่า ในมณฑลเสฉวนต้องใช้เวลากว่า 20 ปี กับความพยายามในการแก้ไขปัญหายาเสพติด จากที่มีการระบาดอย่างรุนแรงมากที่สุดของประเทศจีน ตั้งแต่การใช้มาตรการทางกฎหมาย การส่งเสริมผู้เสพให้เข้ารับการบำบัดรักษา การให้ความรู้ผ่านการจัดกิจกรรม สร้างความอบอุ่น ความเชื่อมั่นในการประกอบอาชีพ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนห่างไกลจากยาเสพติด โดยรองผู้ว่าการฯมณฑลเสฉวน หวังว่าจะมีการส่งเสริมร่วมมือกันฉันท์พี่น้อง จีน – ไทย เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเกิดประสิทธิภาพระหว่าง 2 ประเทศ ขยายผลไปสู่ระดับภูมิภาคด้วย

#ประชาชนประชาชาติ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย

นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชาติ
นำคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชาติ เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจสื่อมวลชน ที่มาเกาะติดบรรยากาศต่อเนื่องตลอดทั้ง 3 วัน
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 1 (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ ณ ห้องปฏิบัติงานสื่อมวลชนประจำรัฐสภา ชั้น 1 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ
ให้กำลังใจและเยื่ยมพบปะพี่ๆนักข่าว ทั้งนี้เพื่อขอบคุณพี่ๆสื่อมวลชน ทุกสำนักข่าว

#ประชาชนประชาชาติ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หารือกับคณะเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปและประเทศสมาชิก แลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ในภูมิภาค

(17 มิถุนายน 2567) คณะเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 19 ประเทศ นำโดย นายเดวิด เดลี เอกอัครราชทูตสหภาพยุโปประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ ณ อาคารแอทธินี ทาวเวอร์ ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ในภูมิภาค และระหว่างประเทศที่สนใจร่วมกัน
ทั้งนี้ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ได้มอบ พวงมาลัยผ้าขาวม้า จากผ้าฝ้ายทอมือ ตรานารี โดย ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ซึ่งทอมือ ตัดเย็บปัก และออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์งานฝีมืออย่างประณีต ให้เป็นที่ระลึกกับคณะทูตานุทูตด้วย

#ประชาชนประชาชาติ

ประธานรัฐสภา เปิดโครงการรัฐสภาเพื่อการพัฒนาจังหวัดนราธิวาส เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

สำหรับเช้าวันนี้ (15 มิ.ย. 67) จะเป็นการจัดสัมมนาเรื่อง “ปัญหาที่ดินทำกินในการกำหนดพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป จังหวัดนราธิวาส” เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลานานกว่า 50 ปี ซึ่งเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตของกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป ณ โรงแรมอิมพีเรียล อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส โดย นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส นายกูเฮง ยาวอหะชัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ นอกจากนี้ ยังได้เชิญตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน หน่วยงานจังหวัดและส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาร่วมพูดคุยเพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกัน

#ประชาชนประชาชาติ

สส.สาเหะมูหามัด อัลอิดรุส เขต 5 จังหวัดปัตตานี ร่วมผลักดันแผนงบประมาณโครงการศึกษาระบบนิเวศอ่าวปัตตานี ฯ ได้นำ 1 ใน แผนงานด้านยุทธศาสตร์ ที่ 5

ด้านการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวครบวงจรเพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ชุมชนรอบอ่าวปัตตานี
โดยแผนงานดังกล่าว เป็นความต้องการของชุมชนท่องเที่ยวให้มีการปรับปรุงซ่อมแซ่มลานไม้ไผ่จุดชมวิวปากอ่าวปัตตานี โดยมีศูนย์บริหารจัดการป่าชายเลนปัตตานี ของสำนักทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 ปัตตานี (ทช9) เป็นเจ้าของพื้นที่
โดยเข้าเยี่ยมปรึกษา หารือโครงการ
จากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต) ซึ่งโครงการดังกล่าว จะดำเนินการทั้งหมด 2 พื้นที่
คือ ชุมชนท่องเที่ยวตำบลตะโละกาโปร์-แหลมโพธิ์ และ ชุมชนท่องเที่ยวบางปู-บาราโหม

#ประชาชนประชาชาติ

นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้รับเชิญจาก

นายฟาฮัด มะทา ผู้ช่วยดำเนินงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (นายซูการ์โน มะทา) เป็นตัวเเทนของ
นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา เขต.2 พรรคประชาชาติ
 
ร่วมเป็นเกียรติในพิธีปิด “การแข่งขันกีฬาหน่วยงานสัมพันธ์ อำเภอรามัน ครั้งที่ 2 จัดขึ้นโดยหน่วยงานราชการอำเภอรามัน และได้ร่วมลงแข่งขันฟุตบอล big match ระหว่าง ทีมเพื่อน สส.ยะลา พรรคประชาชาติ (นำทีมโดยฟาฮัด มะทา) & ทีมราชการรามัน (นำทีมโดยนายอำเภอรามัน) และได้รับเกียรติจาก นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมทีมในครั้งนี้ ณ สนามฟุตบอลองค์การบริหารส่วนตําบลบาโงย อำเภอรามัน จังหวัดยะลา โดยมีนายจรูญศักดิ์ หมาดเท่ง นายอำเภอรามันเป็นประธานในพิธีปิดฯ

#ประชาชนประชาชาติ

สส. อับดุลอายี สาแม็ง(รองยี) รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส.จังหวัดยะลา เขต3 ได้รับเชิญเป็นวิทยาการบรรยายเรื่อง “บทบาทสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบรัฐสภาไทย กับการพัฒนาพื้นที่จังหวัด”

จัดโดยคณะกรรมการศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง โรงเรียนพลเมือง สถาบันพระปกเกล้าจังหวัดยะลา ร่วมกับสำนักงานสภาเกษตรจังหวัดยะลา มีการอบรมนักเรียนพลเมือง รุ่นที่ 4 หลักสูตร “พลเมืองกับการจัดการพื้นที่ด้วยกระบวนการนโยบายสาธารณะ” ผู้เข้ารับการอบรม ประกอบด้วย แกนนำองค์กรภาคประชาสังคม แกนนำชุมชน แกนนำเยาชน ที่สนใจและสมัครเป็นนักเรียนพลเมืองจำนวน 50 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เรื่อง การนำนโยบายสาธารณะ มาปรับใช้ในการทำแผนแก้ปัญหาชุมชน
วันอาทิตที่ 9 มิถุนายน 2567ระหว่างเวลา ณ ห้องประชุมมูลนิธิศูนย์กลางอิสลามเพื่อการพัฒนายะลา หมู่ที่ 3 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

#ประชาชนประชาชาติ