สส.วรวิทย์ บารู เรียกร้องให้จัดระเบียบตลาดสะพานปลาปัตตานี หลังปัญหาซับซ้อนเพิ่มขึ้น

สส.วรวิทย์ บารู เรียกร้องให้จัดระเบียบตลาดสะพานปลาปัตตานี หลังปัญหาซับซ้อนเพิ่มขึ้น
ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี เขต 1 ได้เปิดเผยถึงปัญหาที่พ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการในตลาดสะพานปลาปัตตานีได้ร้องเรียนถึงความยากลำบากจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาด โดยมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ก่อนที่จะลุกลามจนแก้ไขได้ยาก
ปัญหาที่เกิดขึ้นในตลาดสะพานปลาปัตตานีมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับการแข่งขันราคาจากการตัดราคาของผู้ที่จ้างคนไทยเป็นเจ้าของแพปลา นอกจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการให้เงินกู้นอกระบบและสินค้าจากต่างประเทศ เช่น สินค้าจากโรงเกลืออรัญประเทศที่ถูกนำมาขายในร้านค้าภายในพื้นที่ ซึ่งทำให้พ่อค้าแม่ค้าชาวไทยได้รับความยากลำบากในการทำธุรกิจ
สส.วรวิทย์ ยังเน้นย้ำว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลกระทบจากการจ้างแรงงานต่างชาติในกิจการที่เป็นของชาวไทย ซึ่งทำให้ธุรกิจของชาวประมงในพื้นที่ประสบปัญหาหนักขึ้น การที่แรงงานต่างชาติเข้ามาใช้กระบวนการของการจ้างคนไทยในกิจการของตัวเอง ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมและความยากลำบากในการประกอบอาชีพ
ด้วยเหตุนี้ สส.วรวิทย์ ได้เรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดระเบียบตลาดสะพานปลาปัตตานีอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามและยากต่อการแก้ไข

#ประชาชนประชาชาติ

สส.อับดุลอายี สาแม็ง ประธานพิธีเปิด “ตาดีกาสัมพันธ์ ประจำปี 2567” ณ ตาดีการาวฎอตุ้นญันนะห์ จ.ยะลา

สส.อับดุลอายี สาแม็ง ประธานพิธีเปิด "ตาดีกาสัมพันธ์ ประจำปี 2567" ณ ตาดีการาวฎอตุ้นญันนะห์ จ.ยะลา
สส.อับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา เขต 3 ได้รับเกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ตาดีกาสัมพันธ์ ประจำปี 2567” ณ ตาดีการาวฎอตุ้นญันนะห์ บ้านบาแตตูแง ต.ธารน้ำทิพย์ อ.เบตง จ.ยะลา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของนักเรียน พร้อมทั้งสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียน ครู และชุมชนในพื้นที่
ในโอกาสนี้ สส.อับดุลอายี ได้กล่าวถึงความสำคัญของการจัดกิจกรรมดังกล่าว ที่ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของนักเรียน แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างชุมชนและโรงเรียน ตลอดจนช่วยอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างความเข้าใจระหว่างสมาชิกในชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับการพัฒนาท้องถิ่นต่อไป
งานในครั้งนี้ยังเป็นโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษาของชุมชน พร้อมทั้งร่วมมือในการสร้างอนาคตที่ดีให้กับเยาวชนและสังคมในพื้นที่.

#ประชาชนประชาชาติ

สส.ซูการ์โน และ สส.สุไลมาน ร่วมคณะประธานรัฐสภา เยี่ยมเยียนโรงเรียนมะอาหัดอิสลามียะห์ หลังน้ำท่วม

นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ และนายสุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พร้อมด้วยคณะของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ได้เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมเยียนโรงเรียนมะอาหัดอิสลามียะห์ หมู่ที่ 3 ตำบลบาลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เพื่อให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้บริหาร คณะครูอาจารย์ และนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่ผ่านมา
การเยี่ยมเยียนครั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ พร้อมทั้งร่วมกันประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นและหาแนวทางในการช่วยเหลือฟื้นฟูโรงเรียนให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยมี นายจรูญศักดิ์ หมาดเท่ง นายอำเภอรามัน และผู้นำท้องถิ่นให้การต้อนรับ
ทั้งนี้ การเยี่ยมเยียนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้กับการดูแลและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย รวมถึงการให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสถานศึกษาเพื่อให้เด็กๆ ได้กลับมาเรียนหนังสือตามปกติ

#ประชาชนประชาชาติ

ส.ส.กมลศักดิ์ สนับสนุนกฎหมายป้องกันทุจริตเข้าสู่การพิจารณา และเสนอให้คุ้มครองทั้งผู้แจ้งเบาะแสและผู้ถูกกล่าวหาอย่างสมดุล

ส.ส.กมลศักดิ์ สนับสนุนกฎหมายป้องกันทุจริตเข้าสู่การพิจารณา และเสนอให้คุ้มครองทั้งผู้แจ้งเบาะแสและผู้ถูกกล่าวหาอย่างสมดุล
วันที่ 20 ธันวาคม 2564 – นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายในที่ประชุมรัฐสภาเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ …) ซึ่งรัฐบาลได้เสนอเข้าสู่การพิจารณาในวันนี้ โดย สส.กมลศักดิ์กล่าวว่า แม้จะเห็นด้วยกับหลักการและเหตุผลของกฎหมายที่มีข้อเสนอให้คุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริต แต่ก็มีข้อห่วงใยที่ควรนำไปทบทวนเพิ่มเติมในขั้นกรรมาธิการในวาระที่สอง
สส.กมลศักดิ์อธิบายว่า กฎหมายนี้เน้นการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส รวมทั้งการจัดหาทนายและอัยการเพื่อช่วยเหลือในการฟ้องร้อง ทั้งทางแพ่งและอาญา ซึ่งอาจส่งผลให้รัฐต้องจ่ายค่าใช้จ่ายจากภาษีของประชาชนในการคุ้มครองบุคคลที่แจ้งเบาะแส หากภายหลังข้อมูลที่แจ้งเป็นเท็จ
อย่างไรก็ตาม สส.กมลศักดิ์ ยังระบุว่า กฎหมายนี้อาจขยายขอบเขตเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดในมาตรา 63 ซึ่งมีการคุ้มครองเฉพาะผู้แจ้งเบาะแสที่มีข้อมูลจริง แต่ร่างกฎหมายนี้กลับให้การคุ้มครองผู้ที่แสดงความคิดเห็นในสื่อสาธารณะเช่น TikTok หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงในกรณีที่ความคิดเห็นนั้นไม่เป็นจริง
นอกจากนี้ สส.กมลศักดิ์ยังเน้นว่า กฎหมายไม่ควรละเลยการคุ้มครองผู้ถูกกล่าวหาว่าทุจริต โดยเฉพาะเมื่อมีการฟ้องร้องเรื่องหมิ่นประมาท หากสุดท้ายผลพิพากษาชี้ว่าเป็นข้อมูลเท็จ แต่ผู้ที่แจ้งเบาะแสได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นี่เป็นประเด็นที่ต้องระมัดระวังในการพิจารณาร่างกฎหมายในขั้นต่อไป.
สส.กมลศักดิ์สรุปว่ากฎหมายฉบับนี้ควรได้รับการพิจารณาในรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความยุติธรรมทั้งกับผู้แจ้งเบาะแสและผู้ถูกกล่าวหา.

#ประชาชนประชาชาติ

สส.กมลศักดิ์ กมธ. กฎหมาย รับยื่นหนังสือ “อัจฉริยะ” เร่งตรวจสอบคดี “แตงโม” ชี้ผิดปกติขอให้รื้อฟ้อง

สส.กมลศักดิ์ กมธ. กฎหมาย รับยื่นหนังสือ "อัจฉริยะ" เร่งตรวจสอบคดี "แตงโม" ชี้ผิดปกติขอให้รื้อฟ้อง
นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจาก นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เพื่อขอให้คณะกรรมการฯ เร่งตรวจสอบคดีการเสียชีวิตของนางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม นักแสดงชื่อดัง ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565
นายอัจฉริยะระบุว่า ตนได้ติดตามคดีดังกล่าวมาโดยตลอด และพบความผิดปกติหลายประการในสำนวนคดี เช่น การให้การของพยานที่ขัดแย้งกับพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงผลการตรวจพิสูจน์บาดแผลที่ไม่สอดคล้องกับการตกน้ำตามที่พยานบนเรือให้การ
“ผมเชื่อมั่นว่าคดีนี้ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่เป็นการฆาตกรรมอำพราง” นายอัจฉริยะกล่าว “และผมต้องการให้คณะกรรมการฯ ช่วยตรวจสอบคำฟ้องคดีใหม่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับแตงโมและครอบครัว”
ด้าน สส.กมลศักดิ์ ประธานคณะกรรมการฯ กล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการฯ ในสัปดาห์หน้า และจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป

#ประชาชนประชาชาติ

สส.กมลศักดิ์ เร่งแก้ปัญหาประปาเสียหายและสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้องหลังน้ำท่วมในนราธิวาส

สส.กมลศักดิ์ เร่งแก้ปัญหาประปาเสียหายและสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้องหลังน้ำท่วมในนราธิวาส
นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต 5 ได้หาหรือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเฉพาะปัญหาเรื่องระบบประปาเสียหายและสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้อง
สส.กมลศักดิ์ เปิดเผยว่า แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยเป็นเงิน 9,000 บาทต่อครัวเรือน แต่ประชาชนยังคงเผชิญกับปัญหาความเดือดร้อนจากระบบสาธารณูปโภคที่เสียหาย โดยเฉพาะระบบประปาในหลายพื้นที่ของอำเภอศรีสาคร เช่น บ้านดาฮง และบ้านลาเวง ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทำให้ประชาชนขาดแคลนน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคและส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน รวมถึงการศึกษาของเด็กนักเรียน
นอกจากนี้ ปัญหาสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้องในช่วงเกิดน้ำท่วมยังเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการติดต่อสื่อสารและการขอความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน สส.กมลศักดิ์จึงได้ขอให้ประธานสภาฯ เร่งดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน และบริษัทผู้ให้บริการโทรคมนาคม ตรวจสอบและซ่อมแซมระบบที่เสียหายโดยเร็วที่สุด
“ผมขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่” สส.กมลศักดิ์ กล่าว “ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของสุขอนามัยและการศึกษาของเด็ก”

#ประชาชนประชาชาติ

สส.สุไลมาน เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมยะลา ขอเพิ่มเครื่องสูบน้ำ ขุดลอกแหล่งน้ำ

สส.สุไลมาน เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมยะลา ขอเพิ่มเครื่องสูบน้ำ ขุดลอกแหล่งน้ำ
นายสุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต 1 ได้หาหรือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่จังหวัดยะลา หลังจากที่ประสบปัญหาวิกฤติน้ำท่วมอย่างหนักในปี 2567 ที่ผ่านมา
สส.สุไลมาน กล่าวขอบคุณรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้ พร้อมทั้งได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาเพิ่มเติม ดังนี้
• เพิ่มเครื่องสูบน้ำ: ขอให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 3.5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 10 เครื่อง ที่สถานีสูบน้ำ PC (บ้านจารู) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ
• ขุดลอกแหล่งน้ำ: ขอให้ขุดลอกตะกอนดินในเขื่อนปัตตานี ตำบลตาเซะ และบึงแบเมาะ เทศบาลนครยะลา เพื่อเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำและป้องกันน้ำท่วม
• จัดสรรงบประมาณ: ขอให้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อให้เพียงพอสำหรับการอพยพผู้ประสบภัยในช่วงฤดูน้ำหลาก
• ขยายเวลาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ: ขอให้ขยายเวลาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) 1.5% เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในการฟื้นฟูอาชีพและที่อยู่อาศัย
สส.สุไลมาน กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในจังหวัดยะลาอย่างมาก การแก้ไขปัญหานี้จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้จังหวัดยะลาสามารถรับมือกับสถานการณ์ภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

#ประชาชนประชาชาติ

สส.ซูการ์โน มะทา และ สส.สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ เข้าร่วมประชุมวิปฯ พิจารณากฎหมายสำคัญ

สส.ซูการ์โน มะทา และ สส.สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ เข้าร่วมประชุมวิปฯ พิจารณากฎหมายสำคัญ
วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2567 เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมพรรคร่วมรัฐบาล ชั้น 2 โซน C อาคารรัฐสภา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานฯ ครั้งที่ 11/2567 โดยมี สส.ซูการ์โน มะทา และ สส.สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญหลายประการ
ในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่าง ๆ รวมถึง:
1. ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว
2. ร่างพระราชบัญญัติอำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ที่ผ่านการพิจารณาแล้ว
3. ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้
นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเสนอโดย เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข และคณะ รวมถึงร่างพระราชบัญญัติที่จะบรรจุในระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ได้แก่:
– ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี)
– ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ที่เสนอโดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และคณะ)
– พิธีสารฉบับที่สอง เพื่อแก้ไขความตกลงการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้กำหนดระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 ปีที่ 2 ครั้งที่ 2 ในวันที่ 18 และ 19 ธันวาคม 2567 และการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 ในวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2567.

#ประชาชนประชาชาติ

สส.กมลศักดิ์ เปิดเวทีหารือระดับชาติ เร่งผลักดัน OPCAT สู่การปฏิบัติ

สส.กมลศักดิ์ เปิดเวทีหารือระดับชาติ เร่งผลักดัน OPCAT สู่การปฏิบัติ
คณะกรรมการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมการ ได้จัดการสัมมนาเรื่อง “เวทีหารือระดับชาติว่าด้วยการเข้าเป็นภาคี OPCAT” ขึ้น ณ ห้องประชุมสัมมนา B1 – 2 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา เพื่อสร้างความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมานและการกระทำอื่น ๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี หรือ OPCAT รวมถึงส่งเสริมการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการว่าด้วยการป้องกันการทรมานและกลไกป้องกันการทรมานระดับชาติ
สส.กมลศักดิ์ เปิดเวทีหารือระดับชาติ เร่งผลักดัน OPCAT สู่การปฏิบัติ
สส.กมลศักดิ์ เปิดเวทีหารือระดับชาติ เร่งผลักดัน OPCAT สู่การปฏิบัติ
สส.กมลศักดิ์ เปิดเวทีหารือระดับชาติ เร่งผลักดัน OPCAT สู่การปฏิบัติ
สส.กมลศักดิ์ เปิดเวทีหารือระดับชาติ เร่งผลักดัน OPCAT สู่การปฏิบัติ
สส.กมลศักดิ์ เปิดเวทีหารือระดับชาติ เร่งผลักดัน OPCAT สู่การปฏิบัติ
สส.กมลศักดิ์ เปิดเวทีหารือระดับชาติ เร่งผลักดัน OPCAT สู่การปฏิบัติ
สส.กมลศักดิ์ เปิดเวทีหารือระดับชาติ เร่งผลักดัน OPCAT สู่การปฏิบัติ
สส.กมลศักดิ์ เปิดเวทีหารือระดับชาติ เร่งผลักดัน OPCAT สู่การปฏิบัติ
การสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก Ms. Katia Chirizzi รองผู้แทนประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) และ Ms. Nayela Akter ผู้แทนกรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก (APF) ร่วมกล่าวต้อนรับและให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ OPCAT
สส.กมลศักดิ์ เปิดเวทีหารือระดับชาติ เร่งผลักดัน OPCAT สู่การปฏิบัติ
สส.กมลศักดิ์ เปิดเวทีหารือระดับชาติ เร่งผลักดัน OPCAT สู่การปฏิบัติ
สส.กมลศักดิ์ เปิดเวทีหารือระดับชาติ เร่งผลักดัน OPCAT สู่การปฏิบัติ
สส.กมลศักดิ์ เปิดเวทีหารือระดับชาติ เร่งผลักดัน OPCAT สู่การปฏิบัติ
OPCAT คืออะไร? OPCAT เป็นพิธีสารเพิ่มเติมของอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายทารุณในทุกสถานที่ที่บุคคลถูกกักขัง เช่น เรือนจำ สถานีตำรวจ และสถานกักกันผู้เข้าเมือง โดยกำหนดให้รัฐภาคีต้องจัดตั้งกลไกป้องกันการทรมานระดับชาติ เพื่อตรวจสอบสถานที่กักขังและรับรองว่าบุคคลที่ถูกกักขังได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและมีมนุษยธรรม

#ประชาชนประชาชาติ

ส.ส.ซูการ์โน มะทา ตั้งคำถาม: ระบบรวมศูนย์อำนาจจะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้หรือไม่?

ส.ส.ซูการ์โน มะทา ตั้งคำถาม: ระบบรวมศูนย์อำนาจจะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้หรือไม่?
ในการอภิปราย กระทู้ถามสดด้วยวาจา
ปัญหาน้ำท่วม ส.ส.ซูการ์โน มะทา ได้ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของระบบรวมศูนย์อำนาจในการแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะน้ำท่วมฉับพลันที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน
“ระบบรวมศูนย์อำนาจของเราสามารถตอบสนองปัญหาน้ำท่วมได้จริงหรือ?” ซูการ์โนกล่าว พร้อมเปรียบเทียบการทำงานของหน่วยงานรัฐกับภาคเอกชน มูลนิธิ และกลุ่มเยาวชน (PEMUDA) ที่มักให้ความช่วยเหลือได้รวดเร็วและคล่องตัวกว่า
หน่วยงานราชการควรปรับตัว
สส.ซูการ์โน เรียกร้องให้หน่วยงานราชการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และปรับระบบให้สามารถตอบสนองได้ทันท่วงทีเช่นเดียวกับภาคเอกชนและกลุ่มอาสาสมัคร โดยระบุว่าในสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน หน่วยงานเหล่านี้มักสามารถเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้รวดเร็วกว่ารัฐบาล
เขายังเสนอว่าควรมีการจัดตั้งระบบบริหารจัดการน้ำท่วมในระดับท้องถิ่นให้มีอำนาจตัดสินใจได้โดยตรง ไม่ต้องรอการอนุมัติจากส่วนกลาง เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพ
PEMUDA ตัวอย่างความสำเร็จของเยาวชน
ซูการ์โนยกตัวอย่างกลุ่ม PEMUDA หรือกลุ่มเยาวชนที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาอาหาร น้ำดื่ม หรือการช่วยเหลือด้านการเคลื่อนย้ายผู้คนในพื้นที่ประสบภัย
“นี่คือสิ่งที่เราควรเรียนรู้จากพวกเขา การทำงานที่คล่องตัวและตอบสนองได้ทันที”
ข้อเสนอเพื่ออนาคตที่ดีกว่า
ในท้ายที่สุด ซูการ์โนเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงเพิ่มบทบาทให้กับท้องถิ่นและกลุ่มอาสาสมัคร เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับปัญหาน้ำท่วมได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต

#ประชาชนประชาชาติ